Menu PSTIP

สมุนไพร จิกน้ํา

สมุนไพร จิกน้ํา

สมุนไพร จิกน้ํา

สมุนไพร จิกน้ํา

สมุนไพร จิกน้ำ ภาษาอังกฤษ Indian Oak, Freshwater Mangrove
สมุนไพร จิกน้ํา ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Barringtonia acutangula (L.) Gaertn. จัดอยู่ในวงศ์ LECYTHIDACEAE เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดทั่วไปในภูมิภาคเอเชียใต้และอัฟกานิสถาน ฟิลิปปินส์ ไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลียในแถบรัฐควันส์แลนด์ และสำหรับประเทศไทยบ้านเราก็จะพบต้นจิกน้ำได้ทั่วทุกภาค ตามริมฝั่งน้ำ ริมคลอง ริมบึง ป่าพลุและป่าชายเลน นิกจากนี้จิกน้ำยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกเช่น จิ๊ก (กรุงเทพ), กระโดนสร้อย (พิษณุโลก), ลำไพ่ (อุตรดิตถ์), กระโดนทุ่ง กระโดนน้ำ (หนองคาย-ภาคอีสาน), ตอง ปุยสาย (ภาคเหนือ), ตอง จิกน้ำ (ภาคกลาง), จิก จิกนา จิกอินเดีย จิกมุจรินทร์ เป็นต้น

  • จิก เป็นชื่อของกลุ่มไม้ยืนต้นที่อยู่มากกว่า 10 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในสกุล Barringtonia ซึ่งจิกที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยกันดีก็มีแค่ 2-3 ชนิด ซึ่งได้แก่
  • จิกน้ํา หรือ กระโดนสร้อย (Barringtonia acutangula (L.) Gaertn. Subsp. spicata (Bl.) Payens)
  • จิกสวน หรือ จิกบ้าน ( Barringtonia racemosa Roxb.)
  • จิกนา หรือ กระโดนทุ่ง (Barringtonia acutangula (L.) Gaertn.)

โดยแต่ละชนิดจะมีลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกัน แต่จะแตกต่างกันตรงลักษณะของดอก กลีบดอก กลีบเลี้ยงดอก ขนาดของดอก สีของดอก ลักษณะใบ เป็นต้น โดยบทความนี้นี้เราจะพูดกันถึงเรื่อง "จิกน้ำ" ซึ่งสรรพคุณและประโยชน์ส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆ กัน โดยต้นจิกชนิดอื่นๆ ที่อาจพบได้บ้างก็ได้แก่

  • จิก (Barringtonia coccinea Kostel)
  • จิกใหญ่ (Barringtonia angusta Kurz)
  • จิกเขา (Barringtonia fusifomis King)
  • จิกดง (Barringtonia pauciflor King)
  • จิกเล หรือ โดนเล (Barringtonia asiatica (L.) Kurz)
  • จิกนม หรือ จิกนุ่ม (Barringtonia macorstachys Kurz)
  • จิกนมยาน (Barringtonia macorcarpa Hassk.)

ลักษณะของจิกน้ำ

ต้นจิกน้ำ เป็นไม้ยืนต้นประเภทผลัดใบ มีความสูงประมาณ 5-15 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มรีหรือแผ่กว้าง มีลำต้นเป็นปุ่มปม เปลือกสีน้ำตาลแตกเป็นร่องและเป็นสันแหลมตามยาว กิ่งก้านมักคดงอ ปลายกิ่งมักลู่ลง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง

ใบจิกน้ำ มีใบเป็นใบเดี่ยว ใบออกเวียนสลับถี่ที่บริเวณปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปหอกหรือรูปไข่หัวกลับ หรือรูปรี โคนใบแหลม ปลายใบแหลมหรือมน ขอบใบเป็นจักถี่ๆ ใบอ่อนเป็นสีน้ำตาลแดงเข้มและมีขน ใบมีขนาดใหญ่เป็นมันสวย เมื่อเวลามีดอกจะทิ้งใบเพลือเพียงแต่ใบอ่อนสีแดง

ดอกจิกน้ำ ออกดอกเป็นช่อกระจายที่ปลายกิ่ง ดอกห้อยลงมาเป็นระย้า ยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ดอกมีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ติดทนอยู่จนเป็นผล กลีบดอกสั้น ปลายแยกเป็น 4 กลีบ มีสีแดงหรือสีชมพู หลุดร่วงได้ง่าย เมื่อเต็มที่จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้อยู่เป็นฝอยๆ สีชมพูหรือสีแดงจำนวนมาก เมื่อดอกบานพร้อมกันจะดูสวยงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงมีดอกจะทิ้งใบเหลือแต่ยอดอ่อนสีแดงจัด ก็ยิ่งทำให้ดูสวยงดงามเพิ่มขึ้นไปอีก และจะออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถถึงเดือนมีนาคม

ผลจิกน้ำ ลักษณะของผลเป็นรูปขอบขนานหรือทรงกลม มีสันเป็นเหลี่ยม 4 สัน เรียงตามความยาวของผล ในผลมี เมล็ดจิกน้ำ อยู่ 1 เมล็ด ลักษณะคล้ายรูปไข่

สรรพคุณของจิกน้ำ

  1. ใช้รักษาเยื่อนัยน์ตาอักเสบ (เมล็ด)ผลจิกน้ํา
  2. น้ำคั้นจากเมล็ดใช้เป็นยาหยอดตาได้ (เมล็ด)
  3. เปลือกใช้เป็นยาลดไข้ และใช้รักษาไข้มาลาเรีย (เปลือก)
  4. จิกน้ํา สรรพคุณของผลช่วยแก้หวัด แก้ไอ (ผล)
  5. ช่วยแก้อาการไอในเด็ก (เมล็ด)
  6. ช่วยทำให้อาเจียน (เมล็ด,ราก)
  7. เมล็ด ใช้เป็นยาขับลม แก้อาการร้อนใน (เมล็ด)
  8. เมล็ดจิกน้ำ ใช้เข้ายาลมช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้องได้เป็นอย่างดี (เมล็ด)
  9. น้ำจากใบช่วยแก้อาการท้องเสีย (ใบ)
  10. ใบแก่ใช้ต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้อาการท้องร่วง (ใบแก่)

ขอขอบคุณ ที่มา : หนังสือสมุนไพรพื้นบ้าน ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

สมุนไพร กะเม็งตัวเมีย

สมุนไพร ดูกไก่ย่าน

ดูอย่างไร ใครเป็นอินเตอร์เน็ตลิสซึ่ม

สมุนไพร ชะเอมเทศ

เมนูสู้สิวที่สาวหน้าใสต้องไม่พลาด

กลิ่นตัวหายได้ ด้วยผักข้างรั้ว