Menu PSTIP

สมุนไพร ว่านสบู่เลือด

สมุนไพร ว่านสบู่เลือด

สมุนไพร ว่านสบู่เลือด

สมุนไพร ว่านสบู่เลือด

สมุนไพร สบู่เลือด หรือ ว่านสบู่เลือด ชื่อวิทยาศาสตร์ Stephania venosa (Blume) Spreng. จัดอยู่ในวงศ์ MENISPERMACEAE เช่นเดียวกับสบู่เลือด โคคลาน บอระเพ็ด และย่านาง

สมุนไพร ว่านสบู่เลือด มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า กระท่อมเลือด (ภาคอีสาน), เป้าเลือด เปล้าเลือด เปล้าเลือดเครือ ชอเกอโท (ภาคเหนือ), กลิ้งกลางดง (ภาคตะวันตกเฉียงใต้), บอระเพ็ดยางแดง (ชายฝั่งทะเลภาคใต้), ฮ่อง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ท่อมเลือด เป้าเลือดโห ยาปู่หย่อง เป็นต้น

ว่านสบู่เลือดเถา แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ สบู่เลือดตัวผู้ และสบู่เลือดตัวเมีย โดยสบู่เลือดตัวผู้เมื่อนำก้านมาเด็ดดูจะพบว่ามีน้ำยางสีแดงคล้ายเลือดสด นอกจากนี้ว่านสบู่เลือดยังมักมีการเรียกชื่อปนกันกับว่านสมุนไพรชนิดอื่นๆ เช่น บอระเพ็ดพุงช้าง กลิ้งกลางดง สบู่แดง เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสมุนไพรคนละชนิดกัน เพียงแต่มีชื่อเรียกที่เหมือนกันว่า "สบู่เลือด"

สบู่แดง ก็มีชื่อเรียกท้องถิ่นทางปัตตานีว่า "สบู่เลือด" เช่นกัน โดยสบู่แดงชนิดนี้จะมีชื่อวิทยาศาสตร์ Jatropha gossypifolia L. ซึ่งจัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)

ลักษณะของว่านสบู่เลือด

สบู่เลือดมีอยู่ด้วย 2 ชนิด คือ

  • สบู่เลือดเถาตัวผู้ ใบมีสีเขียวอมแดง ส่วนก้านและเถาอ่อนมีสีม่วงแดง หัวมีลักษณะกลมโต ผิวขรุขระ มียางสีแดงเข้มคล้ายกับเลือด เนื้อในหัวมีสีเหลืองเข้ม เมื่อนำไปตากแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
  • สบู่เลือดเถาตัวเมีย ใบมีสีเขียว ก้านและเถามีสีเขียว ดอกมีสีเขียวอมขาว และยางแดงจางๆ คล้ายน้ำเหลือง ลักษณะของหัวจะกลมเล็ก เนื้อในหัวมีสีเหลืองอ่อนๆ และผิวเรียบ[4] ชนิดนี้จะไม่มีเลือด และผู้เขียนเข้าใจว่ามันคือ "บอระเพ็ดพุงช้าง" โดยหัวตัวเมียจะนิยมนำมาทำเป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงเลือด บำรุงกำหนัด ด้วยการนำมาเคี้ยวแบบสดๆ หรือนำมาต้มดิน หรือดองกินก็ได้

ต้นว่านสบู่เลือด จัดเป็นไม้เลื้อย กิ่งและก้านมีน้ำยางสีแดงคล้ายเลือด เถาเกลี้ยง มีลำต้นอยู่บนดิน มีอายุราวหนึ่งปี โดยลำต้นงอกมาจากหัวขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ดิน หัวมีลักษณะกลมแป้น โดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดเท่าลูกฟุตบอล หากมีอายุหลายปีอาจมีขนาดใหญ่เท่าโอ่งมังกร เปลือกหัวมีสีน้ำตาล เนื้อในมีสีขาวนวล มีรสชาติมันและเฝื่อนเล็กน้อย เป็นไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝน และมักจะตายหรือทรุดโทรมในช่วงฤดูแล้ง เมื่อถึงหน้าฝนจะแทงต้นขึ้นมาใหม่ พบขึ้นในป่าทั่วไป โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ขยายพันธุ์ด้วยหัวและเมล็ด

ใบว่านสบู่เลือด มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปแกมสามเหลี่ยมกว้างหรือเป็นรูปไข่แกมหัวใจ โคนใบเป็นรูปตัดหรือเว้าเล็กน้อย ปลายใบแหลมหรือมีติ่งเล็กน้อย ขอบใบเว้าเล็กน้อยทำให้ใบมีลักษณะเป็นรูปค่อนข้างสามเหลี่ยม และขอบใบหรือแผ่นใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบกว้างประมาณ 7-12 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-11 เซนติเมตร ผิวใบด้านล่างมีขนละเอียดอยู่เล็กน้อย และเป็นมันวาวเล็กน้อย มักเห็นเส้นใบได้ชัดเจน ส่วนก้านใบยาวประมาณ 5-15 เซนติเมตร

ดอกว่านสบู่เลือด ออกดอกเป็นช่อ ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่ต่างต้นกัน ช่อดอกตัวผู้ เป็นช่อแบบซี่ร่ม มีความยาวประมาณ 4-16 เซนติเมตร มีช่อย่อยเป็นกระจุก ก้านดอกย่อยยาวประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ส่วนกลีบเลี้ยงด้านนอกมี 6 กลีบ ยาวประมาณ 2-2.5 มิลลิเมตร ส่วนกลีบเลี้ยงด้านในเป็นรูปไข่กลับหรือรูปสามเหลี่ยมกลับมีอยู่ 3 กลีบ ยาวประมาณ 1.25 มิลลิเมตร โดยเกสรตัวผู้จะติดรวมกันอยู่ที่ก้านมีลักษณะเป็นวงแหวน ก้านชูเกสร ยาวประมาณ 1-1.75 มิลลิเมตร ส่วนช่อดอกเพศเมีย มักจะหนาแน่นกว่า บางช่อค่อนข้างจะติดกัน ก้านดอกสั้นมาก มีกลีบเลี้ยง 1 กลีบ เป็นรูปรี ยาวประมาณ 0.75 มิลลิเมตร กลีบดอกคล้ายรูปไต ยาวประมาณ 0.75 มิลลิเมตร มีรังไข่ค่อนข้างเป็นรูปรี มีความยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร กลีบของดอกมีสีส้ม
ผลว่านสบู่เลือด ผลสด ผลเป็นแบบเมล็ดเดียวเปลือกเมล็ดแข็ง ลักษณะของผลเป็นรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 7 มิลลิเมตร

สรรพคุณของว่านสบู่เลือด

  1. หัวว่านสบู่เลือด นำมาดองกับเหล้ากินเป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยทำให้กระชุ่มกระชวย สุขภาพแข็งแรง (หัว)
  2. สรรพคุณสบู่เลือด ช่วยบำรุงกำหนัด (หัว)
  3. ช่วยบำรุงธาตุไฟในร่างกาย (ใบ)
  4. หัวนำตากแห้งแล้วบดเป็นผงปั้นเป็นลูกกลอนไว้กินเป็นยาอายุวัฒนะ (หัว)
  5. รากว่านสบู่เลือด สรรพคุณช่วยบำรุงประสาท บำรุงเส้นประสาท ป้องกันโรคความจำเสื่อม (ราก,ใบ)
  6. ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ แก้ไมเกรน (หัว
  7. หัวใช้ผสมกับยาสมุนไพรอื่นๆ (ไม่ระบุ) มีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน (หัว)
  8. มีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาใช้เป็นยาป้องกันโรคอัลไซเมอร์ เนื่องจากกระท่อมเลือดมีสารที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเอนไซม์ Acetylcholine esterase ทั้งยังพัฒนาเพื่อใช้เป็นยาต้านมะเร็งอีกด้วย (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  9. ช่วยทำให้เจริญอาหาร (หัว)
  10. ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  11. ช่วยรักษาอาการผอมแห้ง (หัว) ด้วยการใช้หัวนำมาต้มอาบหรือต้มกินเป็นยาบำรุงของสตรี แก้อาการผอมแห้ง หน้าตาซีดเซียวไม่มีน้ำมีนวล ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงได้ แต่การใช้สมุนไพรชนิดนี้ต้องระมัดระวังสักหน่อยหากนำมาใช้กับสตรี (หัว)
  12. สมุนไพรสบู่เลือด สรรพคุณช่วยรักษาโรคมะเร็งต่างๆ (หัว)
  13. ช่วยรักษาโรคหัวใจ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  14. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (หัว)

ขอขอบคุณ ที่มา : หนังสือสมุนไพรพื้นบ้าน และ วิกิพีเดีย ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

เตือนภัยผู้หญิงที่อยากหัวนมอมชมพู

จะกินโสมทั้งทีต้องรู้วิธีเซฟ

สมุนไพร ไข่เน่า

อัพเกรดสุขภาพด้วยการสังเกตรูปหน้า

6 โรคร้ายที่มากับน้ำท่วม

มะเร็งร้ายหลบไปพริกไทยดำมาแล้ว