พรายตะเคียนบึงหนองใหญ่

พรายตะเคียนบึงหนองใหญ่

ณ หมู่บ้านหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรีในสมัยก่อนโน้นยังเป็นป่าดงดิบอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้เบญจพรรณนานาชนิด มีทั้งไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ตะเคียนทอง ประดู่ ตะแบก กระบก และต้นไม้อื่นๆ อีกมากมาย ขึ้นยืนต้นเขียวชอุ่มพุ่มไสวทั่วไพรพฤกษ์

 

และ ของที่คู่กับป่าก็คือผลไม้ป่าต่างๆ ที่ออกดอกติดผลตามต้นตามฤดูกาลทำให้มีสิงสาราสัตว์ หมู่ป่า ไก่ป่า ลิง ค่าง ช้าง เสือ ฯลฯ มาอยู่อาศัย เพราะป่าเปรียบเสมือนบ้าน และแหล่งอาหารของสัตว์ป่าทั้งหลาย

 

แต่ มาสมัยนี้ ป่าไม้อันมีคุณค่าอย่างมหาศาลของพวกเราทั้งหลายได้หมดไปกลายเป็นเรือกสวนไร่ นา ถางป่าเสียจนเตียนโล่ง บรรดาสัตว์ป่าต่างๆ ก็อยู่ไม่ได้ ต่างพากันอพยพหลบหนีตายเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าลึกที่ปลอดภัย

 

เขต อำเภอหนองใหญ่ในปัจจุบัน ถึงแม้ป่าไม้จะหมดไป แต่พื้นที่ลุ่มมีหนองน้ำเป็นบึงขนาดใหญ่ มองดูไกลสุดสายตาทีเดียวบึงนี้มีชื่อว่า ?บึงหนองใหญ่? และภายใต้ผืนน้ำนั้น ก็ยังมีตอไม้ขนาดใหญ่ๆ จมอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ตอไม้ตะเคียนทอง มะค่าโมง

 

เมื่อ สมัยก่อนนั้น บริเวณนี้ยังคงเป็นป่าดงดิบ ต่อมาชาวบ้านเข้ามาบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า โดยมีพวกเถ้าแก่นายทุนหนุนหลัง จนป่าไม้ราบพณาสูร เพื่อนำมาทำไม้แปรรูปขาย พื้นที่ดินก็เพาะปลูกพืชการเกษตร

 

ที่ ราบลุ่มก็กลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ กลายเป็นบึงที่เต็มไปด้วยตอไม้จมอยู่ใต้น้ำ เป็นที่อาศัยของบรรดาสัตว์น้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา จำนวนมาก โดยเฉพาะกุ้งฝอยกับหอยขม มีอยู่ในบึงชุกชุมยิ่งนัก พวกผู้ใหญ่และเด็กๆ ชาวบ้านหนองใหญ่ทั้งใกล้ไกล ต่างพากันมาจับกุ้ง ปลา ตอนเย็นๆ ตะวันโพล้เพล้ พักเดียวก็ได้กุ้งหัวแข็งครึ่งค่อนถังเลยทีเดียว

 
 

แต่ ทว่าหนองใหญ่แห่งนี้ก็มีเหตุการณ์อาถรรพณ์เกิดขึ้นบ่อยๆ เป็นเหตุให้คนที่มาหากินในบริเวณนี้ ต้องตายเย็นมาแล้วหลายศพ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยคนเฒ่าคนแก่ก็พยายามเตือนนักเตือนหนาว่า?ถ้าพวกเอ็งจะไปหากุ้ง ปลา หอย ที่หนองใหญ่แล้วล่ะก้อ จงบนบานศาลกล่าวเจ้าที่เจ้าทางเขาเสียก่อน ก่อนจะลงไปในบึง และอย่าออกห่างจากฝั่งมากนัก มันอันตรายมาก?
อ่านต่อตอน2..

ตอน 2

 

ผม ย้อนถามว่า มันมีอันตรายอะไร? อะไรคือต้นเหตุให้ชาวบ้านไปหาปลาต้องตาย ผมพยายามถามซ้ำผู้เฒ่าผู้แก่ก็อึกอักๆ ไม่อยากบอก แต่ผมก็คะยั้นคะยออยู่พักใหญ่ ท่านผู้เฒ่าถึงยอมเล่าถึงสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้คนจมน้ำตายในบึงหนองใหญ่มาแล้วหลายศพ

 

?มันมีพรายน้ำ?

 

?พรายน้ำ!? ผมอุทานซ้ำ

 

?ใช่?

สาเหตุ มันมาจากพรายน้ำ ที่เกิดมาจากรากไม้ตอต้นตะเคียนทอง ตอใหญ่หลายคนโอบ ที่จมน้ำตายซากอยู่กลางบึงใหญ่มานานหลาย 10 ปีแล้ว ที่โคนตอตะเคียน อาจมีพวกภูตผีวิญญาณ รุกขเทวดา หรือนางไม้ตะเคียนทอง อาศัยสิงสู่อยู่ที่สำคัญพรายน้ำจะเกิดที่บริเวณรากไม้ของตอตะเคียน จะไปเร็วมาก มันพุ่งไปใต้น้ำด้วยพลังมหาศาลหนีกันไม่ค่อยทันถ้าผู้ใดที่ไปหาหอย ปู ปลา หรือไปเล่นน้ำ ไม่บอกกล่าวขอต่อเจ้าของบึง ด้วยความเคารพก่อนแล้วล่ะก้อเป็นต้องเจอดี เพราะจะเจอความอาถรรพณ

วัน คืนเดือนมืดข้างแรมบางทีจะเห็นลูกไฟดวงใหญ่เท่ากระด้งฝัดข้าว ลอยขึ้นมาจากบริเวณกลางบึงหนองใหญ่ พุ่งขึ้นสูงประมาณยอดไม้ ลอยนิ่งอยู่พักใหญ่แล้วก็จมวูบลงไปที่ตรงตอไม้ตะเคียนทองจมอยู่ชาวบ้านที่ไป หาปลาอยู่ต่างเผ่นกันแทบไม่ทัน พร้อมกับมีเสียงคล้ายคนหัวเราะ ฮ่าๆ ซ่าๆๆ ได้ยินไปไกลจนชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่กล้าไปหาจับปลา กุ้ง ในเขตหนองใหญ่แห่งนี้

ผม กับเพื่อนๆ รวม 5 คน ซึ่งอยู่ในวัยเบญจเพส จิตใจกำลังคึกคะนองห้าวหาญ ไม่ค่อยเชื่อเรื่องพิสดารพันลึก ผีสางนางไม้ เทพยดา เจ้าป่าเจ้าที่ต่างๆ และถ้าได้ดื่มเหล้าขาว 35 ดีกรีด้วยแล้วถึงไหนถึงกันในเรื่องการทำมาหากิน ใครยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ พวกผมชอบท้าทายลองดี อยากจะพิสูจน์ความจริงให้เห็นกันจะจะไปเลย

 

ผม ไม่รอช้า ชวนเพื่อนๆ ไปลงข่ายดักปลากันที่หนองใหญ่ ในคืนเดือนหงายของวันหนึ่ง พวกเราทั้ง 5 เตรียมเหล้ายาอาหาร เอาไปกินแก้หนาวกันพอสมควร แล้วปรึกษากันว่า ถ้าได้ปลาเยอะๆ ก็จะเอาไปขายตามหมู่บ้านหารายได้เข้ากระเป๋า

 

ผม กับเพื่อนๆ มาถึงริมบึงหนองใหญ่ วางเครื่องสัมภาระไว้ใกล้ๆ ริมตลิ่งจัดการเดินลงไปในบริเวณบึงอันกว้างใหญ่ รู้สึกสายน้ำเย็นยะเยือกจนสะท้าน พวกเราออกไปไม่ไกลนัก น้ำลึกเพียงหน้าอก เพราะไม่มีเรือพาย

 

เรา ทั้ง 4 นำตาข่ายและหลักไม้ไผ่อีกหลายอันพร้อมถังแกลลอนขนาด 20 ลิตร เตรียมไว้ใส่ปลาอีก 3 ใบ โดยตัดเป็นช่องด้านบนไว้เท้าฝ่ามือ ให้เพื่อนอยู่เฝ้าบนฝั่ง 1 คน เพื่อเฝ้าสัมภาระต่างๆ

 

ผม กับเพื่อนๆ ปักหลักลงในบึงจนแน่น ขึงตาข่ายขนาดตากว้าง 8 ซม. และ10 ซม. ยาวปากละ 100 เมตร พอพวกผมวางข่ายดักเสร็จ ยังไม่ทันจะขึ้นฝั่งปรากฏว่าปลาต่างๆ ว่ายมาติดแล้วพันตาข่ายดิ้นกันตูมตาม จนน้ำกระจายดังโผงผางๆ

 

ผม กับเพื่อนๆ โห่ร้องหัวเราะเฮฮาชอบใจ ที่มีปลาต่างๆ มาติดตาข่ายมากมาย ทั้งปลาช่อน ปลาดุก ชะโด ตะเพียน ฉลาด ปลาบู่ จนลืมความหวั่นเกรงพร้อมคำเตือนของผู้เฒ่าเสียสนิท

 

พวก เราใช้ถังแกลลอนตัดปากพอใส่ปลาได้ เอาเชือกผูกลอยน้ำ ปลดปลาต่างๆ ใส่ลงไปทั้ง 3 ใบ ขณะที่ผมกับเพื่อนๆ ปลดปลาลงถังกันอย่างเพลิดเพลินอยู่กลางน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ส่องนวลจ้าจับ ท้องน้ำ มองดูเป็นคลื่นระยิบระยับ

 

ฉับ พลัน! ผมและเพื่อนๆ ก็ได้ยินเสียงดังตูมๆ ซู่ๆ ซ่าๆ มาจากกลางบึง พวกเราหันไปมองตามเสียงประหลาดนั้นทันที ปรากฏว่าเห็นเงาดำทะมึนของต้นไม้ใหญ่ เอนไปเอนมาเสียงดังซู่ๆ ซ่าๆ แล้วเคลื่อนเข้ามาหาพวกเราทั้ง 4 ที่ลอยคออยู่ในท้องน้ำอย่างรวดเร็ว
อ่านต่อตอนจบ..

ตอนจบ

 

สาย ตาของผมเหลือบไปเห็นพรายน้ำ มันผุดขึ้นมาเป็นฟองขาวกว้างใหญ่หลายวา พุ่งซู่ๆ ซ่าๆ เป็นทางยาว ตรงมาหาพวกเราอย่างประสงค์ร้าย พร้อมกับเสียงคำรามเหวอ...เหวอ...เหอ...เหอ...ดังลั่นบึง ผมร้องตะโกนขึ้นสุดเสียง

 

?ผีหลอกโว้ย...หนีเร็ว...พรายน้ำพุ่งมาแล้ว...ขึ้นฝั่งเร็ว!?

 

พราย น้ำพุ่งมาเป็นทางดังซู่ๆ ซ่าๆ พร้อมเงาดำของต้นไม้ใหญ่ครางเหอๆๆๆ ผมรีบปลดถังปลาทิ้งกลางน้ำจ้ำอ้าวหนีเข้าหาฝั่งอย่างทุลักทุเล แขนขาอ่อนเปลี้ยแทบมาไม่ถึงฝั่ง โชคดีได้เพื่อนบนฝั่งมาช่วยดึงมือขึ้นบนตลิ่งไปได้หวุดหวิด

 

ผม หันมามองเพื่อนๆ อีก 3 คน ที่หนีพรายน้ำตามหลังผมมา แต่มองไม่เห็นสักคน ช่วยกันตะโกนเรียก พร้อมกับท่องนะโม สวดมนต์กันดังลั่นให้คุณพระคุ้มครอง มองไปเห็นแต่เงาดำทะมึนของต้นตะเคียนทองสูงใหญ่ที่กลางบึงครวญครางเหวอๆ เหอๆ อย่างสะใจ

 

พร้อม กับมองเห็นพรายน้ำผุดพร่างพรายเสียงดังซู่ๆ ซ่าๆ ทั่วบริเวณที่เพื่อนผมทั้ง 3 คน ดักตาข่ายอยู่ คงจะปลดปลาติดตาข่ายเพลินไม่ก็ชะตาถึงฆาตจึงหนีไม่ทันถูกพรายน้ำนางตะเคียน ทองเล่นงาน จนจมน้ำตายเป็นผีเฝ้าท้องน้ำทั้ง 3 คน

 

ปลา ต่างๆ ในถังแกลลอนทั้งหมด ก็จมน้ำคืนสู่บึงหนองใหญ่ไปหมด ผมกับเพื่อนตัดสินใจวิ่งหนีกลับมาบ้าน ด้วยจิตประหวั่นพรั่นพรึง ที่เห็นผีมาหลอกจะจะลูกกะตา ทำให้เสียขวัญอย่างหนัก

 

จน ผู้เฒ่าและพ่อแม่ต้องให้เข้าวัด เพื่อไปบวชพระแก้บน แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้กับวิญญาณนางพรายตะเคียนทองที่อาถรรพณ์ และเพื่อนๆ ทั้ง 3 คน ที่จบชีวิตเซ่นสังเวยนางพรายตะเคียนด้วยความอวดดี

 
 

เรื่อง โดย...เพิ่มศักดิ์/ชลบุรี ขอขอบคุณ นิตยสารผี๔๘