ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีลักษณะเปลือกสีแดง ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับลำไยและเงาะ มีต้นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ และมีการปลูกอย่างแพร่หลายในประเทศไทยแถบภาคเหนือ เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดียตอนเหนือ

ลิ้นจี่ สรรพคุณและประโยชน์

ลิ้นจี่ ชื่อสามัญ Lychee, Litchi, Lichee, Lichi

ลิ้นจี่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Litchi chinensis Sonn. จัดอยู่ในวงศ์เงาะ (SAPINDACEAE)

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีลักษณะเปลือกสีแดง ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์เดียวกันกับลำไยและเงาะ มีต้นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ และมีการปลูกอย่างแพร่หลายในประเทศไทยแถบภาคเหนือ เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดียตอนเหนือ บังคลาเทศ อเมริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา โดยสายพันธุ์ของลิ้นจี่นั้นมีอยู่หลากหลาย แต่ที่เป็นที่นิยมก็ได้แก่ สายพันธุ์จักรพรรดิ กิมเจ็ง และฮงฮวย เป็นต้น โดยเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในรูปของผลไม้สดหรือแปรรูปก็ตาม

จากการศึกษาพบว่าในเนื้อลิ้นจี่นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายแล้ว ก็ยังมีกรดไขมันที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย เช่น กรดปาล์มิติก (Plamitic Acid) 12%, กรดไลโนเลอิก (Linoleic Acid) 11%, กรดโอเลอิก (Oleic Acid) 27% ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ

ในเนื้อผลลิ้นจี่จะมีสารประกอบชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการร้อนในได้ ดังนั้นการรับประทานลิ้นจี่ในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการร้อนในได้ คุณควรเลือกรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลายเพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกายและป้องกันการเกิดอาการดังกล่าว


airban-300x250
ภาพจาก soap-mold.com

สรรพคุณของลิ้นจี่

1.ผลรับประทานเป็นยาบำรุงร่างกาย

2.ช่วยให้พลังชี่ขับเคลื่อน (เมล็ด)

3.มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างสูง (สารสกัดจากเปลือก)

4.ลิ้นจี่ต้านมะเร็ง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม (สารสกัดเพอริคาร์ปของลิ้นจี่)

5.ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ราก, เปลือกลำต้น)

6.ลิ้นจี่มีสรรพคุณช่วยแก้อาการไอเรื้อรัง

7.เปลือกของผลใช้ทำเป็นชาชงดื่มแก้อาการหวัด (ชาจากเปลือก)

8.ช่วยแก้อาการคัดจมูก

9.ช่วยป้องกันการเกิดและช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน

10.ช่วยแก้การติดเชื้อในลำคอ (ชาจากเปลือก)

ขอบคุณ ที่มา : thaihealth , หมอชาวบ้าน 
ภาพจาก : bloomnetwork


คุณคิดยังไง?