ลบหลู่พญานาค

ลบหลู่พญานาค

เมื่อไม่นานมานี้ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ ที่บริษัทได้ไปสัมมนากันที่จังหวัดหนองคาย เมื่อไปถึงได้เข้าที่พักเรียบร้อยแล้วก็ได้พากันไปรับประทานอาหารอร่อยๆ ที่บริเวณที่เขาเรียกว่า ท่าเสด็จ

เมื่อได้โต๊ะนั่งใกล้ๆ แม่น้ำซึ่งข้าพเจ้าได้นั่งหันหน้าไปทางแม่น้ำโขง ซึ่งดูกว้างใหญ่ ผิวน้ำราบเรียบแลดูสวยงาม ปะปนด้วยความน่าเกรงขาม น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก ในขณะที่สั่งอาหารนั่งกินกันไปคุยกันไป ก็มีเพื่อนรุ่นพี่บอกว่า "พวกเรารู้ไหม ที่แม่น้ำโขงนี้มีบั้งไฟของพญานาค ใต้พื้นน้ำนี้เป็นที่อยู่ของพญานาค วันออกพรรษาของทุกปี จะมีบั้งไฟของพญานาคผุดขึ้นมาเป็นร้อยๆ ลูกเลยทีเดียว และทุกๆ ปีก็มีคนมาคอยดูลูกไฟนี้แน่นไปหมดเลย"

พวกเพื่อนๆ ก็นั่งฟังกันอย่างตื่นเต้น มีข้าพเจ้าคนเดียวที่บอกรุ่นพี่คนนั้นว่า "นั่นเป็นตำนานเล่าสืบต่อกันมา คนรุ่นใหม่อย่างพวกเราไม่ควรไปเชื่อ เราคนหนึ่งละที่ไม่เชื่อและไม่เคยเชื่อมาก่อน ขอคัดค้านเต็มที่"

พอข้าพเจ้าพูดจบ ก็ได้ยินเสียงคนที่โต๊ะข้างๆ ซึ่งมีเพียง 3 คน บอกว่า...พวกเขาเองก็ไม่เชื่อเหมือนกัน คงจะเป็นแก๊สหรือแรงอัดอะไรสักอย่างลอยขึ้นมาในเวลานั้นก็เป็นได้ และพวกเราก็ได้พูดถึงเหตุผลที่ควรจะเป็น มากกว่าที่จะเป็นลูกไฟพญานาค

ทันใดนั้นเอง ในขณะที่ข้าพเจ้ามองออกไปที่พื้นน้ำของแม่น้ำโขง ข้าพเจ้าก็ได้เห็นลูกไฟลอยขึ้นมาจากพื้นน้ำที่นิ่งสนิท พอข้าพเจ้าเห็นลูกแรกก็ตกใจมาก ชั่วพริบตาเดียวก็ได้เห็นอีกจาก 1 ลูก 2 ลูกจนถึงลูกที่ 5 ข้าพเจ้ามองอย่างแปลกใจและตกใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ได้ยินเสียงโต๊ะข้างๆ ร้องบอกกันอย่างตกใจว่า "นั่นไงลูกไฟพญานาคลอยขึ้นมาตั้งหลายลูก"

ทุกคนหันไปมองที่แม่น้ำกันหมด แต่ไม่มีใครเห็น มีเพียงข้าพเจ้า กับโต๊ะที่นั่งกันอยู่ 3 คนเท่านั้นที่เห็น ทั้งๆ ที่เป็นเวลาเย็นยังไม่มืดค่ำเลย และก็ไม่ใช่วันออกพรรษาอีกด้วย ที่สำคัญคือ เป็นพวกเดียวกันกับที่พูดว่า ไม่เชื่อว่าลูกไฟพญานาคมีจริง ข้าพเจ้าถึงกับยกมือไหว้แล้วบอกว่า "เชื่อแล้วว่ามีจริง ต่อไปลูกช้างจะไม่ลบหลู่" และโต๊ะข้างๆ ก็ได้ทำตามข้าพเจ้าเหมือนกัน

ตั้งแต่วันนั้นเมื่อถึงวันออกพรรษาของทุกปี ข้าพเจ้าจะไปเฝ้าคอยดูบั้งไฟพญานาคเสมอ จะคอยนั่งนับลูกไฟทุกดวงที่ลอยขึ้นมาให้เห็นด้วยใจที่เคารพ และเชื่อว่ามีจริงๆ

ขอขอบคุณ นิตยสารเรื่องผีและวิญญาณ เรื่องโดย : ดาวดอย