Menu PSTIP

สมุนไพร เปราะป่า

สมุนไพร เปราะป่า

สมุนไพร เปราะป่า

สมุนไพร เปราะป่า

สมุนไพร เปราะป่า ชื่อสามัญ Peacock Ginger, Resurrection Lily

สมุนไพร เปราะป่า ชื่อวิทยาศาสตร์ Kaempferia marginata Carey หรือ Kaempferia pulchra (Ridl.) Ridl. จัดอยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE เช่นเดียวกับเปราะหอม กระชาย กระชายดำ กระชายแดง กระวาน กระวานเทศ ขมิ้น ขิง ข่า เร่ว ว่านนางคำ และว่านรากราคะ

สมุนไพรเปราะป่า มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ตูบหมูบ ว่านตูบหมูบ (อุบลราชธานี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), เปราะเถื่อน (ปราจีนบุรี, ชุมพร), เปราะ หัวหญิง (กระบี่), เปราะเขา เปราะป่า เป็นต้น

ลักษณะของเปราะป่า

ต้นเปราะป่า จัดเป็นพืชลงหัวขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 3-5 เซนติเมตร มีเหง้าสั้น และรากเป็นกระจุก หัวเปราะป่า หรือเหง้าสั้น และมีขนาดเล็ก ลักษณะของเหง้าเป็นรูปทรงกลม สีน้ำตาล ที่ผิวมีรอยข้อปล้องอย่างชัดเจน ออกรากจากเหง้าหลักเป็นเส้นกลมยาว เหง้ามีกลิ่นหอม รสร้อนเผ็ดและขมจัด สามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ต้นเปราะป่ามักขึ้นตามพื้นดิน หรือเกาะอยู่ตามโขดหิน โดยเกิดตามที่ลุ่มชื้นแฉะในป่าเบญจพรรณทั่วๆ ไป[

ใบเปราะป่า มีใบเป็นใบเดี่ยว ใบอ่อนจะม้วนเป็นกระบอกตั้งขึ้น เมื่อแก่จะแผ่ราบบนหน้าดิน ใบไม่มีก้านใบ ในหนึ่งต้นจะใบเพียง 2 ใบ ใบมีสีเขียวเข้ม ขอบใบมีสีม่วงแดง ลักษณะของใบเป็นรูปทรงกลมหรือเป็นรูปรี ปลายใบแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม หลังใบเรียบ ด้านล่างมีขน มีขนาดความกว้างประมาณ 8-14 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-11.5 เซนติเมตร มีกาบใบยาวประมาณ 5 เซนติเมตร กาบใบที่ไม่มีใบจะยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มีลิ้นใบเป็นรูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร

ดอกเปราะป่า ช่อดอกแทงออกมาจากตรงกลางระหว่างกาบใบทั้งสอง มีกลีบดอกเป็นหลอดยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ปลายแยกเป็นกลีบรูปแถบ กลีบหลังยาว และมีขนาดกว้างกว่ากลีบข้าง โดยกลีบหลังจะมีความยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร ส่วนกลีบข้างจะกว้างประมาณ 0.3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.4 เซนติเมตร ดอกเปราะป่ามีสีขาว กลีบดอกมีลักษณะบอบบาง มีดอกย่อยประมาณ 6-8 ดอก มีใบประดับสีขาวอมสีเขียว ลักษณะเป็นรูปใบหอก กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3.2 เซนติเมตร โดยเกสรตัวผู้ที่เป็นหมันจะมีสีขาว ลักษณะเป็นรูปไข่กลับแกมรูปลิ่ม มีความกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ที่กลีบปากมีสีม่วง มีแถบสีขาวอยู่ระหว่างเส้นกลางกลีบกับขอบกลีบ ลักษณะเป็นรูปไข่กลีบแกมรูปลิ่ม กว้างประมาณ 1.8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 2.2 เซนติเมตร มีปลายหยักและลึกมาก เกสตัวผู้นั้นเกือบไม่มีก้าน หรืออาจมีก้านยาวเพียง 1 มิลลิเมตร ส่วนอับเรณูจะยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร มีรังไข่ขนาดกว้างประมาณ 2 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร มีกลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นหลอดยาว ยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร และส่วนปลายแยกเป็น 2 แฉก

ผลเปราะเป่า ลักษณะของผลเป็นรูปไข่ มีสีขาว แตกเป็น 3 พู ภายในผลมีเมล็ดลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีน้ำตาล

สรรพคุณของเปราะป่า

  1. หัวหรือเหง้าใต้ดิน ใช้ผสมกับตัวยาอื่น เพื่อเข้าตำรับยา ใช้เป็นอายุวัฒนะ (หัว)
  2. ใช้เป็นยาแก้ไข้ (หัว)
  3. ช่วยแก้หวัด โดยใช้หัวตำผสมกับหัวหอม ใช้สุมกระหม่อมเด็กจะช่วยบรรเทาอาการได้ (หัว)
  4. ช่วยแก้อาการไอ (หัว)
  5. ช่วยแก้กำเดา โดยใช้หัวตำผสมกับหัวหอม ใช้สุมกระหม่อมเด็ก (หัว)
  6. ดอกเปราะป่า สรรพคุณช่วยแก้อาการอักเสบตาแฉะ (ดอก)
  7. ใช้รักษาเด็กที่ชอบนอนผวาตาเหลือกช้อนดูหลังคา (ดอก)
  8. น้ำคั้นจากใบและเหง้านำมาใช้ป้ายคอ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ (หัว,ใบ)
  9. สรรพคุณเปราะป่า หัวช่วยแก้เสมหะ (หัว)
  10. ช่วยขับลมในลำไส้ (หัว)

ขอขอบคุณ ที่มา : หนังสือสมุนไพรพื้นบ้าน และ วิกิพีเดีย ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

ขาเรียวได้ง่ายๆ ด้วยการปั่นจักรยาน

ระวังแบคทีเรียในน้ำจิ้ม

สู้ไมเกรนด้วยแก้วนี้

โทษของการนอนดึก

อาหารงานเลี้ยงกินอย่างไรไม่เสี่ยงสุขภาพ

3 เมนูเด็ดเผ็ดแบบไทยๆ