อาหารมีส่วนสำคัญในการพัฒนาการทำงานของสมองของคนทุกช่วงวัย อาหารบำรุงสมองที่หลายคนรู้จัก อย่างปลาทะเล ผักใบเขียว หรือซุปไก่สกัด ล้วนมีสารอาหารที่จำเป็นต่อสมอง ซึ่งอาจช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น

6 อาหารบำรุงสมอง

การได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองเป็นประจำอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง ซึ่งหากเป็นอาหารที่หารับประทานได้ง่ายและสะดวกก็ยิ่งช่วยให้สมองได้รับสารอาหารต่อเนื่องขึ้น โดยในบทความนี้ได้รวบรวมสุดยอดอาหารบำรุงสมอง 6 ชนิด มาให้ได้ศึกษาและเลือกรับประทานกัน

1. ซุปไก่สกัด

1. ซุปไก่สกัด

ซุปไก่สกัดเป็นอาหารฟังก์ชันหรืออาหารที่มีสารที่ให้ประโยชน์นอกเหนือจากสารอาหารทั่วไป ซึ่งได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะเชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการบำรุงสมองและร่างกาย โดยกระบวนการสกัดทำให้โปรตีนถูกย่อยเป็นเปปไทด์ที่มีประโยชน์ต่อสมองต่างจากโปรตีนทั่วไป จากการศึกษาพบว่าในซุปไก่สกัดมีกรดอะมิโนและสารไดเปปไทด์ชื่อว่าแอนเซอรีน (Anserine) และคาร์โนซีน (Carnosine) ที่เชื่อว่ามีคุณสมบัติช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบความจำ กระบวนการคิด และการตัดสินใจ (Cognitive Function) จึงอาจทำให้สมองส่วนดังกล่าวทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน

จากการศึกษาในคนจำนวน 794 คน พบว่า กลุ่มที่ดื่มซุปไก่สกัดทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ มีผลทำงานของสมองในด้านความจำและการรับรู้เข้าใจที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่ม นอกจากนี้ ซุปไก่สกัดยังอาจช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าจากการใช้สมองอย่างหนัก ลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เป็นสาเหตุของความเครียด ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย ขณะที่งานวิจัยอีกชิ้นที่ทดลองให้คนวัยหนุ่มสาวดื่มซุปไก่สกัดเป็นเวลา 10 วัน ผลพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรู้สึกด้านลบลดลง ทั้งความเครียด ความรู้สึกสับสน และอาการซึมเศร้า อีกทั้งยังไม่พบผลข้างเคียงจากการดื่มในระยะสั้น

จากข้อมูลข้างต้น ซุปไก่สกัดอาจเป็นตัวเลือกในการบำรุงสมอง เพิ่มประสิทธิภาพความจำและการรับรู้เข้าใจ ฟื้นฟูอาการเหนื่อยล้าของสมองในกลุ่มคนที่ไม่มีปัญหาสุขภาพ อย่างไรก็ตาม แม้การศึกษาบางส่วนในระยะสั้นนั้นไม่พบผลข้างเคียง แต่ควรมีการศึกษาถึงสรรพคุณด้านบำรุงสมองของซุปไก่สกัดในระยะยาวเพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงผลลัพธ์และความปลอดภัยที่ชัดเจนขึ้น

2. ผักใบเขียว

2. ผักใบเขียว

ผักใบเขียวเป็นอาหารบำรุงสมองที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นต่อร่างกายและสมองหลายชนิด เช่น วิตามินเค โฟเลต ลูทีน และเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้อาจช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์สมองที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น การเพิ่มผักใบเขียว อย่างใบมะรุม กะหล่ำ ปวยเล้ง คะน้า หรือบรอกโคลีในมื้ออาหารเป็นประจำก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของความผิดปกติที่เกี่ยวกับสมองลงได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

3. ปลาทะเล

3. ปลาทะเล

ปลาทะเลนั้นประกอบไปด้วยกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ อย่างโอเมก้า 3 และดีเอชเอ งานวิจัยหลายงานชี้ว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีภาวะเกี่ยวกับสมองทางด้านความจำและระบบความคิดบกพร่องในระดับไม่รุนแรง อีกทั้งงานวิจัยบางงานยังพบว่าโอเมก้า 3 จากปลาทะเลอาจช่วยบรรเทาอาการจากภาวะผิดปกติทางอารมณ์ อย่างโรคเครียด โรคซึมเศร้า และโรคสมาธิสั้นในเด็กด้วย แต่ในขณะเดียวกันงานวิจัยบางชิ้นพบว่า การบริโภคโอเมก้า 3 ในคนทั่วไปที่ไม่มีภาวะผิดปกติและผู้ป่วยอัลไซเมอร์อาจไม่ได้รับประโยชน์ในการบำรุงสมองจากใช้กรดไขมันชนิดนี้ จึงอาจต้องรอผลการศึกษาในด้านนี้เพิ่มเติม

4. ขมิ้น

4. ขมิ้น

ขมิ้นเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านความจำและลดความเสี่ยงของโรคหลาย ๆ โรคที่มีสาเหตุจากสารเคมีในสมองมีการหลั่งที่ผิดปกติ อย่างโรคซึมเศร้าและโรคอัลไซเมอร์

 จากการศึกษาพบว่าขมิ้นสามารถเพิ่มระดับของสารบำรุงสมอง (Brain-derived neurotrophic factor) ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์สมอง แต่การศึกษานี้อาจยังต้องศึกษาในแง่มุมอื่นหรือเปลี่ยนกลุ่มตัวอย่างเพื่อยืนยันประโยชน์ของอาหารบำรุงสมองชนิดนี้

5. ดาร์กช็อกโกแลต

5. ดาร์กช็อกโกแลต

ดาร์กช็อกโกแลตเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) โดยฟลาโวนอยด์นั้นจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ชนิดหนึ่งที่มีงานวิจัยรองรับว่าอาจช่วยลดความผิดปกติของสมองในผู้สูงอายุด้วยการเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุที่มีปัญหาพูดติด ๆ ขัด ๆ สามารถพูดได้คล่องและต่อเนื่องขึ้น นอกจากนี้ ฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลตอาจลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุได้อีกด้วย

6. อะโวคาโด

6. อะโวคาโด

กรดไขมันไม่อิ่มตัว (Monounsaturated fat) ในอะโวคาโดอาจลดความดันโลหิตและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกาย โดยอาจลดความเสี่ยงที่ระบบความคิดจะเกิดความผิดปกติที่มีสาเหตุมาจากภาวะความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ อะโวคาโดยังอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งอาจลดภาวะเสื่อมของกระบวนการคิดที่มีสาเหตุจากอายุที่เพิ่มขึ้นหรือมีสาเหตุจากการบาดเจ็บในสมอง อย่างไรก็ตาม การศึกษาบางชิ้นยังเป็นเพียงการทดลองในสัตว์จึงควรรอผลการศึกษาอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อยืนยันคุณประโยชน์ของอะโวคาโดในด้านการบำรุงสมอง

อย่างไรก็ตาม ควรเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายเพื่อประโยชน์ต่อร่างกายในทุก ๆ ด้าน เพราะอาหารเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาหารบำรุงสมองเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือปัญหาทางด้านสุขภาพอื่น ๆ ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองในระดับที่เหมาะสม 

นอกจากนี้ การพักผ่อนที่เพียงพอ การออกกำลังกายเป็นประจำ การทำกิจกรรมลดความเครียดหรือกิจกรรมบริหารสมอง ก็อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ รวมทั้งลดความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติที่เกี่ยวกับระบบความคิดและความจำด้วย

ที่มา: pobpad.com


คุณคิดยังไง?