Menu PSTIP

เด็กอ้วน..น่ารักหรือน่าห่วง

เด็กอ้วน..น่ารักหรือน่าห่วง

เด็กอ้วน..น่ารักหรือน่าห่วง

เด็กอ้วน..น่ารักหรือน่าห่วง

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมปรารถนาที่จะเห็นลูกมีสุขภาพดี แข็งแรงสมบูรณ์ หลายคนใส่ใจเป็นพิเศษกับอาหารการกินของลูก ยิ่งลูกกินได้นอนหลับ คุณพ่อคุณแม่ก็ยิ่งมีความสุข หลายคนภูมิอกภูมิใจนักหนาที่เห็นลูกน้อยตัวอ้วนกลม มองดูน่ารักน่ากอด แต่ทราบไหมคะว่าพร้อมๆ กับความน่ารักน่าเอ็นดูนั้น ลูกของเรากำลังเผชิญภัยจาก "ความอ้วน" ซึ่งน่าเป็นห่วงไม่น้อยเลยปัจจุบันมีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันแล้วนะคะว่า ความอ้วนถือเป็นสาเหตุของโรคนานาชนิด อาทิ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ซึ่งล้วนส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อการเรียนและคุณภาพชีวิตอนาคตของเด็ก

พ.ญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ หัวหน้าภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานโครงการเด็กไทยดูดี มีพลานามัย มองแนวโน้มโรคอ้วนในเด็กว่า กำลังเป็นปัญหาในประเทศที่พัฒนาและกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในเขตเมือง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสื่อโฆษณา ร้านอาหารมากมาย บวกกับพ่อแม่เลี้ยงดูแบบตามใจ ทำให้เด็กขาดวินัยในการรับประทานอาหาร กินจุบจิบ ไม่รู้จักเลือกซื้ออาหาร เพราะอาหารบางประเภทขาดคุณภาพ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ตลอดจนเด็กขาดการออกกำลังกายเด็กในยุคไอที มักจะสนใจแต่เล่นเกมคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ต หรือใช้เวลาว่างในการดูทีวีเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะรับประทานขนมขบเคี้ยวไปด้วย เป็นการสะสมพลังงานที่ได้รับจากอาหาร ในขณะที่เวลาที่ใช้ไปวิ่งเล่นและออกกำลังกายลดลง

ขณะเดียวกัน ปัญหาทุพโภชนาการที่เกิดจากการขาดสารอาหาร การรับประทานไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้เด็กมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กโครงการเด็กไทยดูดี มีพลานามัย ได้สรุปผลการศึกษาเบื้องต้น "สัญญาณเตือนภัย เด็กไทยไขมันสูง" ซึ่งทำการสำรวจกลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1-6 ใน 4 โรงเรียน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วยร.ร.อนุบาลสามเสน ร.ร.อนุบาลวัดนางนอง ร.ร.อนุบาลพิบูลเวศม์ และ ร.ร.อนุบาลวัดปรินายก จำนวน 5,126 ราย โดยชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงและตรวจร่างกาย เพื่อประเมินภาวะโภชนาการ พบว่า มีปัญหาโรคอ้วนร้อยละ 19จากการตอบแบบสอบถามของผู้ปกครอง พบว่าเด็กมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง อาทิ ไก่ทอด ลูกชิ้นทอด ไส้กรอก ขนมขบเคี้ยว ส่วนใหญ่ขายอยู่บริเวณรอบโรงเรียนและใกล้บ้าน เด็กอ้วนจะบริโภคอาหารจำพวกไขมันสูง คือ ไก่ทอด ลูกชิ้นทอด มากกว่าเด็กปกติ แต่บริโภคผักและผลไม้น้อย รวมทั้งออกกำลังกายน้อยกว่าเด็กปกติในกลุ่มเด็กอ้วน พบว่าความดันโลหิตสูงกว่าเด็กปกติ เด็กกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 77 มีระดับคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในวัยผู้ใหญ่ฉะนั้น เมื่อพบว่าลูกเริ่มอ้วน หรือแค่เริ่มท้วม คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งใจช่วยลูกด้วยการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ จะทำให้เกิดโรคเรื้อรังตามมา

การลดน้ำหนักของเด็กอ้วนนั้น มีอยู่หลายวิธี

1. ครอบครัวต้องมีส่วนร่วม เด็กจะยอมกินอาหารที่มีประโยชน์ เมื่อพ่อแม่และครอบครัวทำเป็นตัวอย่าง ทำให้ลูกรู้สึกสนุกและมีความสุขในการกินอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายที่เหมาะสม ส่งเสริมการกินที่ถูกต้อง เลือกซื้อผักและผลไม้สดเก็บไว้ในตู้เย็น แทนขนมกรุบกรอบ เค้ก คุกกี้ หรือมันฝรั่งทอด

2. งดซื้อน้ำอัดลม น้ำหวานไว้ในตู้เย็น เลือกซื้อนมไขมันต่ำและน้ำเปล่าแทน ให้ลูกทานอาหารเช้าทุกวัน การงดอาหารจะทำให้เด็กหิวและหาอาหารที่ไม่มีประโยชน์มากินแทนข้าว รวมถึงการกินมื้ออื่นมากขึ้น นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด เนื่องจากมีไขมันสูง กากใยอาหารน้อย ควรสอนลูกหลานให้รู้จักเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่วัยเด็ก

3. อย่าห้ามลูกกินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง เพราะลูกจะแอบกิน อาจให้กินได้บ้างในโอกาสพิเศษหรืองานสังสรรค์ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวานจัดหรือเค็มเกินไป และกระตุ้นให้เด็กกินช้าๆ เด็กจะแยกความหิวและความอิ่มออกจากกันได้

4. หลีกเลี่ยงการกินอาหารหรือของว่างในขณะดูทีวี เพราะเวลาดูทีวี เด็กจะลืมความอิ่มและกินอาหารมากเกินไป ที่สำคัญ อย่าใช้อาหารเป็นเครื่องมือลงโทษหรือให้รางวัลเด็ก การลงโทษเด็กด้วยการให้อดอาหาร จะทำให้เด็กพยายามกินมากขึ้นเมื่อมีโอกาส ส่วนการให้ของหวานเด็กเป็นรางวัล จะทำให้เด็กมองว่าขนมและของหวานเป็นอาหารที่มีคุณค่า

5. ส่งเสริมให้มีลูกมีการเคลื่อนไหวและออกกำลังกายให้มากขึ้น เช่น เดินเล่น เต้นรำ ขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ เด็กอ้วนจะรู้สึกไม่สะดวกสบายในการร่วมกิจกรรมบางอย่าง ต้องหากิจกรรมที่เหมาะสม ไม่ทำให้เขารู้สึกว่ามันยากเกินไปหรือทำแล้วรู้สึกเขินอาย แต่ต้องรู้สึกสนุกสนาน ลดกิจกรรมที่ครอบครัวต้องนั่งอยู่กับที่ เช่น การนั่งดูทีวี นั่งเล่นวิดีโอเกม หรือนั่งเล่นคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ พ่อแม่ควรวางแผนการดูทีวี การเล่นวิดีโอเกม และเล่นคอมพิวเตอร์ให้ลูกว่า ในวันหนึ่งควรทำได้กี่นาที กี่ชั่วโมง และอาจทำตารางประจำวันไว้ว่า วันหนึ่งจะทำอะไรบ้าง เวลาไหน นานเท่าไร โดยให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดทำตารางด้วย

"ปัญหาสำคัญที่สุด คือ ร้านอาหารและร้านขนมรอบๆ โรงเรียน เพราะเด็กจะใช้เวลาอยู่โรงเรียนมากกว่าที่บ้าน การจะไปห้ามไม่ให้ร้านค้าเหล่านี้จำหน่าย คงทำไม่ได้ ดังนั้น วิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง คือต้องช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และมีวิจารณญาณที่ดีในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและขนมขบเคี้ยวในร้านใกล้โรงเรียน"การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของเด็กๆ จะต้องทำโดยค่อยเป็นค่อยไป จนกลายเป็นความเคยชิน จึงจะประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก พ่อแม่ควรให้เวลาในการลดน้ำหนักด้วย เพราะเด็กไม่ได้อ้วนได้ในวันเดียวอ่านข้อมูลและคำแนะนำดีๆ กันไปแล้ว อย่าลืมใส่ใจกับการกินและความอ้วนของลูกให้มากขึ้นนะคะ

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสารรักลูก ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต





บทความน่าสนใจ

วิธีอาบน้ำลูก

มาเก็บน้ำนมไว้ให้ลูกน้อยกันเถอะ

อาหารเด็ก..มินิขนมปัง ชีส มีทบอล

ภูมิแพ้ในเด็ก ป้องกันได้ด้วยอาหาร

อาหารเด็ก..กุ้งลอยทะเล

5 วิธีบริหารสุขภาพร่างกาย แม่หลังคลอด