Main Menu

น้อยโหน่ง สรรพคุณและประโยชน์

น้อยโหน่ง สรรพคุณและประโยชน์
น้อยโหน่ง สรรพคุณและประโยชน์

น้อยโหน่ง สรรพคุณและประโยชน์

น้อยโหน่ง ชื่อสามัญ Custard apple หรือ Bull’s heart, Bullock’s heart, Ox-heart, Wild-Sweetsop

น้อยโหน่ง ชื่อวิทยาศาสตร์ Annona reticulata L. จัดอยู่ในวงศ์กระดังงา (ANNONACEAE)

น้อยโหน่ง ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ อีก เช่น มะดาก (แพร่ เพชรบุรี), เร็งนา (กาญจนบุรี), หนอนลาว (อุบลราชธานี), หมากอ้อ (แม่ฮ่องสอน), มะโหน่ง มะเนียงแฮ้ง (ภาคเหนือ), น้อยหนัง (ภาคใต้) เป็นต้น

ต้นน้อยโหน่ง มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง และเชื่อว่าได้มีการนำเข้ามาในไทยในสมัยอยุธยา โดยจัดเป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ความสูงของลำต้นประมาณ 5-8 เมตร เปลือกต้นแก่มีสีเทา ส่วนลักษณะของใบน้อยโหน่ง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ เป็นรูปขอบขนานแกมรูปใบหอก หรือเป็นใบประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับ โคนใบแหลม ใบสีเขียวสด

ดอกน้อยโหน่ง ลักษณะของดอกน้อยโหน่งจะคล้าย ๆ กับดอกน้อยหน่า ออกเป็นดอกเดี่ยว ๆ หรือออกเป็นช่อกระจุก 2-3 ดอก กลีบดอกค่อนข้างหนา มีกลีบดอก 3 กลีบ กลีบดอกมีสีเหลืองแกมเขียว และดอกมีกลิ่นหอมแบบเอียน ๆ (บางคนชอบ แต่บางไม่ชอบ)

ผลน้อยโหน่ง ขนาดของผลจะมีขนาดใหญ่กว่าน้อยหน่า ผลรูปกลมหรือรูปทรงหัวใจ ผิวเปลือกบางเรียบแต่เหนียว ไม่มีตาโปนออกมาตามเปลือกเหมือนน้อยหน่า ผลดิบเปลือกมีสีเขียวจาง ๆ ปนแดงเรื่อ ๆ แต่เมื่อสุกจะเป็นสีแดงอมน้ำตาลเข้ม เนื้อข้างในผลหนามีสีขาว มีเมล็ดจำนวนมาก และมีรสหวานแต่ไม่เท่าน้อยหน่า โดยน้อยโหน่งจะได้รับความนิยมในการรับประทานน้อยกว่าน้อยหน่า เนื่องจากผลน้อยโหน่งมีกลิ่นฉุนนั่นเอง

Vegetable fruit น้อยโหน่งภาพจาก : komchadluek.net

สรรพคุณและประโยชน์น้อยโหน่ง

  1. ผลดิบใช้รับประทานแก้ท้องร่วง แก้อาการบิด (ผลดิบ)
  2. น้อยโหน่งมีสรรพคุณช่วยขับพยาธิในร่างกาย (ผลดิบ)
  3. ใบใช้ตำนำมาพอกแก้อาการฟกบวม (ใบ)
  4. เปลือกใช้เป็นยาห้ามเลือดและช่วยสมานแผลได้ (เปลือก)
  5. เมล็ดใช้เป็นยาสมานแผล (เมล็ด)
  6. ช่วยฆ่าพยาธิที่ผิวหนัง กลาก เกลื้อน เรื้อน หิด คุดทะราด (เมล็ด)
  7. ใบคั้นแต่น้ำใช้เป็นยาฆ่าเหาได้ (ใบ)
  8. ผลสุกใช้รับประทานเป็นผลไม้สด (ผลสุก)
  9. เมล็ดสามารถนำไปทำเป็นยาฆ่าแมลงหรือยาพิษอย่างแรงได้ (เมล็ด)
  10. ใบสดน้อยโหน่งใช้ต้มเอาน้ำนำมาทำเป็นสีย้อมได้ โดยจะให้สีดำและสีน้ำเงินสวยงาม และยังติดทนนานอีกด้วย

ขอบคุณที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , thaigoodview
ภาพจาก : komchadluek