Menu PSTIP

9 เทคนิคพิชิตสมองไบรท์

9 เทคนิคพิชิตสมองไบรท์

9 เทคนิคพิชิตสมองไบรท์

9 เทคนิคพิชิตสมองไบรท์

ใครที่รู้สึกว่าตอนนี้สมองไม่ค่อยไบรท์ คิดอะไรไม่ค่อยออก แถมยังขี้หลงขี้ลืมอีกด้วยนั้น เห็นทีว่าจะต้องฟิตสมองกันสักหน่อยแล้วค่ะ วันนี้เราเลยมีวิธีฝึกสมองให้ฉลาดปราดเปรื่องมาฝากกันค่ะ พร้อมจะสมองไบรท์กันรึยังเอ่ย

1. จิบน้ำให้บ่อย เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้นั่นแหละค่ะ เพราะในสมองประกอบไปด้วยน้ำถึง 85% แล้วถ้าเซลล์สมองไม่มีน้ำมาหล่อเลี้ยง ก็เหมือนต้นไม้ที่แห้งเหี่ยว แล้วแบบนี้น้องๆ จะคิดไวไอเดียพุ่งปรี๊ดได้ยังไงล่ะเนี้ยะ

2. เลือกทานไขมันดี เน้นว่าไขมันดีนะคะ จำพวกน้ำมันตับปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวมเพราะไขมันดีอยู่ในอาหารเหล่านี้จะเข้าไปซ่อมแซมก้อนไขมันหรือสมองของเราที่สึกหรอนั่นเอง

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที ขั้นตอนนี้อาจจะฟังดูขัดหูขัดใจกันสักหน่อย เพราะแค่ลำพังตื่นนอนยังทรมานแทบแย่ แต่การนั่งสมาธิทุกเช้าหลังตื่นนอนวันละ 12 นาทีนั้น เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta เป็นคลื่นที่ผ่อนคลายที่สุด พอสมองผ่อนคลายก็สามารถสร้างจินตนาการต่างๆ และมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานมากขึ้น

4. ความตั้งใจ ก่อนสิ่งอื่นใด เมื่อวันนั้นเรารู้ว่าเป้าหมายของวันคืออะไร ให้ใส่ความตั้งใจเพื่อป้อนให้สมองรู้ว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำ เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ให้สมองไม่ต้องแยกระหว่างสิ่งที่ทำกับสิ่งที่เกิดขึ้น

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ เพราะการยิ้มการหัวเราะจะมีสารเอนโดรฟินหลั่งออกมา เป็นสารแห่งความสุข เมื่อมีความสุข ความคิดสร้างสรรค์ก็เกิด อะไรๆ ก็ดูเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ต้องกังวลจนเกินเหตุ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน ถ้าคนเก่งมั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองเก่งจนไม่รับรู้ความคิดคนอื่นเหมือนน้ำที่เต็มแก้วป้อนเท่าไหร่ก็ล้นออกมาแบบนี้ ท้ายที่สุดคุณก็จะเป็นคนที่ได้แต่เก่งในสายตาของตัวเองเท่านั้น การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องไปวิ่งหาอะไรให้ซับซ้อน แค่ลองหาหนังสือเล่มใหม่ๆ มาอ่าน เปิดใจคุยกับเพื่อนใหม่แลกเปลี่ยนความรู้และทัศนคติและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอยังทำให้สมองหลั่งสารเอนโดรฟิน ทำให้กระตุ้นการอยากเรียนรู้และทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

7. รู้จักให้อภัย การโกรธไม่ว่าจะโกรธตัวเองหรือโกรธคนอื่น เวลาที่เราโกรธ สมองต้องสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ การรู้จักให้อภัยจึงเป็นการลดภาระการใช้พลังงานของสมองให้น้อยลง

8. ฝึกเขียนบันทึก การฝึกเขียนมีอยู่สองแบบ คือเขียนแต่เรื่องราวดีๆ ลงไปในสมุดบันทึก เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้เรานึกถึงความสุขช่วงระยะเวลานั้นๆ สมองก็จะคิดเชิงบวก พร้อมหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับสบาย ตื่นมาสามารถทำสมาธิได้ง่าย ส่วนการเขียนอีกแบบคือการเขียนเพื่อระบายความทุกข์ลงไปในสมุด เพื่อให้ใจเรารู้สึกเหมือนได้ระบายหรือพูดให้ใครฟัง ไม่ตั้งอัดอั้นอยู่ในใจฝ่ายเดียว พอใจเริ่มผ่อนคลาย สมองเริ่มผ่อนคลาย ความสุขก็เริ่มมีมากขึ้น

9. ฝึกหายใจลึกๆ ออกซิเจนเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสมองต้องใช้ออกซิเจนถึง 20-25% ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การนั่งหลังตรง พร้อมสูดหายใจเข้าลึกๆ ออกซิเจนจะเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น หากใครที่ต้องนั่งทำการบ้านหรือทำงานนานๆ ควรหาเวลาลุกยืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ ทำให้หายใจเอาออกซิเจนเข้าไปได้เพิ่มอีก 20%

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสาร Spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

โยเกิร์ตถ้วยเล็กๆ มีดี ประโยชน์เพียบ

มันฝรั่งภัยร้ายที่มากับโรคร้าย

9 ประโยชน์ดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในลูกพรุน

3 เทคนิคหายเศร้าด้วยวิธีธรรมชาติ

น้ำองุ่นต้านปวดหลัง

4 หนทางยามเช้าสร้างชีวิตชีวาให้กับตัวเอง