Menu PSTIP

6 เรื่องของลูกน้อยที่พ่อแม่เลิกกังวลได้แล้ว

6 เรื่องของลูกน้อยที่พ่อแม่เลิกกังวลได้แล้ว
6 เรื่องของลูกน้อยที่พ่อแม่เลิกกังวลได้แล้ว

6 เรื่องของลูกน้อยที่พ่อแม่เลิกกังวลได้แล้ว

คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายคงจะปฏิเสธไม่ได้นะคะว่ามีเรื่องกังวลต่างๆ มากมายเกี่ยวกับลูกน้อย ซึ่งหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่อาจจะกังวลเกินกว่าเหตุไปสักหน่อย มีเรื่องอะไรบ้างนั้นไปดูกันดีกว่าคะ

1. ศีรษะของลูกน้อย คุณอาจรู้สึกว่าเด็กแรกเกิด มีศีรษะที่บอบบางนุ่มนิ่ม แต่ความจริงศีรษะหรือกระหม่อมของหนูน้อยแข็งใช้ได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าไม่ควรจะไปกระแทกอะไรแรง ๆ แต่ถ้าเราจะจับหัวเด็ก หรือเกิดหัวหนูน้อยไปชนอะไรนิดหน่อย ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะหนูน้อยไม่เป็นอะไรมาก กระหม่อมของหนูน้อยเป็นเหมือนตัวกันกระแทกให้กับสมอง เพราะจะมีช่องว่างเว้นไว้ระหว่างกระดูกกับสมองที่จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

2. เป็นไข้ ไม่ใช่ว่าจะห้ามกังวลหากลูกเป็นไข้ เพราะไข้ก็เป็นอาการป่วยอย่างหนึ่ง เพียงแต่อาการไข้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเชื้อโรค การที่ไข้ลดอย่างรวดเร็วก็อาจไม่ได้หมายความว่าเด็กจะหายป่วยเร็วขึ้น โรคที่เด็กส่วนใหญ่เป็นไม่ได้น่ากลัว และอาการไข้ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสและจะหายได้เอง อย่ากังวลเกินไปกับตัวเลขในเทอร์โมมิเตอร์ ถ้าเด็ก ๆ ยังกิน หรือเล่นได้ตามปกติก็ไม่ต้องกังวลอะไร แต่เมื่อใดที่เริ่มมีอาการป่วยอย่างอื่น เช่น หายใจติดขัด ไม่ดื่มน้ำ อาเจียน หรือท้องร่วงล่ะก็ พาไปหาหมอเป็นดีที่สุด

3. อาหารแข็งที่ควรให้ทารก เด็กช่วง 4 เดือนแรกควรให้อาหารเหลวไปก่อน แต่ภายใน 1 ปี ควรให้เด็กได้กินอาหารแข็ง ซึ่งเด็กแต่ละคนอาจจะเริ่มเร็วช้าต่างกันไป ควรให้เด็ก ๆ ได้ลองกินอาหารใหม่ ๆ ที่ไม่เคยกินทุก 2-3 วัน (อย่าลืมเช็กด้วยว่าครอบครัวของคุณมีประวัติแพ้อาหารอะไรหรือเปล่า) อาจเริ่มด้วยกล้วยบด ซีเรียล แล้วค่อย ๆ หาอาหารที่มีพื้นผิวแปลก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้ลอง

4. คำวิจารณ์จากคนอื่นถึงวิธีเลี้ยงลูก ของคุณ พ่อแม่อาจเลี่ยงที่จะเปรียบเทียบการเลี้ยงดูลูกของตัวเองกับคนอื่นไม่ได้ บางครั้งถึงขั้นสงสัยว่าคนอื่นทำได้ดีกว่าเราหรือเปล่านะ แต่ความจริงก็คือ พ่อแม่แต่ละคน ครอบครัวแต่ละบ้าน เด็กแต่ละคนก็ต่างกัน และมีความต้องการแตกต่างกันไป สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำคือพยายามหาแนวทางการเลี้ยงดูที่เหมาะกับครอบครัวของตัวเอง คุณนั่นแหละที่รู้จักลูกของคุณดีที่สุด

5. ลูกกินน้อย พ่อแม่หลายคนบ่นว่าลูกกินอาหารน้อยเกินไป ถึงบางวันจะกินข้าวไม่กี่คำ กล้วยอีกคำสองคำ แต่ยังไงเด็ก ๆ ก็ไม่มีวันอดตายในบ้านที่มีของกินเต็มตู้เย็นแน่ ๆ พ่อแม่ควรเตรียมอาหารที่เป็นประโยชน์ 3 มื้อ และอาหารว่างมื้อเล็ก เช่น ผักและผลไม้ อาจใช้ตัวช่วยมาหลอกล่อให้กินอาหาร เช่น นิทาน

6. พยายามทำทุกอย่างให้เพอร์เฟคท์ ความสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ บางครั้งเราก็อาจจะทำพลาดบ้าง แต่สิ่งที่ต้องนึกไว้เสมอก็คือ ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่สิ่งจำเป็น เด็ก ๆ ไม่ต้องการอาหาร หรือของเล่นที่สมบูรณ์แบบที่สุด สิ่งที่เขาต้องการคือแค่พ่อแม่มีเวลาเล่นกับเด็ก ๆ ก็เพียงพอแล้วค่ะ

ขอบคุณ ที่มา : นิตยสาร Mother&Care ภาพจาก : thainannyclub




บทความน่าสนใจ

อาหารเด็ก..ทอดมันข้าวโพดลั้ลลา

3 ท่าช่วยฟิตแอนด์เฟิร์ม

นมแพะ ทดแทนนมแม่ ได้จริงหรือ ?

เทคนิคดูแลเต้านมสำหรับคุณแม่

อาหารเด็ก..ทับทิมกรอบ

4 วิธีสังเกตอาการเจ้าตัวน้อยกำลังจะป่วย