Menu PSTIP

การเจ็บครรภ์และการคลอด

การเจ็บครรภ์และการคลอด

การเจ็บครรภ์และการคลอด จะแบ่งเป็น 3 ระยะ

การเจ็บครรภ์และการคลอด จะแบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะที่หนึ่ง จะ เป็นช่วงที่คุณแม่มีอาการเจ็บครรภ์สม่ำเสมอและถี่ขึ้น จะพบท้องแข็งเกร็งเป็นก้อนนูนขึ้นมา เกิดจากการหดรัดตัวของมดลูกเป็นระยะๆ ระยะนี้จะกินเวลานาน 8-10 ชั่วโมงในท้องแรก และ 6-8 ชั่งโมงในท้องหลัง การผ่านช่วงเวลานี้จะสำเร็จได้ด้วยดี หากมีการอบรมเรื่องการคลอดมาก่อน ร่วมกับการพยายามผ่อนคลาย สงบใจ และปล่อยตัวตามสบายเมื่อ คุณแม่มีอาการเจ็บครรภ์คลอด มีมูกเลือดหรือน้ำเดิน ซึ่งเป็นอาการนำมาโรงพยาบาล เมื่อมาถึงห้องคลอด เจ้าหน้าที่จะถามรายละเอียดของการเจ็บครรภ์ว่าเริ่มต้นเมื่อใด ถี่บ่อยแค่ไหน มีมูกเลือดจากช่องคลอดหรือน้ำเดินหรือไม่ จากนั้นจะมีแพทย์ถามประวัติซ้ำพร้อมตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต ชีพจร การหายใจ อุณหภูมิ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ตรวจหน้าท้องและตรวจภายในว่าปากมดลูกเปิดมากแค่ไหนแล้ว จากนั้นจะตรวจปัสสาวะเพื่อดูน้ำตาลและโปรตีน เพื่อค้นหาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ หากพบว่าปากมดลูกเปิดไม่มาก จะทำการสวนอุจจาระ แล้วย้ายเข้ารอคลอดในห้องรอคลอด ห้องรอคลอด จะมีพยาบาลและแพทย์ มาตรวจการหดรัดตัวของมดลูก และตรวจภายในเป็นระยะ เพื่อดูความก้าวหน้าของการคลอด การคลอดจะเข้าสู่ระยะที่สอง เมื่อปากมดลูกเปิดเต็มที่ หรือปกติประมาณ 10 เซนติเมตร ในระยะนี้คุณแม่มักจะได้รับคำแนะนำให้งดน้ำงดอาหาร และได้รับน้ำเกลือเพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับการดมยาสลบในการผ่าคลอด และภาวะฉุกเฉินในการสตั้งครรภ์ต่างๆ สำหรับอาการเจ็บครรภ์ในระยะนี้ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาระงับความรู้สึกวิธีต่างๆ หรือใช้ยาแก้ปวดตามความเหมาะสม

ระยะที่สอง เป็นระยะที่ปากมดลูกเปิดเต็มที่และจะมีการคลอดของทารกจนเสร็จสิ้น ในระยะนี้คุณแม่จะได้รับการย้ายเข้าสู้ห้องคลอด และนอนอยู่ในท่าเตรียมคลอด ซึ่งจะอยู่ในท่านอนหงาย ศีรษะยกสูง หรือขึ้นขาหยั่ง จากนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการคลอดทารกคือ แรงเบ่งของคุณแม่ การเรียนรู้และได้รับการอบรมเรื่องการเบ่งคลอด จะช่วยให้คุณแม่ออกแรงเบ่งตลอดได้ถูกวิธี โดยเมื่อมีการเจ็บครรภ์คลอด มดลูกเริ่มหดรัดตัว คุณแม่ควรหายใจเข้าลึก กลั้น และเบ่งยาว เมื่อหมดแรงเบ่งสูดหายใจเข้าลึก กลั่น และเบ่งยาวซ้ำ ในการหดรัดตัวของมดลูก 1 ครั้งควรเบ่งยาวได้ 2-3 ครั้ง ขณะที่คุณแม่เบ่ง พยาบาลจะช่วยให้กำลังใจ ให้จังหวะ และเชียร์เบ่ง การเบ่งคลอดที่ถูกต้องจะทำให้ทารกเคลื่อนตัวลงมาอย่างเหมาะสม เมื่อทารกเคลื่อนตัวลงมาที่ปากช่องคลอด แพทย์จะช่วยทำคลอดโดยฉีดยาชาระงับความรู้สึกบริเวณฝีเย็บ และอาจพิจารณาตัดฝีเย็บ เพื่อช่วยเหลือกลไกการคลอด หลังจากนั้น แพทย์จะทำคลอดทารกเมื่อ ทารกคลอด แพทย์จะทำการดูดน้ำคร่ำในปาก และจมูกของทารกโดยใช้ลูกยางแดง เพื่อเป็นการกระตุ้นทารกและช่วยให้ทารกเริ่มหายใจ จากนั้น จะเช็ดตัวทารกให้แห้ง ห่มผ้าให้อบอุ่น และอาจพิจารณานำทารกมาวางไว้บนหน้าอกคุณแม่ เพื่อกระตุ้นความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูก และให้ทารกดูดนมเพื่อกระตุ้นกลไกการสร้างและหลั่งน้ำนม ขณะเดียวกัน แพทย์ก็จะพิจารณาทำคลอดรกซึ่งจะเป็นการคลอดในระยะที่สาม ระยะที่สองนี้โดยปกติในท้องแรกจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ส่วนในท้องหลังจะใช้เวลา ? -1 ชั่วโมง

ระยะที่สาม เป็น ระยะที่จะเกิดการคลอดของรก หลังทารกคลอดปกติรกจะเริ่มลอกตัว เมื่อรกลอกตัวแล้วแพทย์จะพิจารณาทำคลอดรก โดยอาจจะทำการกดบริเวณหน้าท้องหรือท้องน้อยของคุณแม่ เพื่อดันไล่รกลงมาที่ช่องคลอด และช่วยทำคลอดรก หลังคลอดรก แพทย์จะทำการตรวจสอบหาบาดแผลในช่องทางคลอด และพิจารณาเย็บซ่อมแซมโดยใช้ยาระงับความรู้สึก โดยมากระยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาทีหลังจากระยะนี้แล้ว คุณแม่จะพักอยู่ในห้องคลอดต่อไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะได้รับการย้ายเข้าสู่หอผู้ป่วยหลังคลอด ซึ่งในระยะนี้คุณแม่มักจะหลับ เนื่องจากการเหนื่อยและอ่อนเพลียจากการคลอด การพักผ่อนในโรงพยาบาลมักใช้เวลาเพียง 1 วันหลังคลอดในกรณีที่คลอดปกติทางช่องคลอด จากนั้น แพทย์มักอนุญาตให้คุณแม่และทารกกลับไปพักผ่อนต่อที่บ้านได้

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสารเรื่องผู้หญิง ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

มานับลูกดิ้นกันเถอะ

กลวิธีป้อนนมลูกน้อย

อาหารเด็ก..Panacotta

อาหารเด็ก..พายข้าวโพด

การให้นมในทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนแรก

อาหารเด็ก..หมูอู๊ดห่อผัก