Menu PSTIP

สมุนไพร กระชายแดง

สมุนไพร กระชายแดง

สมุนไพร กระชายแดง

สมุนไพร กระชายแดง

สมุนไพร กระชายแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Boesenbergia cf. rotunda (L.) Mansf., Boesenbergia Sp. จัดอยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE เช่นเดียวกับกระชาย กระชายดำ กระวาน กระวานเทศ ขมิ้น ข่า เร่ว เปราะป่า เปราะหอม ว่านนางคำ และว่านรากราคะ สามารถพบได้ทั่วไปของทุกภาคในประเทศ

สมุนไพรกระชายแดง ยังมีชื่ออื่นอีกคือ กระชายป่า, ขิงแคลง, ขิงแดง, ขิงทราย (ภาคอีสาน), ขิงละแอน (ภาคเหนือ) เป็นต้น

ลักษณะของกระชายแดง

ต้นกระชายแดง จัดเป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี มีเหง้าอยู่ใต้ดิน หรืออาจเรียกว่า “หัวกระชาย” หรือ “นมกระชาย” หรือ “กระโปก” ลักษณะทั่วไปเหมือนกันกับกระชายเหลือง แต่จะแตกต่างกันตรงเหง้าและเนื้อด้านในของเหง้า โดยเนื้อจะมีสีเหลืองแกมส้ม ส่วนขนาดของลำต้น ขนาดใบ เหง้าหรือรากจะเล็กกว่ากระชายเหลือง มีความสูงของทรงพุ่มประมาณ 30-80 เซนติเมตร เหง้าเรียวยาว ออกเป็นกระจุก ลักษณะของรากหรือเหง้าสะสมอาหารจะมีลักษณะเป็นแท่งกลมเรียวยาว พองตรงกลางและฉ่ำน้ำ เหง้ามีสีน้ำตาลอ่อนและมีกลิ่นหอมอ่อนไม่แรงเหมือนกระชายเหลือง ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดี เป็นที่ร่ม และในช่วงฤดูฝนจะแตกยอดขึ้นเหนือพื้นดิน หรืออาจเกิดได้ตลอดทั้งปีหากดินมีความชื้นสูง ส่วนกาบใบมีลักษณะซ้อนกันหลายชั้นมีสีน้ำตาลแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ

ใบกระชายแดง มีใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ค่อนข้างยาวหรือเป็นรูปแกมใบหอก โคนใบสอบ ขอบใบขนาน ใบมีความกว้างประมาณ 4-8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร แผ่นใบมีสีเขียวเรียบและเป็นมัน ก้านใบเป็นร่อง มีลิ้นใบบางใสที่ส่วนบนของกาบใบ โคนกาบใบและหลังใบมีสีแดงเรื่อๆ ส่วนที่กาบใบที่ทำหน้าที่ช่วยห่อหุ้มลำต้นและหลังใบด้านล่าง

ดอกกระชายแดง ใบกระชายแดงดอกออกเป็นช่อ โดยช่อดอกจะยื่นยาวโผล่ขึ้นมาจากกลางยอดระหว่างใบ โดยจะโผล่เฉพาะส่วนที่เป็นกลีบดอกและส่วนของใบประดับ ดอกมีใบประดับหุ้มช่อดอก กลีบเลี้ยงที่โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายแยกเป็น 3 หยัก สั้นๆ บางใส ส่วนกลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว กลีบดอกมีสีชมพูอ่อนมี 3 กลีบ กลีบด้านบนมี 1 กลีบ ลักษณะเป็นรูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม มีสีชมพูอ่อนถึงสีชมพู ส่วนกลีบด้านล่างมี 2 กลีบ จะอยู่บริเวณใต้กลีบปาก ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแกมใบหอก มีปลายแหลม มีสีชมพูอ่อนๆ ส่วนเกสรตัวผู้ ส่วนทีเป็นกลีบอยู่บนปลายยอดกลีบดอก จะมี 3 หยักแยกจากกัน โดยหยักบนจะมี 2 หยัก มีขนาดเท่ากัน ลักษณะเป็นรูปไข่กลีบ ปลายกลม มีสีชมพูอ่อน ส่วนหยักล่างมี 1 หยัก มีขนาดใหญ่กว่าและเป็นรูปไข่กลับ กลางกลีบโค้งคล้ายท้องเรือ ส่วนปลายแผ่ขยายกว้าง ที่ขอบเป็นลอน พื้นมีสีชมพูมีสีแดงแต้มด้วยสีชมพูเข้ม ส่วนริมขอบปากเป็นลอนเล็กน้อย ก้านเกสรสั้น ลักษณะโค้งเล็กน้อย ส่วนเกสรตัวเมีย จะมีลักษณะคล้ายกับรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ มีสีขาวแกมชมพูอ่อน ที่โคนก้านเกสรจะมีต่อม 2 ต่อม ลักษณะเป็นรูปเรียวยาว และดอกย่อยของกระชายแดงจะทยอยบานทีละดอก

สรรพคุณกระชายแดง

  1. ว่านกระชายแดงใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยแก้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยการใช้หัวตากแห้งนำมาบดละเอียดละลายผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นยาลูกกลอนกินเป็นประจำก่อนอาหารเช้าและเย็น (หัว)
  2. สรรพคุณของกระชายแดง ช่วยบำรุงกำลัง ทำให้กระชุ่มกระชวย (หัว)
  3. ช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้ดีขึ้น (หัว)
  4. ช่วยบำรุงกำหนด แก้กามตายด้าน ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ด้วยการใช้หัวแห้งนำมาบดผสมกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอนกิน (หัว)
  5. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว (หัว)
  6. ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน (หัว)
  7. ช่วยรักษาโรคในช่องปากต่างๆ แก้ปากเปื่อย ปากแตก มีแผลในช่องปาก (หัว)
  8. ช่วยรักษามะเร็งเม็ดเลือด จาการวิจัยใหม่พบว่ากระชายแดงเป็นส่วนประกอบในการรักษามะเร็งเม็ดเลือด (BVHJ) ซึ่งมีผสมดังนี้ กระชายแดงทั้งต้น 50 กรัม, แพงพวยดอกขาวทั้งต้น 50 กรัม, หญ้างวงช้างทั้งต้น 50 กรัม, และสบู่แดงทั้งต้น 50 กรัม นำมาบดรวมกันให้เป็นผง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่มหลังอาหารครั้งละ 2 ช้อนชา วันละ 3 เวลา (ทั้งต้น)
  9. ช่วยรักษามะเร็งกระดูก (BOE) โดยใช้กระชายแดงนำมาบดให้เป็นผงใช้กินก่อนอาหารครั้งละ 2 ช้อนชา (ไม่ระบุว่ากินอย่างไร แต่คาดว่าน่าจะใช้ชงกับน้ำร้อนดื่ม) วันละ 3 เวลา อาการจะดีขึ้น (ไม่ระว่าเป็นส่วนไหน)
  10. ช่วยแก้ลมอันเกิดแก่กองหทัยวาตะ หรือลมในหัวใจ ที่ทำให้จิตใจระส่ำระส่าย แก้อาการใจสั่น (หัว)

ขอขอบคุณ ที่มา : หนังสือสมุนไพรพื้นบ้าน และ วิกิพีเดีย ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

ลดเบาหวานด้วยชาคาโมไมล์

ฝึกความยืดหยุ่นแบบ Body Balance

ผักเหล่านี้ กินดิบๆ ไม่ค่อยดี

กินผลไม้ให้ถูกวิธี

5 กฎ สำหรับการออกกำลังกายในยิม

งาดำ ธัญพืชสีดำมากประโยชน์