Menu PSTIP

สมุนไพร กฤษณา

สมุนไพร กฤษณา

สมุนไพร กฤษณา

สมุนไพร กฤษณา

สมุนไพร กฤษณา ชื่อสามัญ Eagle wood, Agarwood, Aglia, Aloewood, Akyaw, Calambac, Calambour, Lignum Aloes กฤษณา ชื่อวิทยาศาสตร์ Aquilaria crassna Pierre ex Lecomte จัดอยู่ในวงศ์ THYMELAEACEAE

สมุนไพร ต้นกฤษณา ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า สีเสียดน้ำ (บุรีรัมย์), ตะเกราน้ำ (จันทบุรี), ไม้หอม (ภาคตะวันออก, ภาคใต้), ไม้พวงมะพร้าว (ภาคใต้), กายูการู กายูกาฮู กายูดึงปู (ปัตตานี, มาเลเซีย), เซงเคง (ภาษากะเหรี่ยง), อครุ ตคร (บาลี), ติ่มเฮียง (ไม้หอมที่จมน้ำ) (จีน), จะแน, พวมพร้าว ปอห้า (คนเมือง), ชควอเซ ชควอสะ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) เป็นต้น

ลักษณะของกฤษณา

ต้นกฤษณา เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 18-30 เมตร วัดขนาดรอบลำต้นได้ความยาวประมาณ 1.5-1.8 เมตร ลักษณะของต้นเป็นทรงพุ่มเจดีย์ต่ำๆ หรือเป็นรูปกรวย ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นเรียบมีสีเทาอมขาว เปลือกมีความหนาประมาณ 5-10 มิลลิเมตร เมื่ออายุมากๆเปลือกนอกจะแตกเป็นร่องยาวตื้นๆ ส่วนเปลือกด้านในจะมีสีขาวอมเหลือง ต้นมีรูระบายอากาศสีน้ำตาลอ่อนอยู่ทั่วไป ตามกิ่งอ่อนจะมีขนสีขาวปกคลุมอยู่ มักมีพูพอนที่โคนต้นเมื่อมีอายุมาก ต้นกฤษณาชอบขึ้นในที่ชุ่มชื้น จึงมักพบได้ทั่วไปตามป่าดงดิบทั้งชื้นและแล้ง หรือที่ราบใกล้กับแม่น้ำลำธาร โดยธรรมชาติต้นกฤษณาจะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด สำหรับการปลูกกฤษณาและการขยายพันธุ์ที่นิยมทำในปัจจุบันคือการขุดกล้าไม้จากบริเวณต้นแม่มาปลูกในเรือนเพาะชำ จนกล้าไม้มีอายุได้ 1 ปี จึงค่อยย้ายไปปลูกในแปลง ส่วนวิธีอื่นๆ นอกจากนี้ก็คือ การตอนกิ่ง และการปักชำ

น้ำมันกฤษณา องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยจากกฤษณาจะประกอบไปด้วยสารที่เป็นยางเหนียวหรือเรซิน (Resin) อยู่มาก ส่วนสารที่ทำให้เกิดกลิ่นหอม คือ Sesquiterpene alcohol ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด คือ Agarospirol, -Agarofuran, Agaro, และ Dihydroagarofuran

ใบกฤษณา มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี มีความกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-11 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม ส่วนโคนใบมน ใบเป็นสีเขียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนา เรียบและเกลี้ยง มีขนขึ้นประปรายอยู่ตามเส้นใบด้านล่าง ส่วนก้านใบยาวประมาณ 0.2-0.7 เซนติเมตร

ดอกกฤษณา ออกดอกเป็นช่อบริเวณซอกใบ ดอกมีสีเหลืองอมสีเหลือง กลีบเลี้ยงโคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ มีปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก ติดทน ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้อยู่ 10 อัน

ผลกฤษณา ลักษณะของผลเป็นรูปกลมรี ผลยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร มีเส้นแคบตามยาวของผล ผิวของผลมีลักษณะขรุขระเป็นลายสีเขียว และมีขนละเอียดสั้นๆ คล้ายกำมะหยี่ขึ้น ผลเมื่อแก่จะแตกและอ้าออก ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 1-2 เมล็ด เมล็ดมีสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะกลมรี ขนาดประมาณ 5-6 มิลลิเมตร มีหางเมล็ดสีส้มหรือสีแดง ปกคลุมไปด้วยขนสั้นนิ่มสีแดงอมน้ำตาล โดยผลจะเริ่มแก่และแตกอ้าออกในช่วงเดือนสิงหาคม

สรรพคุณของกฤษณา

  1. สรรพคุณกฤษณา ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (เนื้อไม้)
  2. ช่วยบำรุงกำลัง (เนื้อไม้)
  3. ไม้ลูกแก่น เมื่อนำมาใช้เผาจนเกิดกลิ่นหอม ใช้สูดดมจะช่วยทำให้เกิดกำลังวังชา (ไม้ลูกแก่น)
  4. ช่วยบำรุงธาตุ คุมธาตุในร่างกาย (เนื้อไม้)
  5. ช่วยบำรุงโลหิต (เนื้อไม้)
  6. เนื้อไม้มีรสขม หอม ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ (อาการหน้าเขียวตาเขียว) (เนื้อไม้,น้ํามันกฤษณา) บำรุงโลหิตในหัวใจ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
  7. ช่วยบำรุงสมอง ใช้ระงับอารมณ์โมโหดูร้าย ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้มีอารมณ์สุนทรีย์ (ชิ้นไม้)
  8. ใช้รับประทานช่วยทำให้หัวใจชุ่มชื่น (เนื้อไม้)
  9. ใบกฤษณา สรรพคุณของน้ำจากใบสามารถนำมาใช้เพื่อรักษาโรคเบาหวานได้ (ใบ)
  10. ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ (ตำรายาจีน)
  11. สรรพคุณสมุนไพรกฤษณา ช่วยแก้ลมวิงเวียนศีรษะหน้ามืด ใช้ปรุงเป็นยาหอมแก้อาการหน้ามืดวิงเวียน (เนื้อไม้)
  12. ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน (ตำรายาจีน)
  13. ช่วยแก้หอบหืด (ตำรายาจีน)

ขอขอบคุณ ที่มา : หนังสือสมุนไพรพื้นบ้าน และ วิกิพีเดีย ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

ไม่สูบก็เป็นมะเร็ง

แอปเปิ้ลลดคอเลสเตอรอล

ไม่อยากเป็นโรคกรดไหลย้อย ต้องเลิก

เตือนภัยอันตรายจากขนมปัง

ลดโคเลสเตอรอลง่ายๆด้วยอาหาร

4 วิธีฝึกสมองสุดเวิร์ค