Menu PSTIP

5 อาหารรักษาโรคนอนไม่หลับของแท้หรือแค่โม้

5 อาหารรักษาโรคนอนไม่หลับของแท้หรือแค่โม้

5 อาหารรักษาโรคนอนไม่หลับของแท้หรือแค่โม้

ในขณะที่อาหารบางอย่างอาจช่วยให้นอนหลับสบาย แต่บางอย่างก็เป็นแค่เสียงลือเสียงเล่าอ้างเท่านั้น มาหาคำตอบกันเลยดีกว่า

1. ดื่มนมก่อนนอน หลายปีก่อนนี้ นักวิทยาศาสตร์ศึกษาเรื่องที่ว่าดื่มนมแล้วจะหลับสบาย ได้ข้อสรุปว่าเกิดจากกรดอะมิโนในนม (และไก่งวง) ที่ชื่อว่า ทริปโตฟาน ซึ่งเมื่อสารนี้เข้าไปในสมองจะทำให้มีการผลิตเซโรโทนิน สารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นให้รู้สึกเป็นสุข แต่เมื่อมีการทดลองโดยใช้นมและอาหารอื่นๆ ที่มีทริปดตฟานเช่นเดียวกัน ปรากฏว่าไม่มีผลกระทบต่อการนอนหลับ โดย ผศ.จิตวิทยา นพ.อาร์ต สปีลแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก City of University of NewYork ชี้ว่า "อาหารที่มีทริปโตฟานจะไม่ทำให้เกิดอาการกล่อมประสาทเนื่องจากกรดอะมิโนชนิดต่างๆ มากมายที่อยู่ในอาหารจะแข่งกันขึ้นไปถึงสมอง" ซึ่งนมอุ่นๆ อาจทำให้เรารู้สึกดีก็จริง แต่ไม่ทำให้สารเซโรโทนินเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

2. กินของว่างก่อนนอน การกินคาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลสูงในมื้อค่ำอาจช่วยให้คุณหลับได้เร็วขึ้น โดยการศึกษาใน American Journal of Clinical Nutrition ชี้ว่าในคนที่หลับสบายเป็นปกติ การกินข้าวหอมมะลิที่มีดัชนีน้ำตาลสูงคู่กับมื้อค่ำที่ประกอบไปด้วยผัก คาร์โบไฮเดรต และราดด้วยซอสมะเขือเทศ จะทำให้หลับเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับการกินข้าวธัญพืชที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ซึ่งอาจเป็นเพราะข้าวประเภทแรกจะเพิ่มอัตราส่วนของทริปโตฟานในกระแสเลือด ทำให้สารชนิดนี้เข้าสู่สมองได้มากขึ้น

3. ดื่มชาสมุนไพร เป็นที่เลื่องลือว่าชาคาโมมายล์ ชาเลมอนบาล์ม ชาดอกเสาวรส มีคุณสมบัติช่วยให้หลับสบาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทาง American Academy of Sleep Medicine ชี้ว่ายังไม่มีการพิสูจน์คุณสมบัติดังกล่าวในการศึกษาทางคลินิก โดยนพ.สปีลแมนตั้งข้อสังเกตว่า "ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าชาเหล่านี้ได้ผลจริงๆ สำหรับคนบางกลุ่ม เพราะของเหลวร้อนๆ จะทำให้ง่วงได้ด้วยการสร้างความร้อนในร่างกาย"

4. กินอาหารเสริม การศึกษาของ National Institute of Health ในปี 2002 พบว่าอเมริกันกว่า 1.6 ล้านคน ลองกินอาหารเสริมเพื่อบำบัดโรคนอนไม่หลับและกว่าครึ่งรายงานว่ามีอาการดีขึ้นมาก แต่คำกล่าวอ้างนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ โดยมีข้อยกเว้นก็คือสารสกัดจากรากวาเลอเรียนที่อาจช่วยให้นอนหลับได้จริงแต่มีผลข้างเคียงที่เจอได้น้อยมากคืออาการปวดท้อง อย่างไรก็ดี คุณอาจจะไม่พบอาหารเสริมที่มีรากวาเลอเรียนอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ จึงควรรอจนกว่า FDA จะรับรองสูตรที่ได้มาตรฐานดีกว่า

5. เลิกคาเฟอีนดีมั้ย? คาเฟอีนมีผลต่อแต่ละคนต่างกันออกไป ดังนั้น หากคุณไวต่อคาเฟอีนก็อาจจะลดปริมาณลงหรือดื่มเฉพาะตอนเช้าเท่านั้น (นี่รวมไปถึงน้ำอัดลม ชา และช็อกโกแล็ต) ทั้งนี้ ความสามารถในการระบายคาเฟอีนออกจากร่างกายจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น หมายความว่าหากคุณดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วได้สบายๆ ตอนอายุ 20 ปี คุณอาจจะอยากลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น

Tip : ถ้าคุณนอนไม่หลับภายใน 15-20 นาที ลุกขึ้นไปทำอย่างอื่นแล้วกลับมานอนทีหลัง อย่าพยายามข่มตาให้หลับ เพราะคุณจะเครียดจนนอนไม่หลับมากกว่า

ขอขอบคุณ ที่มา : Lisa ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

ความเปรี้ยวมีประโยชน์

ดื่มน้ำน้อยระวังโรคภัยจะถามหา

สมุนไพร อังกาบ

ป่วยแบบไหน ต้องงดผลไม้อะไร

ต่อต้านไข้หวัดด้วยน้ำสมุนไพร

กิจกรรมผ่อนคลายที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดแบบคุณ