Menu PSTIP

ยาบำรุงกับการตั้งครรภ์

ยาบำรุงกับการตั้งครรภ์

ยาบำรุงกับการตั้งครรภ์

ยาบำรุงกับการตั้งครรภ์

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ แน่นอนต้องการให้ลูก ที่เกิดมาสมบูรณ์แข็งแรง ยาบำรุงสำหรับการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง อาทิตย์นี้ น.พ. ภาวิน พัวพรพงษ์ สูติแพทย์ มาให้คำแนะนำค่ะ

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ สิ่งที่คาดหวังคือ ?การที่จะมีบุตรสมบูรณ์ แข็งแรง? ดัง นั้นจึงเป็นจุดสำคัญที่ก่อให้เกิดการบำรุงครรภ์ ยาบำรุง จึงเข้ามามี บทบาท จากทั้งประสบการณ์ของผู้ใหญ่ที่เคยตั้งครรภ์มาก่อน ความเชื่อดังเดิม และการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งให้ข่าวสารไม่ตรง กับ ความเป็นจริง หรือให้ไม่ครบถ้วน

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ใหม่ๆ อายุทารกในครรภ์ 2 ? 8 สัปดาห์ ช่วงนั้น คุณแม่จะมีอาการแพ้ท้อง มีคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งมีระดับ ความรุนแรง แตกต่างกันในแต่ละคน ในอายุครรภ์ขนาดนี้ จะเป็นช่วงที่ทารกมีการ สร้างอวัยวะต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเตรียมพร้อมให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ โดยปกติสารอาหารต่าง ๆ ที่ไปเลี้ยงทารก จะมีครบถ้วน ในมารดาที่ สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคเรื้อรัง กลไกการแพ้ท้องเชื่อว่าอาจเกิดขึ้น เพื่อป้องกันการรับสารอาหารที่เป็นพิษ และ ก่อให้เกิดอันตราย แก่ทารกในครรภ์ ดังนั้นในระยะนี้ ถ้ามารดา พอที่จะรับประทาน อาหารได้ การรับประทานอาหารครั้งละน้อยลง และ เพิ่มจำนวนมื้อ อาหารให้มากขึ้น เป็น 4 ? 6 มื้อ หลีกเลี่ยงอาหารมัน ก็จะช่วยให้ลด อาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ?ไม่จำเป็น ต้องรับประทานยาบำรุงเลย ในระยะนี้? นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาต่าง ๆ เพราะยาหลาย

ชนิดมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอันตราย และความพิการต่อทารกในครรภ์ หากจำเป็นต้องใช้ยาหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาสูติแพทย์ สำหรับ ยาบำรุงเลือดที่แพทย์มักนิยมให้ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ หากมีอาการแพ้ท้องมาก อาจพิจารณา เริ่มยาเหล่านี้ ในครึ่ง หลังของการตั้งครรภ์

เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น อาการแพ้ท้องหายไป โดยปกติจะประมาณ 3 เดือน คุณแม่จะเริ่มที่จะรับประทานอาหารได้ รู้สึกเจริญอาหาร จนบางท่านวิตกกังวลว่าจะน้ำหนักเกิน อ้วน จนต้องมาปรึกษาแพทย์ ระยะนี้ก็ชี้แจงได้เลยว่า ยาบำรุงครรภ์ที่ได้รับ การยืนยันว่า มีประโยชน์ และจำเป็นต้องให้เสริมให้แก่คุณแม่ระยะนี้ก็คือ ? ยาบำรุงเลือด? ยา บำรุงเลือดมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ขอให้เลือกใช้ชนิดที่มี Ferrous Flumaric 200 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่า ก็จะได้ปริมาณ เพียงพอ สำหรับปริมาณธาตุเหล็กที่จะดูดซึมเข้าไป และ เสริมสร้างเลือด ไปเลี้ยงทารกในครรภ์ได้พอเพียง ราคาของยาบำรุงเลือด ในแต่ละยี่ห้อ จะแตกต่างกัน ตามการผสมวิตามินต่าง ๆ ลงไป แต่อย่างที่กล่าวมาแล้ว ?ในคุณแม่ที่ปกติธาตุเหล็กจากยาบำรุงเลือดเท่านั้นที่จำเป็นต้องเสริม? สารอาหารอื่น ๆ และ วิตามิน ส่วนใหญ่มักจะได้ครบถ้วน จากอาหาร ประจำวันอยู่แล้ว ในการเลือกรับประทานอาหารของคุณแม่ ขอให้เลือก รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และรับประทานอาหารจำพวกผัก หรือผลไม้เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากขณะตั้งครรภ์คุณแม่จะมีอาการท้องผูก การรับประทานอาหารที่มีกากหรือเส้นใยสูงดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ถ่าย อุจจาระสะดวกขึ้น ?ในคุณแม่ที่รับประทานยาบำรุงเลือด จะพบว่า อุจจาระมีสีดำ? ไม่ต้องตกใจ เหตุที่สีอุจจาระเปลี่ยนแปลงไปนั้น เป็นเพราะยาบำรุงเลือดที่ รับประทานเข้าไปนั้นเอง

สำหรับสารอาหารที่มีการโฆษณากันมา คือ ?สารโฟลิค หรือโฟเลท? ที่ จะช่วยบำรุงสมองของทารกนั้น ปกติร่างกายของคุณแม่ ต้องการปริมาณ น้อยมาก และมักมีอยู่ในอาหารปกติอยู่แล้ว การเสริมสารนี้จำเป็น เฉพาะ ผู้ที่มีประวัติบุตรมีความพิการทางสมอง หรือมีความเสี่ยงสูง ที่จะเกิด ความพิการทางสมอง โดยมีการแนะนำ ให้ใช้ตั้งแต่ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ ประมาณ 3 เดือน และให้ต่อมาจนกระทั่งอายุครรภ์ประมาณ 3 เดือน จะลดความเสี่ยงของการเกิดความพิการทางสมองนี้ได้ ซึ่งคุณแม่ที่มี ความเสี่ยงหรือไม่มั่นใจว่ามีความเสี่ยงเหล่านี้ สามารถปรึกษาสูติแพทย์

ในเรื่องของการบำรุงกระดูก แคลเซียม มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้าง กระดูก และ ฟัน แคลเซียมจะพบในอาหารจำพวกผลิตภัณฑ์จากนม และปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งกระดูก ในคุณแม่ ที่รับประทาน อาหารจำพวกนี้ได้ แคลเซียมก็ไม่มีความจำเป็น สำหรับผลิตภัณฑ์นมนั้น นมสดจะให้คุณค่าทางอาหารมากกว่านมเปรี้ยว การเสริมแคลเซียมในผลิตภัณฑ์นม เป็นจุดขายในการโฆษณาสินค้า และทำให้ราคาสินค้ามีราคาสูง ไม่คุ้มค่ากับราคาในการเลือกใช้ สำหรับคุณแม่ที่มีความจำเป็นต้องเสริมแคลเซียม ทางการแพทย์ มีผลิตภัณฑ์แคลเซียม ในรูปแบบเม็ดเคี้ยวระหว่างรับประทาน เม็ดฟองฟู่ ละลายน้ำ และชนิดแคปซูล ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามขนาดที่ต้องการ และรูปแบบที่สะดวกในการใช้ ราคาส่วนใหญ่ จะถูกกว่า ในปริมาณ แคลเซียมที่เท่ากัน

การรับประทานยาดองเหล้าเพื่อบำรุง เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง? เนื่องจาก แม้ว่ายาดองเหล้ามีหลากหลายชนิด และยังไม่มีการศึกษาถึงสารอาหารที่มีอยู่ในแต่ละชนิด แต่ส่วนประกอบ ที่ต้องมีอยู่ในยาดองเหล้าคือ แอลกอฮอล์ ซึ่งหากรับประทาน เป็นจำนวนมากจะส่งผลต่อทารก ทำให้เกิดความพิการ โดยมีลักษณะ หน้าตาที่ผิดปกติ สติปัญญาต่ำ และมีการพัฒนาการช้า ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้ว การแก้ไขแทบจะเป็นไปไม่ได้ แม้จะช่วยโดยการ กระตุ้นพัฒนาการก็ตาม ดังนั้น ในเรื่องความเชื่อเรื่องยาดองเหล้า จำเป็นจะต้องมีการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่ โดยอาจแนะนำ ให้เข้าปรึกษา แพทย์พร้อมคุณแม่ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และ เพื่อความสัมพันธ์ ระหว่างครอบครัวและผู้ใหญ่

สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้อง และอยากรับประทานอาหารแปลก ๆ หากอาหารนั้นไม่มีโทษต่อร่างกาย คงไม่ผิดอะไร และ สามารถ รับประทานได้ แต่ก็สมควรจะรับประทานอาหารอื่น ๆ ให้ครบตาม ปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการด้วย ได้สรุปตารางปริมาณพลังงาน และ สารอาหารที่คุณแม่ก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ และ ให้นมบุตร ต้องการไว้แล้ว

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสาร Modern Mom ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

อาหารเด็ก..ซุปปลากำลังสอง

เครื่องดื่มอันตรายของว่าที่คุณแม่

การตรวจกรองในหญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะปัญญาอ่

ลุ้นตรวจน้ำลายและเลือดบอกสุขภาพลูก

เทคนิคเตรียมตัวก่อนคลอดลูกน้อย

อาหารเด็ก..ข้าวบดถั่วต้ม