Menu PSTIP

กาลเทศะที่ต้องมาพร้อมแฟชั่น

กาลเทศะที่ต้องมาพร้อมแฟชั่น

กาลเทศะที่ต้องมาพร้อมแฟชั่น

กาลเทศะที่ต้องมาพร้อมแฟชั่น

ไม่ว่ากงล้อแฟชั่นจะหมุนไปทางไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเอ้าท์แม้จะไม่ได้หมุนตามเทรนด์แฟชั่นก็คือกาลเทศะ ถ้าคุณอยากเป็นคนสวยที่ทุกคนชื่นชม กาลเทศะเป็นอุปกรณ์แต่งตัวอีกอย่างหนึ่งที่คุณจะขาดไม่ได้

1. ไม่ใส่ชุดขาวไปงานแต่งงาน ยกเว้นคุณอยากเจอรังสีอำมหิตจากสายตาพิฆาตของเจ้าสาว เพื่อนเจ้าสาว แม่เจ้าสาว ป้าเจ้าสาว และวงศ์วานว่านเครืออีกหลายสิบชีวิตที่มาเชียร์หล่อนเข้าสู่ประตูวิวาห์ เพราะในวันแต่งงาน บุคคลที่เลอค่าอมตะคู่ควรจะได้แต่งชุดสีขาวบริสุทธิ์มีแต่ยายเจ้าสาวคนเดียวเท่านั้น และโปรดอย่าเถียงว่ายายเจ้าสาวน่ะมีเบบี๋ดิ้นกระแด๋วๆ อยู่ในท้องตั้ง 5 เดือนเข้าไปแล้ว บริสุทธิ์ตรงไหนยะ ? เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากโดนเขม่นจนกินของฟรีไม่ลงก็เลี่ยงชุดสีขาวไว้ก็แล้วกัน

2. แต่งชุดสุภาพในการสัมภาษณ์ สมัยนี้บริษัทหลายแห่งเปิดกว้างเรื่องการแต่งตัว ขนาดที่สตรีบางนางสามารถนุ่งกางเกงขาสั้นเสื้อแขนกุดไปนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อในที่ทำงานได้แล้ว แต่การที่เขายอมให้ใส่สั้นไม่ได้หมายความว่าคุณควรกำเริบเสิบสานแต่งตัวขัดใจแม่ไปในวันสัมภาษณ์ด้วย ลองคิดดูว่าถ้าคนสองคนจบมาคะแนนสูงพอๆ กัน จากมหาวิทยาลัยระดับเดียวกัน แต่คนหนึ่งแต่งตัวเรียบร้อย กับอีกคนใส่เสื้อซีทรูเปิดไหล่กระโปรงสั้นแค่ฝ่ามือปิดมิด ส่วนรองเท้าก็ดันเป็นส้นเข็มสูงปรี๊ดจนน่ากลัวส้นนางจะจิ้มพื้นออฟฟิศเขาเป็นรู คนสัมภาษณ์เขาจะกล้าเลือกยายคนที่สองไหม อย่างน้อยเขาก็ต้องคิดบ้างล่ะว่าขนาดวันสัมภาษณ์หล่อนยังขี้เหนียวเนื้อผ้าขนาดนี้แล้ววันทำงานจริงหล่อนมิหั่นผ้าลงเหลือแค่ผ้าเช็ดหน้าผูกเอวเลยหรือ

ฉันใดฉันนั้น แม่นางที่ใส่เสื้อเชิ้ตพับแขนกับรองเท้าผ้าใบเดินแมนๆ เข้าไปนั่งสัมภาษณ์ก็เช่นกัน ถามจริงๆ เถอะว่าอยากเป็นตัวเองหรืออยากได้งานกันแน่ ถ้าอยากเป็นตัวของตัวเอง ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของสถานที่ ขอแนะนำให้ไปรับจ้างทำสวนหรือไม่ก็ไปยืนทอดกล้วยแขกขาย แล้วคุณจะแต่งตัวอย่างไร รับรองไม่มีใครว่า

3. ชุดนอนควรอยู่ในห้องนอน ถึงคุณจะสับสนชีวิต แต่เรื่องนี้ต้องชัดเจน เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นชุดนอนก็แปลว่ามันควรจะได้ลั้ลลาปาทังก้าอยู่แต่ในห้องนอน หรือไกลสุดแค่รั้วบ้านคุณ ไม่ใช่ทะเล้นออกไปมอร์นิ่งวอล์คบนถนนหนทาง ถึงคุณจะเถียงว่าชุดฉันติดลูกไม้งามหรูแถมปกปิดมิดชิดตั้งแต่หัวถึงเท้า ไม่มีรูโหว่ให้มดแมลงที่ไหนชอนไชสายตาเข้ามาได้เลย แต่ตราบที่ยังดูออกว่ามันคือชุดนอน กติกาสากลเขาก็ถือว่ามันคือชุดที่ต้องถูกกักบริเวณไว้ในห้องนอนอยู่นั่นเอง ใส่ออกมาข้างนอกเมื่อไรจะดูหยาบคาบไร้มารยาทเมื่อนั้น

4. เก็บชุดชั้นในไว้ข้างใน โอกาสที่กางเกงชั้นในจะหนีจากเขตกักกันออกมายังโลกภายนอก มักจะเป็นตอนที่คุณก้มตัวลงเก็บของด้วยอารมณ์ยิมนาสติกลีลา แบบว่าก้มต่ำสุดๆ จนเกินความสามารถของกางเกงเอวต่ำที่ใส่อยู่จะปกป้องวิคตอเรียซีเคร็ตให้หล่อนได้ ถ้ายังไงคุณสาวๆ ควรเรียนวิธีก้มหยิบของกันเสียใหม่ เอาแบบย่อเข่าลงไปก้มตัวตามนิดๆ แค่นี้ก็หยิบของได้อย่างสวยงามแล้ว ส่วนคนที่ภูมิใจนำเสนอเสื้อชั้นในสีชมพูแปร๊ดสยอง หรือสีแดงประกายทองก็เหมือนกัน เสื้อบางๆ ตัวเดียวมองทะลุเข้าไปถึงเสื้อชั้นใน ไม่ใช่แฟชั่นที่เหมาะจะใส่ออกมาเดินซื้อก๋วยจั๊บหน้าปากซอยนะจ๊ะหนู เพราะคนอื่นที่เห็นเขาจะรู้ทันทีว่าหล่อนมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงอยู่ แต่งตัวแล้วถูกคนดูถูกน่ะแถวบ้านเราเรียกว่าขาดทุนค่ะ

5. รองเท้ากีฬากับกางเกงยีนส์ ที่จริงถ้าใครจะทำก็คงไม่มีกระแสถึงขนาดนักจัดระเบียบสังคมต้องออกมาโจมตี เพียงแต่มันช่างเป็นแฟชั่นที่เอาท์สนิทเหมือนสาวสวยเมื่อ 50 ปีก่อน ที่ในบัดนาวกาลเวลาได้ทำให้หล่อนกลายเป็นยายป้าแร้งทึ้งไปแล้วนั่นล่ะ เวลาใส่รองเท้าผ้าใบกับกระโปรงหรือกางเกงขาสั้นจะดูน่ารักมาก แต่ถ้าใส่รองเท้าผ้าใบใหญ่เทอะทะกับกางเกงยีนส์ จะชวนให้รู้สึกว่าคุณกำลังจะไปลุยงานสมบุกสมบันที่ต้องใช้ความถึกมากๆ อย่างเช่นจะไปประท้วงขอขึ้นค่าแรง ไปออกค่ายอาสา (อันนี้ออกแนวถึกแต่น้ำใจงาม) ไม่ก็เดินโพยหวยเลยต้องพร้อมจะวิ่งหนีตำรวจได้ทุกขณะจิต อะไรทำนองนั้น

ขอขอบคุณ ที่มา : spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

วิธีถอนขนคิ้วให้ได้รูปสวยงาม

5 Tips On Business Dress Code For Women

คิดให้รอบคอบก่อนซื้อของเซลล์

แต้มริมฝีปากด้วยลิปสติกสีสวย

Dirt on skin

เทคนิคดูแลรองเท้าคู่โปรดให้สวยอยู่เสมอ