Menu PSTIP

สมุนไพร เกล็ดนาคราช

สมุนไพร เกล็ดนาคราช

herb-281257-3

สมุนไพร เกล็ดนาคราช

สมุนไพรเกล็ดนาคราช มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า กีบม้าลม กีบมะรุม (เชียงใหม่), เกล็ดนาคราช (เชียงใหม่-ระนอง), เบี้ยไม้ (ภาคเหนือ), ปรือเปราะ (เขมร), เถานาคราช, เถาเกล็ดนาคราช, เครืองูเก็ดนาคราช, มือเปรา เป็นต้น

สมุนไพร เกล็ดนาคราช ชื่อวิทยาศาสตร์ Dischidia imbricata (Blume) Steud. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Dischidia depressa C.B.Clarke ex King et Gamble, Conchophyllum imbricatum Blume.) จัดอยู่ในวงศ์ ASCLEPIADACEAE

ลักษณะของเกล็ดนาคราช

ต้นเกล็ดนาคราช จัดเป็นพรรณไม้เลื้อยที่ชอบเกาะไต่ไปตามต้นไม้อื่น ตามกลีบหิน หรือบนไหล่เขา ลักษณะคล้ายกับงูเหลือม และจะมีเกล็ดเล็กๆ ลายตลอดเถา เป็นสีด่างๆ เหลืองขาว ลำต้นมีลักษณะเล็กเรียว ลำต้นเป็นข้อและจะมีรากงอกออกมา รากมีลักษณะเป็นฝอยเล็กๆ ชอบเกาะตามหิน ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกลำต้น มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศอินเดีย พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และภูมิภาคมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยพบได้ทุกภาค โดยเฉพาะที่จังหวัดสระบุรี ตามบริเวณพระพุทธบาท โดยขึ้นเองตามไหล่เขาทั่วไป ตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสน ตลอดจนป่าเลน

ใบเกล็ดนาคราช ใบจะแตกแยกออกมาตามเถา เป็นตอนๆ ลักษณะของใบคล้ายใบสาเก กะแต่ไต่ไม้ หรือช้องนางสีดา[1] ใบเป็นใบเดี่ยว ใบจะออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ๆ บริเวณข้อของลำต้น ลักษณะของใบเป็นรูปโล่คล้ายกระทะคว่ำ ปลายใบเว้าตื้นๆ โคนใบตัด ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.5-4 เซนติเมตร หรือรูปกลมแบนหรือนูน เนื้อใบเป็นตุ่มเหมือนกับมีถุงลมอยู่ข้างใน ลักษณะอวบน้ำ มองไม่เห็นเส้นใบ แต่มักมีแถบสีม่วงแกมเขียวจากโคนไปจนถึงประมาณกุ่งกลางใบ ท้องใบเป็นสีแดงคล้ำหรือสีม่วง ขอบใบเป็นสีเขียว ขอบใบมักเกยกันเล็กน้อย ก้านใบยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร อยู่ลึกเข้าไปทางด้านล่างประมาณ 1 มิลลิเมตร ทำให้โคนใบทั้งคู่เกยปิดลำต้น และในสภาวะแห้งแล้งจะเกยกันมากขึ้น

ดอกเกล็ดนาคราช ออกดอกเป็นช่อกระจะขนาดเล็ก โดยจะออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกยาวได้ถึง 4 เซนติเมตร ปลายก้านมักแยกเป็นแกนช่อดอก 2-4 แกน ดอกย่อยมีขนาดเล็ก จะออกบริเวณปลายสุดของแกนครั้งละประมาณ 1-5 ดอก ดอกจะออกที่ปลายแกนช่อดอกเดิมได้หลายครั้ง ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตร ส่วนก้านดอกย่อยยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปคนโทหรือรูปไข่ ปลายแยกเป็น 5 แฉก แฉกลึกประมาณ 1 มิลลิเมตร กลีบดอกเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน ข้างในกลีบดอกมีขนยาวสีขาว ชี้ลง และมีเกสรเพศผู้ 5 อัน เชื่อมติดกันอยู่ เส้าเกสรประกอบด้วยรยางค์ 5 อัน สีนวลอมน้ำตาลอ่อน ติดกันเป็นรูปกรวยคว่ำ กลุ่มเรณูติดกันเป็นคู่ ก้านกลุ่มเรณูมีลักษณะแบนและใส แผ่นยึดก้านเป็นสีน้ำตาลเข้ม รังไข่มี 2 อัน แยกออกจากกัน แต่ติดกันตรงปลาย

ผลเกล็ดนาคราช ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เมื่อฝักแก่จะแตกออกตามตะเข็บเป็นแนวเดียว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีขนาดเล็กเป็นสีน้ำตาลและมีกระจุกขนยาวเป็นพู่สีขาวคล้ายเส้นไหมที่ปลายด้านหนึ่ง

สรรพคุณของเกล็ดนาคราช

  1. ตำรายาไทยจะใช้ทั้งต้นเป็นยาถอนพิษไข้ พิษไข้กาฬ พิษตานซาง (ทั้งต้น)
  2. ตำรายาพื้นบ้านอีสานจะใช้เกล็ดนาคราชทั้งเป็นยาเย็น นำมาแช่กับน้ำอาบเป็นยาแก้ไข้ (ทั้งต้น)
  3. ใบสดนำมาตำให้ละเอียด ใช้เป็นยาพอกบริเวณที่เป็นแผลพุพองทั่วไป (ใบ)
  4. เถานำมาใช้ฝนกับเหล้าใช้ทารักษาพิษแมงป่อง พิษตะขาบ พิษจากอสรพิษขบกัด และพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ใช้เป็นยาเย็นและถอนพิษได้ดี (เถา,ทั้งต้น)
  5. ลำต้น เถา หรือทั้งต้นใช้เป็นยาแก้อักเสบและปวดบวม (ทั้งต้น)
  6. ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้น้ำคั้นจากใบเป็นยาทาแก้กลากเกลื้อน (ใบ)
  7. เถานำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปคั่วไฟให้เหลือง ใช้ดองกับเหล้ากินรักษาอาการปวดเอวและสันหลังอันเนื่องมาจากเลือดระดูไม่ปกติ และเป็นยาขับเลือดระดูของสตรี (เถา)

ขอขอบคุณ ที่มา : หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

ออกกำลังแบบนี้ดีต่อบั้นท้าย

สมุนไพรแก้ปวดประจำเดือน

ข้อควรระวังกับถังน้ำดื่มพลาสติก

แนะผู้สูงอายุเดินเร็วลดโรค

สมุนไพร หญ้าฝรั่น

สมุนไพร หัวร้อยรู