Menu PSTIP

ตำแย สมุนไพร

ตำแย สมุนไพร

ตำแย สรรพคุณ-ประโยชน์ 4 อย่าง

สมุนไพร ตำแย

สมุนไพรตำแย มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ว่านช้างร้อง (เชียงใหม่), หานไก่ (ภาคเหนือ), ตำแยตัวเมีย (ภาคกลาง), กะลังตังไก่ (ภาคใต้), เส่เลเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), งาง ชิง้าง (ลั้วะ) เป็นต้น

สมุนไพร ตำแย ชื่อวิทยาศาสตร์ Laportea interrupta (Linn.) Chew จัดอยู่ในวงศ์ URTICACEAE

ลักษณะของตำแย

ต้นตำแย จัดเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ไม่ผลัดใบ มีความสูงของต้นได้ถึง 50 เซนติเมตร ทุกส่วนของต้นมีขนพิษ

ใบตำแย ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลมหรือเป็นติ่งแหลม โคนใบป้านหรือหยักเว้า ส่วนขอบใบหยักหรือจักเป็นซี่ฟัน ผิวใบด้านล่างเป็นมีสีเขียวอ่อน

ดอกตำแย ออกดอกเป็นช่อโค้งยาวตามปลายกิ่งและซอกใบ ดอกเป็นแบบแยกเพศ ไม่มีกลีบดอก ดอกย่อยมีจำนวนมาก และดอกเป็นสีเขียว

หมายเหตุ : ข้อมูลจากหนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา ได้ระบุว่าตำแยหรือต้นตำแยตัวเมีย เป็นไม้พุ่ม ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง มีความสูงของต้นได้ถึง 3 เมตร ใบและดอกมีขนพิษขึ้นหนาแน่น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ขอบใบเว้าเป็น 3 หรือ 5 พู ใบมีขนาดกว้างประมาณ 7-12 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ส่วนดอกออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งห้อยลง มีดอกย่อยจำนวนมาก สีเขียว ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน มีผลเป็นผลแห้งขนาดเล็ก ไม่แตก

สรรพคุณของตำแยตัวเมีย

  1. ชาวเขาเผ่าอีก้อ มูเซอ และเย้าจะใช้รากตำแยตัวเมีย นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการซึมเศร้า นอนไม่หลับ หน้ามืด เป็นลม (ราก)
  2. รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคหัวใจ (ราก)
  3. รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องเสีย (ราก)
  4. ใบใช้ตำพอกหรือคั้นเอาน้ำทาแก้คัน รักษาโรคผิวหนัง และหูด (ใบ)

ขอขอบคุณ ที่มา : หนังสือสมุนไพรพื้นบ้านล้านนา  ภาพประกอบอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

8 ผักผลไม้ต่อต้านมลพิษ

10 กลวิธีลับสมองให้พร้อมอยู่เสมอ

ชุดชั้นในภัยร้ายใกล้ตัว

มาลดหน้าท้องกันเถอะ

อยากได้คอลลาเจนต้องกินอะไร

ตอบคำถามที่ต้องการด้วย 3 ซูเปอร์ฟู้ด