Main Menu

ติ้วขน สรรพคุณและประโยชน์

ติ้วขน สรรพคุณและประโยชน์
ติ้วขน สรรพคุณและประโยชน์


ติ้วขน สรรพคุณและประโยชน์

ติ้วขน ชื่อวิทยาศาสตร์ Cratoxylum formosum subsp. pruniflorum (Kurz) Gogelein ปัจจุบันจัดอยู่ในวงศ์ติ้ว (HYPERICACEAE)

สมุนไพรติ้วขน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า แต้วหิน (ลำปาง), ติ้ว (กาญจนบุรี), ติ้วขน (นครราชสีมา), แต้ว (จันทบุรี), ตาว (สตูล), ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด (ภาคเหนือ), ติ้วเหลือง (ภาคกลาง), เน็กเครแย่ (ละว้า-เชียงใหม่), ราเง้ง (เขมร-สุรินทร์), กวยโซง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), กุยฉ่องเซ้า (กะเหรี่ยง-ลำปาง), ติ้วหนาม เป็นต้น

หมายเหตุ : ต้นติ้วขนชนิดที่กล่าวถึงในบทความนี้ (ลำต้นมีหนาม ใบมีขน ไม่สามารถรับประทานได้) เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับต้น ติ้วขาว หรือผักติ้ว ที่ใช้รับประทานเป็นผัก ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cratoxylum formosum (Jacq.) Benth. & Hook.f. ex Dyer (Cratoxylum formosum subsp. formosum) อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ติ้วขาว (ผักติ้ว)

ลักษณะของติ้วขน

ต้นติ้วขน หรือ ต้นติ้วหนาม จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม โปร่ง มีความสูงได้ประมาณ 8-15 เมตร แตกกิ่งก้านโปร่ง ยอดอ่อนและกิ่งอ่อนมีขนขึ้นหนาแน่น เปลือกต้นด้านนอกเป็นสีน้ำตาลปนดำ แตกเป็นสะเก็ดตามยาว ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีน้ำตาลเหลือง และมียางเหนียว ๆ สีเหลืองปนแดง กิ่งขนาดเล็กตามลำต้นมักแปรสภาพเป็นหนามแข็ง ๆ พบขึ้นตามป่าผลัดใบและป่าเบญจพรรณแล้งทั่วทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 200-1,000 เมตร

ใบติ้วขน ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ โคนใบสอบเรียว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-4.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 3-13 เซนติเมตร แผ่นใบบางมีขนทั้งสองด้าน หลังใบมีขนสาก ๆ ส่วนท้องใบเป็นขนนุ่มหนาแน่น ส่วนใบอ่อนเป็นสีแดงหรือสีชมพูเรื่อ ใบแก่ก่อนผลัดใบเป็นสีแดง

ดอกติ้วขน ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ ดอกเป็นสีชมพูอ่อนถึงสีแดง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ กลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบดอกเกลี้ยงและยาวประมาณ 2 เท่าของกลีบเลี้ยง ขอบกลีบดอกมีขนสีขาว ส่วนกลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ มีขนขึ้นประปรายอยู่ด้านนอก ดอกมีเกสรเพศผู้มาก และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม รังไข่มีลักษณะเป็นรูปรี ๆ เกลี้ยง ๆ

ผลติ้วขน ผลเป็นผลแห้ง ลักษณะของผลเป็นรูปรี ปลายแหลม มีขนาดกว้างประมาณ 0.4-0.6 เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.8-2 เซนติเมตร ผลแข็งมีคราบสีนวล ๆ ตามผิว มีกลีบเลี้ยงหุ้มเกินครึ่งผล ผลเมื่อแห้งจะแตกอ้าออกได้เป็น 3 พู สีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานเล็ก ๆ และมีปีกโค้ง ๆ ออกดอกและติดผลในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม

สรรพคุณและประโยชน์ของติ้วขน

  1. เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำกินแก้ธาตุพิการ (เปลือกต้น)
  2. รากและใบใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการปวดท้อง (รากและใบ)
  3. กิ่งและลำต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้เจ็บท้อง (กิ่งและลำต้น)
  4. รากติ้วขนใช้ผสมกับหัวแห้วหมูและรากปลาไหลเผือก นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัด
  5. น้ำยางจากต้นใช้เป็นยาสมานแผลและช่วยห้ามเลือด เช่น แผลจากการถูกมีดบาด เป็นต้น
  6. ใบติ้วขนสามารถนำมาใช้แทนพลาสเตอร์เพื่อปิดปากแผลได้ (ใบ)
  7. ต้นและยางจากเปลือกต้นใช้ทาแก้อาการคัน (ยาง)
  8. เปลือกและใบนำมาตำผสมกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ทารักษาโรคผิวหนังบางชนิด (เปลือกและใบ)
  9. สารสกัดจากกิ่งของติ้วขนมีสารออกฤทธิ์ที่ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว โดยจะทำให้เซลล์มะเร็งค่อย ๆ สลายตัวจากการทำลายตัวเองจากภายใน ทำให้เซลล์มะเร็งตายโดยการชักนำให้มีการสร้างโปรตีนชนิดใหม่ที่เกี่ยวกับการทำลายตัวเองเกิดขึ้น และไม่มีผลต่อการทำลายเซลล์ปกติที่อยู่ข้างเคียงแต่อย่างใด ร่างกายจึงไม่เกิดอาการอักเสบขึ้นและไม่มีผลข้างเคียงต่อการใช้ยา (ยังอยู่ในระหว่างทำการศึกษา ยังไม่มีการยืนยันผลในคน)

ขอบคุณที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , หมอชาวบ้าน
ภาพจาก : qsbg


เรื่องอื่นๆ..ที่น่าสนใจ

0
Shares