Menu PSTIP

มาทำความรู้จักโบท็อกซ์กันเถอะ

มาทำความรู้จักโบท็อกซ์กันเถอะ

มาทำความรู้จักโบท็อกซ์กันเถอะ

มาทำความรู้จักโบท็อกซ์กันเถอะ

โบท็อกซ์หรือสารโบทูลินั่มท็อกซินนั้น เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ซึ่งสกัดได้จากเชื้อแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินั่ม ชนิดเอมีการนำมาใช้เสริมสร้างความงามและความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวพรรณ จัดเป็นสารที่นำมาใช้ในวงการความงามดดยไม่ต้องพึงพาศัลยกรรม

โบท็อกซ์มีการใช้มานานมาก นำมารักษากล้ามเนื้อคอกระตุก กล้ามเนื้อตากระตุก รวมถึงอาการปวดไมเกรน ตาเหล่ก็รักษาด้วยโบท็อกว์นี้ ต่อมาอเมริกาได้นำโบท็อกซ์มาใช้ลดริ้วรอยหน้าผากและรอยตีนกา จึงเป็นจุดเริ่มต้นการนำโบท็อกซ์มาใช้ในเรื่องของผิวพรรณ

โบท็อกซ์ หรือสารโบทูลินั่มท็อกซิน เป็นสารพิษจากแบคทีเรียที่มักจะพบในอาหารกระป๋องที่บุบ มีผลทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วคราว ถ้าได้รับปริมาณมากอาจทำให้หยุดหายใจได้แต่สารที่นำมาใช้ในทางการแพทย์ เป็นสารที่สกัดออกมาให้มีความบริสุทธิ์และมีปริมาณน้อยมาก เพื่อที่จะสามารถจำกัดการออกฤทธิ์ของสารโบท็อกซ์ให้อยู่ในกล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่เราต้องการฉีดได้

การฉีดโบท็อกซ์
ตัวยาจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อเฉพาะบริเวณที่ฉีด คือเมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยคลายกล้ามเนื้อ หรือทำให้กล้ามเนื้อมัดนั้นๆ เป็นอัมพาตชั่วคราว จึงมีการนำสารโบท็อกซ์ มาใช้ในการช่วยดูแลผิวพรรณ เริ่มตั้งแต่ลดริ้วรอยบนใบหน้า ตีนกา ริ้วรอยรอบปาก รอยย่นสันจมูก ฉีดช่วยยกกระชับใบหน้าลำคอให้ตึง ฉีดยกคิ้ว ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น ฉีดยกมุมปาก ฉีดลดกราม หน้าเรียว ฉีดลดน่อง ขาเรียว แถมยังฉีดลดเหงื่อได้อีกด้วย บางคนที่มีเหงื่อออกใต้วงแขน เปียก มีกลิ่น อันนี้ได้ผลดีมาก และยังช่วยคนไข้ให้ลดอาการปวดศีรษะ จากไมเกรนได้เป็นอย่างดี โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วันหลังจากฉีด และเห็นผลสูงสุดภายใน 1 เดือน และออกฤทธิ์อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล หลังฉีดก็อย่าไปขยี้และต้องหยุดทำทรีตเม้นท์บนใบหน้าสัก 1-2 อาทิตย์

โบท็อกซ์ตัวแรกที่ได้รับการยอมรับให้ใช้ในการฉีดคือ
ตัวที่ผลิตจากอเมริกา แต่หลังจากนั้นได้มีประเทศต่างๆ มากมายผลิตโบท็อกซ์ออกมา ซึ่งยาเหล่านี้องค์การอาหารและยาในหลายๆ ประเทศยังไม่มีการรับรองการใช้อย่างชัดเจน โดยอาจมีผลข้างเคียงและอันตรายรวมทั้งความบริสุทธิ์ของตัวยา

การฉีดโบท็อกซ์ อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้ เช่น ตาตก หลับตาไม่สนิท ปากเบี้ยว ซึ่งอาจเกิดได้หลายสาเหตุ โดยการฉีดโบท็อกซ์เป็นการเล่นกับกล้ามเนื้อ แพทย์ผู้ฉีดต้องมีความเข้าใจโครงสร้างของการทำงานกล้ามเนื้อมัดเล็กเหล่านั้นอย่างแท้จริงอย่างอาการตาตกนั้นเกิดจากปริมาณยาที่เข้าไปอาจไปอยู่ผิดกล้ามเนื้อที่ต้องการให้ยาออกฤทธิ์หรืออาจเกิดจากการที่ไปขยี้บริเวณที่ฉีดหลังทำการฉีดยา แล้วทำให้ตัวยาซึมผ่านไปสู่กล้ามเนื้อมัดที่เราไม่ต้องการก็เป็นได้หรือการออกฤทธิ์ของตัวยาผิดตำแหน่งจากการกระจายของตัวยาออกไปผิดกล้ามเนื้อ หรืออันนี้สำคัญมากคือ การที่ตัวยาไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้การกระจายตัวของยาไปมัดอื่นๆ ได้

วิธีแก้ไขอาการที่เกิดขึ้น โดยการใช้ยาหยอดตา เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อในการควบคุมหนังตาอีกมัดกระชับขึ้น จะช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อตาดีขึ้นหนังตาก็จะเปิดขึ้นมาได้ดีขึ้น หรือการใช้เครื่องมือในการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้กระชับขึ้น และช่วยให้ตัวยาสลายไปได้เร็วขึ้นผลข้างเคียงเหล่านี้จะดีขึ้น

สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจกับผู้ที่ต้องการรับการรักษา อีกทั้งควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบครอบคลุมในทุกปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้เพราะทุกอย่างย่อมมีผลดีและผลเสียควบคู่กันเสมอ เพียงแต่เราควรควบคุมผลเสียให้เกิดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ขอขอบคุณ นิตยสารเรื่องผู้หญิง ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

ได้หน้าแล้วอย่าลืมหลังมือ

เทคนิคปัดขนตาให้สวยเด้ง

น้ำเย็นเครื่องดื่มของคนมีพุง

บำรุงผมด้วยมะนาว

มาส์กสำหรับคนเป็นสิวง่าย

4 เรื่องต้องรู้เมื่อจะลดน้ำหนัก