ดอกดินแดง สรรพคุณและประโยชน์


ดอกดินแดง สรรพคุณและประโยชน์

ดอกดิน ชื่อสามัญ Broomrape

ดอกดินแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Aeginetia indica L. จัดอยู่ในวงศ์ดอกดิน (OROBANCHACEAE)

ดอกดินแดง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ข้าวก่ำนกยูง หญ้าดอกขอ (เลย), ปากจะเข้ (ภาคอีสาน), สบแล้ง (สงขลา), ซอซวย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), เหย่กู (จีนกลาง) , กะเปเส้, เพาะลาพอ, ดอนดิน เป็นต้น

ลักษณะของดอกดินแดง

ต้นดอกดินแดง จัดเป็นพืชจำพวกกาฝากขึ้นบนรากไม้อื่น มีอายุได้ประมาณ 1 ปี ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สูงประมาณ 15-25 เซนติเมตร บ้างว่าสูงได้ประมาณ 40-50 เซนติเมตร โคนต้นมีกาบใบสีชมพูอ่อนประมาณ 1-2 ใบห่อหุ้มอยู่ มีก้านเดียวแทงขึ้นมาบนรากไม้อื่น ต้นไม่มีการแตกกิ่งก้านและไม่มีใบ ปลายก้านออกดอกเป็นดอกเดี่ยว สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้หัว หน่อ หรือเหง้า โดยต้นดอกดินแดงมีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ตอนกลางของทวีปเอเชีย มาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วไปโดยเฉพาะบริเวณที่ค่อนข้างชื้นในป่าเต็งรัง พบได้มากทางภาคเหนือและทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ใบดอกดินแดง ไม่มีใบ บ้างก็ว่ามีใบเป็นเกล็ดขนาดเล็กที่โคนกอ มองเห็นได้ยาก โดยจะออกเรียงสลับตรงข้าม มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมยาวประมาณ 6-8 มิลลิเมตร

ดอกดินแดง ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีม่วงแดงอ่อน มีลักษณะเป็นถ้วยคว่ำ อ้วน โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด โค้งงอ ส่วนกลีบเลี้ยงดอกเป็นสีเหลืองอ่อน ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ดอกยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร กลีบดอกจะแตกออกเป็นแฉก 5 แฉก ดอกมีเกสรเพศผู้ 4 ก้านและมีเกสรเพศเมีย 1 ก้าน ยอดเกสรเพศเมียสีเหลือง มีลักษณะอวบน้ำและมีขนาดใหญ่ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตร ส่วนก้านดอกยาวประมาณ 15-40 เซนติเมตร โดยออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

ผลดอกดินแดง ลักษณะของผลเป็นรูปกลมไข่มีสีน้ำตาล ยาวประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ผลเมื่อแก่จะแตกออก ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลขนาดเล็กจำนวนมาก โดยจะออกผลในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน

สรรพคุณและประโยชน์ของดอกดินแดงภาพจาก : green.we2god.com

สรรพคุณและประโยชน์ของดอกดินแดง

  1. ทั้งต้นและดอกใช้ทำเป็นยาชงกินแก้เบาหวาน (ทั้งต้น, ดอก)
  2. ทั้งต้นมีรสขม เป็นยาเย็น มีพิษเล็กน้อย ออกฤทธิ์ต่อปอด ไต และทางเดินปัสสาวะ ใช้เป็นยาขับพิษร้อน ช่วยถอนพิษไข้ และทำให้เลือดเย็น (ทั้งต้น)
  3. ช่วยแก้อาการเจ็บคอ คออักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ (ทั้งต้น)
  4. ช่วยแก้อาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (ทั้งต้น)
  5. ทั้งต้นนำไปแช่กับน้ำมันงาใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนัง (ทั้งต้น)
  6. ช่วยรักษาฝีบนผิวหนัง แก้ฝีภายนอก ด้วยการนำดอกสดมาตำผสมกับน้ำมันงาเล็กน้อย แล้วนำมาใช้พอกบริเวณที่เป็นฝี (ดอก)
  7. ช่วยแก้พิษงู ด้วยการใช้ดอกแห้ง 40 กรัม ชะมดเชียง 0.5 กรัม และตะขาบแห้ง 7 ตัว นำมาแช่ในน้ำมันงาประมาณ 15 วัน จึงสามารถนำมาใช้ทาบริเวณที่โดนพิษได้ (ดอก)
  8. ช่วยแก้แมลงสัตว์กัดต่อย (ทั้งต้น)
  9. ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้บวม ช่วยแก้อาการปวดบวม (ทั้งต้น)
  10. แก้ไขกระดูกอักเสบ ด้วยการใช้ต้นสด 30 กรัม นำมาตำคั้นเอาน้ำผสมกับผงชะเอม 5 กรัม หรือนำไปต้มกับน้ำรับประทาน (ต้น)

ขอบคุณที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , thaihealth (สสส.) , หมอชาวบ้าน
ภาพจาก : mgronline

0
Shares