กระเจียวขาว สรรพคุณและประโยชน์


กระเจียวขาว สรรพคุณและประโยชน์

กระเจียวขาว ชื่อสามัญ White angel กระเจียวขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma parviflora Wall. จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE) เช่นเดียวกับกระเจียวแดง

กระเจียวขาว มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า อาวขาว (เชียงใหม่), กระเจียวโคก กระชายดง (เลย), กระเจียวขาว (นครราชสีมา), ว่านม้าน้อย (สุโขทัย), กระจ๊อด, กระเจียว, ดอกดิน, อาว เป็นต้น

ลักษณะของต้นกระเจียวขาว

ต้นกระเจียวขาว จัดเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง มีความสูงของต้นประมาณ 15-50 เซนติเมตรและอาจสูงได้ถึง 70 เซนติเมตร มีเหง้าอยู่ใต้ดิน และมีกลิ่นหอม เหง้ามีลักษณะเป็นรูปไข่ มีขนดาประมาณ 2x1 เซนติเมตร ภายในเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ และเหง้ามีขนาดสั้นมาก เหง้าของลำต้นเทียมที่แก่เต็มที่หรือมีดอกแล้วเท่านั้นที่จะบวมพองสะสมน้ำและอาหารได้ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้หัวเหง้าและเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีอินทรียวัตถุสูงและมีแสงแดด ซึ่งในประเทศไทยสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ตามป่าดิบทั่วไป ป่าดิบแล้ง ป่าผลัดใบ บริเวณโคกและบริเวณป่าโปร่ง ส่วนในต่างประเทศจะพบได้ที่ประเทศอินเดีย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย และจีน

ใบกระเจียว ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอกหรือเป็นรูปรี ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบเป็นรูปลิ่มหรือมน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 6-10 เซนติเมตรและยาวประมาณ 16-25 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ก้านใบแผ่เป็นกาบ

ดอกกระเจียวขาว ออกดอกเป็นช่อบริเวณปลายยอด โดยจะออกจากกลางลำต้น มีก้านช่อยาวประมาณ 7-30 เซนติเมตร ส่วนช่อดอกมีขนาดกว้างประมาณ 2 เซนติเมตรและยาวประมาณ 8-10 เซนติเมตร ช่อดอกมีดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกเป็นสีขาว มีใบประดับเป็นสีเขียว ใบประดับส่วนยอดสีขาว กลีบดอกเป็นรูปไข่กลีบ มีสีขาวล้วนหรือมีสีม่วงหรือสีน้ำเงินแต้มอยู่ที่ส่วนปลาย ขอบกลีบหยักเป็นคลื่น ๆ ดอกมีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันแผ่เป็นแผ่นคล้ายกลีบดอกสีม่วงอ่อน และจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนธันวาคม

ผลกระเจียวขาว ผลเป็นผลแห้งและแตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปไข่กลับและมีขน

สรรพคุณและประโยชน์ของกระเจียวขาวภาพจาก : chemsci.kku.ac.th

สรรพคุณและประโยชน์ของกระเจียวขาว

  1. หน่ออ่อนและดอกอ่อนของกระเจียวมีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอม เป็นยาช่วยขับลม (หน่ออ่อน, ดอกอ่อน)
  2. ใบนำมาตำคั้นเอาแต่น้ำใช้เป็นยาทารักษาแผลสดและช่วยห้ามเลือด (ใบ)
  3. ตามตำรับยาพื้นบ้านล้านนาและชาวเขาเผ่าอีก้อ จะใช้ต้นกระเจียวขาวทั้งต้น หัวขมิ้นขาว หัวข่าหด หัวเร่ว หัวไพล หัวว่านมหาเมฆ หัวว่านสาวหลง และหัวว่านแสงอาทิตย์ นำมาเคี่ยวกับน้ำมันพืชแล้วกรองเอากากทิ้ง เอาแต่น้ำมันมาใช้เป็นยาทาถูนวด แก้อาการปวดเมื่อย (ทั้งต้น)
  4. ดอกอ่อน หน่ออ่อน สามารถนำมาต้มหรือลวกใช้รับประทานเป็นผักได้ โดยใช้รับประทานร่วมกับน้ำพริก ลาบ ก้อย ส้มตำ หรืออาจนำมาใช้ปรุงอาหาร เช่น ทำแกง เป็นต้น โดยคุณค่าทางอาหารต่อ 100 กรัม ประกอบไปด้วย โปรตีน 1.2 กรัม แคลเซียม 31 มิลลิกรัม และธาตุเหล็ก 1.9 มิลลิกรัม
  5. ต้นกระเจียวขาวมีช่อดอกที่ดูสวยงาม จึงนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับกันอย่างแพร่หลาย

ขอบคุณที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , thaihealth (สสส.) , หมอชาวบ้าน
ภาพจาก : mgronline

0
Shares