Menu PSTIP

สมุนไพร กระแตไต่ไม้

สมุนไพร กระแตไต่ไม้

herb 80658 2

สมุนไพร กระแตไต่ไม้

สมุนไพร กระแตไต่ไม้ ชื่อสามัญ Oak-Leaf fern, Drynaria

สมุนไพร กระแตไต่ไม้ ชื่อวิทยาศาสตร์ Drynaria quercifolia (L.) J.Sm. (ชื่อพองวิทยาศาสตร์ Polypodium quercifolium L. (Basionym)) จัดอยู่ในวงศ์ POLYPODIACEAE เช่นเดียวกับผักกูด และผักแว่น

สมุนไพรกระแตไตไม้ มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ใบหูช้าง สไบนาง (กาญจนบุรี), กระปรอก (จันทบุรี), ฮำฮอก (อุบลราชธานี), สะโมง (ส่วย-สุรินทร์), หัวว่าว (ประจวบคีรีขันธ์), กระปรอกว่าว (ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี), เดาน์กาโละ (มลายู-ปัตตานี), กูดขาฮอก เช้าวะนะ พุดองแคะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), กูดขาฮอก กูดอ้อม กูดไม้ (ภาคหนือ), หว่าว (ปน), กาบหูช้าง เป็นต้น

ลักษณะกระแตไต่ไม้

ต้นกระแตไต่ไม้ จัดเป็นไม้ล้มลุกจำพวกเฟิร์น ที่เลื้อยเกาะอยู่บนต้นไม้หรือตามก้อนหรือโขดหิน ในที่ที่มีร่มเงาหรือแสงแดด หรือตามชายป่า โดยมีลำต้นจะทอดนอนยาวได้ถึง 1 เมตร ส่วนลำต้นมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 เซนติเมตร โดยต้นกระแตไต่ไม้นี้จะกระจายพันธุ์อยู่ตามป่าเขตร้อน และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เหง้าหรือสปอร์ มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า จีนตอนใต้ อินโดจีน มาเลเซีย ออสเตรเลีย และไทย ซึ่งในบ้านเราสามารถพบกระแตไต่ไม้ได้ทั่วทุกภาคของประเทศ อาจจะพบขึ้นตามต้นไม้ ตามโขดหิน ตามป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าพรุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับความสูงต่ำๆ

เหง้ากระแตไต่ไม้ เหง้ามีลักษณะเป็นหัวกลม ยาว ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีน้ำตาลเข้มและมีขนยาวสีน้ำตาลคล้ายกำมะหยี่ปกคลุมอยู่ ส่วนเนื้อในมีสีขาวและเขียว

ใบกระแตไต่ไม้ ใบเป็นใบเดี่ยว แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ชนิดแรกได้แก่ ใบที่ไม่สร้างสปอร์ ใบจะประกบต้นตั้งเฉียงกับลำต้น ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบมนหรือแหลม ส่วนฐานใบเป็นรูปหัวใจ ใบมีความกว้างประมาณ 20 เซนติเมตร และอาจยาวได้ถึง 32 เซนติเมตร ขอบใบเว้าเป็นแฉกตื้นๆ หุ้มอยู่บริเวณเหง้า ผิวของใบอ่อนมีขนเป็นรูปดาว ชนิดนี้ใบจะไม่มีก้าน และชนิดที่สองคือ ใบที่ไม่สร้างสปอร์ ชนิดนี้จะอยู่สูงกว่าใบที่ไม่สร้างสปอร์ และชี้ขึ้นด้านบน ลักษณะของแผ่นใบจะเป็นรูปขอบขนานหรือเป็นรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม ส่วนฐานใบเป็นรูปลิ่ม ใบมีความกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร และอาจยาวได้ถึง 80 เซนติเมตร ส่วนขอบใบมีลักษณะเว้าลึกเกือบถึงเส้นกลางใบ (คล้ายกับใบสาเก) เป็นพู เรียงตัวกันแบบขนนก ใบมีสีเขียวหม่นเป็นมัน เนื้อใบเหนียว และมีก้านใบยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร ที่โคนก้านใบจะมีเกล็ดสีน้ำตาลดำ กลุ่มอับสปอร์ลักษณะเป็นรูปกลมหรือเป็นรูปขอบขนาน เรียงเป็นสองแถวอยู่ระหว่างเส้นของใบย่อย แอนนูลัสประกอบไปด้วยเซลล์เพียงแถวเดียว เรียงตัวในแนวตั้ง และไม่มีเยื่อคลุมกลุ่มอับสปอร์

สรรพคุณของกระแตไต่ไม้

  1. สมุนไพรไทยกระแตไต่ไม้ เหง้ามีรสจืดเบื่อ สรรพคุณเป็นยาช่วยสมานคุมธาตุ (เหง้า)
  2. ช่วยบำรุงโลหิต ด้วยการใช้เหง้าประมาณ 3-4 เหง้า ผสมกับตำลึงเอื้องเงิน 1 ต้น ใช้ต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา วันละ 2-3 ครั้ง (เหง้า)
  3. ช่วยให้โลหิตในร่างกายหมุนเวียน ช่วยขยายหลอดเลือด แก้อาการมือเท้าเย็น (เหง้า)
  4. เหง้าใช้ต้มกับน้ำดื่ม ช่วยรักษามะเร็งในปอด และช่วยรักษาปอดพิการ (เหง้า)
  5. สรรพคุณกระแตไต่ไม้ เหง้าช่วยแก้เบาหวาน (เหง้า
  6. เหง้าใช้ผสมกับหัวยาข้าวเย็น ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้หอบหืด (เหง้า)
  7. ขนจากเหง้า นำมาบดให้ละเอียด แล้วใช้สูบแก้อาการหืด (ขนจากเหง้า)
  8. รากและแก่นนำมาต้มน้ำดื่มและนำมาใช้อาบ มีสรรพคุณช่วยแก้ซาง (ราก,แก่น)
  9. ใบใช้ผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น ใช้ต้มกับน้ำอาบ แก้ไข้สูง (เหง้า)
  10. เหง้านำมาต้มกับน้ำดื่มหรือใช้ฝนกับน้ำดื่ม ช่วยแก้อาการกระหายน้ำได้ (เหง้า)
  11. เหง้านำมากินสดๆ โดยใช้เนื้อสีขาว ที่เอาขนออกแล้ว นำมาฝานตากแดดแล้วนำมาบด มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดประดงเลือด (เหง้า)

ขอขอบคุณ ที่มา : หนังสือสมุนไพรพื้นบ้าน และ วิกิพีเดีย ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต

 



บทความน่าสนใจ

3 อันตราย สารเร่งเนื้อแดงหลีกเลี่ยงไว้เป็นดี

ขาเรียวได้ง่ายๆ ด้วยการปั่นจักรยาน

6 วิธีห่างไกลโรคหัวใจ

สมุนไพร ชะเอมเทศ

เกลือเค็มแต่ดี

5 ของกินสำหรับคนต้องการโปรตีน