หลายคนอาจเคยคิดว่าผู้ที่มีผิวแห้งเท่านั้นที่ต้องการ Moisturizer ซึ่งความคิดนี้อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะว่าความชุ่มชื้นของผิวนั้นเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและจำเป็นต่อทุกสภาพผิว ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นอาจทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนังได้

Moisturizer หรือ สารให้ความชุ่มชื้น เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นหรือกักเก็บน้ำในผิวไม่ให้ระเหยออกไป เพราะผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน แพ้ง่าย และเกิดริ้วรอย โดยบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ Moisturizer และวิธีการเลือกให้เหมาะกับแต่ละสภาพผิวมาให้ได้ศึกษากัน

ประโยชน์ของ Moisturizer

การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นที่มีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นประจำก็อาจช่วยฟื้นฟูปัญหาผิว พร้อมบำรุงผิวให้มีสุขภาพดียิ่งขึ้นได้ เช่น ลดความแห้งกร้านของผิว ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนสม่ำเสมอและมีสัมผัสที่เนียนนุ่ม อีกทั้งยังอาจช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะได้อีกด้วย นอกจากนี้ ในผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นชนิดต่าง ๆ ยังอาจมีส่วนผสมอื่นที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวที่แตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์

ส่วนประกอบของ Moisturizer โดยทั่วไป Moisturizer มักประกอบไปด้วยสาร 4 ชนิดหลัก ดังนี้

  1. น้ำ น้ำมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นทุกตัว หลายคนอาจคิดว่าร่างกายสัมผัสน้ำจากการอาบน้ำทุกวันผิวอาจจะไม่แห้ง ซึ่งแท้จริงแล้ว น้ำนั้นสามารถระเหยออกจากผิวได้ง่ายมาก อีกทั้งการล้างหน้าหรืออาบน้ำบ่อย ๆ โดยไม่ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยปกป้องผิว อาจทำให้ผิวแห้งมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ Moisturizer มักจะมีส่วนประกอบที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ในผิวควบคู่ไปด้วย

  2. สารฮิวเมกเตนท์ (Humectants) สารฮิวเมกเตนท์ หรือ สารดูดความชื้น เป็นสารที่มีคุณสมบัติในการดึงน้ำเข้าสู่ผิวหนังชั้นนอก โดยจะดึงน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศและน้ำในชั้นผิวที่อยู่ลึกลงไป หลายคนอาจเคยได้ยินส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เป็นสารดูดความชื้น อย่างไกลเซอรีน (Glycerin) ไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic acid) และแพนทีนอล (Panthenol) หรือวิตามินบี 5 อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้มีคุณสมบัติในการดูดความชื้นเท่านั้น ไม่สามารถกักเก็บน้ำในผิวได้ จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสารฮิวเมกเตนท์และสารที่มีคุณสมบัติกักเก็บน้ำในผิว

  3. สารกักเก็บน้ำในผิว (Occlusive) Occlusive เป็นไขมันที่ผิวหนังดูดซึมไม่ได้ โดย Moisturizer ชนิดนี้จะเคลือบผิวชั้นนอกและป้องกันการระเหยของน้ำในผิว ช่วยให้ผิวไม่ขาดน้ำ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารไขมันแบบไม่ดูดซึม เช่น ปิโตเลียมเจลลี ไดเมธิโคน (Dimethicone) และผลิตภัณฑ์น้ำมันชโลมผิว เป็นต้น

  4. สารที่ช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม (Emollients)

    สารนี้มีคุณสมบัติที่นอกเหนือจากการช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เพราะเมื่อผิวชั้นนอกมีปริมาณน้ำในผิวน้อยอาจส่งผลให้เกิดผิวแห้งแตกและทำให้เกิดร่องระหว่างเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนเสมอกัน ซึ่ง Emollients จะช่วยเติมร่องผิวและเคลือบผิวด้วยชั้นไขมันบาง ๆ ที่จะช่วยให้ผิวดูนุ่มและเรียบเนียนขึ้น โดย Emollients สามารถแบ่งออกได้ 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ ขี้ผึ้ง ครีม และโลชั่น

วิธีเลือก Moisturizer ให้เหมาะสมกับสภาพผิว

สารให้ความชุ่มชื้นแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ซึ่งการเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวก็อาจช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและมีสุขภาพดี โดยการเลือก Moisturizer ให้เหมาะกับสภาพผิว มีดังนี้ 

  • ผิวธรรมดา ผิวธรรมดาเป็นผิวที่ไม่แห้งหรือมันจนเกินไป จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา ไม่มันจนเกินไป อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากน้ำ น้ำมันชนิดบางเบา หรือซิลิโคน อย่างไซโคลเมทิโคน (Cyclomethicone) เป็นส่วนประกอบ เพื่อรักษาสมดุลของน้ำในผิว
  • ผิวแห้ง คนผิวแห้งมักต้องที่ต้องใช้ Moisturizer อยู่เป็นประจำเพื่อชดเชยความบกพร่องของการผลิตน้ำมันเพื่อกักเก็บน้ำโดยธรรมชาติของผิว ซึ่งอาจช่วยลดรอยแดง อาการคัน แห้งแตก รวมทั้งริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้น คนผิวแห้งหรือผิวที่น้ำมันน้อยจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นสูงหรือผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ
  • ผิวมัน ผิวมันเป็นสภาพผิวที่เสี่ยงต่อการเกิดสิวมากกว่าสภาพผิวแบบอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นผิวมันก็ยังคงต้องการความชุ่มชื้นไม่ต่างจากผิวแบบอื่น โดยเฉพาะหลังจากการล้างทำความสะอาดผิว โดยคนผิวมันควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทโลชั่นมากกว่าครีม เนื่องจากโลชั่นมีเนื้อบางเบา มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งจะช่วยให้ผิวไม่มันจนเกินไปและลดความเสี่ยงในการเกิดสิว นอกจากนี้ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิว 
  • ผิวแพ้ง่าย ผิวแพ้ง่ายเกิดได้กับคนทุกสภาพผิว จึงอาจเลือกใช้ Moisturizer ที่เหมาะกับสภาพผิวเดิมของตนเอง แต่ควรระวังสารหรือส่วนประกอบอื่น ๆ ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ สี สารกันเสีย สารผลัดเซลล์ผิว และสารก่อภูมิแพ้ เป็นต้น นอกจากนี้ อาจพิจารณาสารที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการแพ้ อย่างสารจากดอกคาโมไมล์หรือว่านหางจระเข้
เคล็ดลับผิวชุ่มชื้นสุขภาพดี

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ดีขึ้นอาจช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ ดังนี้

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ หรือประมาณ 8 แก้วต่อวัน
  2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีน้ำปริมาณมากเป็นส่วนประกอบ นอกจากนี้ สารอาหาร อย่างสารต้านอนุมูลอิสระในอาหารเหล่านี้ ยังเชื่อกันว่าช่วยให้สุขภาพผิวและสุขภาพกายดีขึ้น
  3. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมอยู่เป็นประจำ
  4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  5. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนจัด
  6. งดสูบบุหรี่ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์
  7. อ่านฉลากผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เนื่องจากอาจมีสารที่ก่อการระคายเคืองเป็นส่วนประกอบ
  8. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานและมีการรับรองความปลอดภัยเสมอ
  9. เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นชนิดใหม่ ควรทดสอบก่อนด้วยการทาบริเวณต้นแขนและทิ้งไว้ 48 ชั่วโมงเพื่อทดสอบอาการแพ้
  10. ใช้ Moisturizer หลังจากอาบน้ำอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้
  11. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติอื่น ๆ นอกจากการให้ความชุ่มชื้น อย่างครีมกันแดด สารที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงแก่ผิว หรือวิตามินบำรุงผิว
  12. ไม่จำเป็นต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่ราคาแพง แต่ควรหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิว ตรงกับจุดประสงค์ที่ต้องการ และมีราคาที่สมเหตุสมผล

อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงคำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน หากมีโรคหรือความผิดปกติบริเวณผิวหนัง อย่างโรคผิวหนังอักเสบ อาการคัน การติดเชื้อ หรือบาดแผล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิด

ที่มา.. pobpad.com


คุณคิดยังไง?


คุณอาจชอบ