Menu PSTIP

เชื่อหรือไม่..สีและดนตรีช่วยในการเรียนรู้ของลูกได้

เชื่อหรือไม่..สีและดนตรีช่วยในการเรียนรู้ของลูกได้

เชื่อหรือไม่..สีและดนตรีช่วยในการเรียนรู้ของลูกได้

เชื่อหรือไม่..สีและดนตรีช่วยในการเรียนรู้ของลูกได้

คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่า สีที่เป็นกลางและเป็นธรรมชาติ จะช่วยสร้างสมาธิ ขณะที่เสียงดนตรีก็สามารถส่งผลดีต่อการเรียนวิทย์ คณิต ภาษา ศิลปะ และความคิดที่สร้างสรรค์ของลูกได้วันนี้มีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องของสีและดนตรีที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กค่ะ เป็นข้อมูลจากคำสัมภาษณ์ของ ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ รองประธานโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษ และผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ที่เผยแพร่ทางสำนักข่าวไทย เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เลยนำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ 

ดร.อุษณีย์ ให้คำแนะนำว่าสังคมไทยควรจะดึงศาสตร์ต่างๆ เช่นศาสตร์ด้านประสาทวิทยา หรือการศึกษาด้านสมอง เข้ามาช่วยการเรียนรู้ของเด็กให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเด็กนั้นเรียนรู้จากการซึมผ่าน เห็นตัวอย่างจากความรู้สึก ประสบการณ์ แรงจูงใจ ประสาทสัมผัสหลายๆ ส่วน และพลังงานรอบตัวมากมายที่เรามองข้าม ยกตัวอย่างเช่น สีบำบัด ซึ่งสามารถนำมาใช้ในชั้นเรียน เริ่มตั้งแต่การทาสีห้องเรียน ซึ่งจะมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก เช่น สีฟ้า ทำให้การเต้นของหัวใจลดลง ช่วยลดความดันโลหิต ทำให้เกิดความสงบ เกิดสมาธิ ส่งผลที่ดีต่อการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องชุดนักเรียน เก้าอี้ โต๊ะ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อการเรียนรู้แทบทั้งสิ้น "อย่างเสื้อสีขาวที่ไม่เจิดจ้ามากนัก จะช่วยดึงพลังต่าง ๆ ให้ส่งผ่านมาที่สมองได้ดีขึ้น หรือห้องเรียนที่เป็นสี่เหลี่ยมจะปิดกั้นการเรียนรู้ของเด็ก ห้องเรียนที่มีความโค้งจะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็กได้ดีกว่า ซึ่งห้องเรียนสี่เหลี่ยมนั้นสามารถแก้ไขได้โดยนำกระถางต้นไม้ไปวางไว้บริเวณมุมห้อง นอกจากนี้ยังพบอีกว่าเสียงดนตรีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง แต่ต้องเป็นดนตรีที่มีจังหวะ ความถี่ที่พอเหมาะ ในต่างประเทศเขามีการวิจัยเสียงดนตรี จังหวะดนตรีแบบไหนส่งผลดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่สังคมไทยยังไม่เคยทำ ถ้าเราเข้าใจศาสตร์เหล่านี้ เวลาที่เราออกแบบโรงเรียน หรือสถานศึกษา มันจะส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กได้เป็นอย่างดี ดังนั้น การออกแบบโรงเรียน ห้องเรียนจึงต้องมีความพิถีพิถันและมีหลักการเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงจะดี"

ผศ.ดร.อุษณีย์ กล่าวอีกว่า ศาสตร์ด้านการแพทย์และจิตวิทยาก็สามารถช่วยให้เด็กก้าวผ่านความยากลำบากในการเรียนรู้ได้ "มีเด็กคนหนึ่งมาปรึกษาว่าสอบตกทุกวิชา พ่อ แม่ บอกว่าเด็กดูฉลาด แต่ทำไมสอบตก พูดแล้วฟังไม่รู้เรื่อง ทำให้สันนิษฐานว่าเด็กมีปัญหาเรื่องการได้ยิน แต่พอไปตรวจวัดหูก็ปรากฏว่าได้ยินปกติ แต่เมื่อสังเกตจะพบว่าเด็กมีการรับรู้ทางการได้ยินไม่สมบูรณ์ ถ้าพูดใกล้ ๆ เห็นหน้าชัด ๆ เด็กเข้าใจรู้เรื่อง แต่เมื่อใดที่ครูหันหลังเด็กจะไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ สุดท้ายจึงรู้ว่าเมื่อเด็กได้รับคลื่นเสียงมาแล้วกว่าจะส่งไประบบประมวลผลของเขาช้ากว่าคนอื่นถึง 1 เท่าตัว เด็กจึงแสดงอาการออกมาเหมือนฟังได้ไม่หมด วิธีแก้ไขให้เขานั่งเรียนโต๊ะหน้า และครูต้องพูดให้ช้าลง จะเห็นว่าปัญหาการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน เด็กเรียนไม่เต็มศักยภาพ เนื่องมาจากมีสิ่งปิดกั้นการเรียนรู้ของเด็ก พ่อ แม่ครู ต้องสังเกต และร่วมแก้ไข ถ้าเรานำศาสตร์ต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการวินิจฉัยปัญหาการเรียนรู้จะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีและเต็มศักยภาพมากขึ้น"

ผศ.ดร.อุษณีย์ กล่าวอีกว่าเครื่องแบบ หรือชุดนักเรียนของเด็ก ๆ ผู้ใหญ่มักคิดแทนเด็ก โดยเฉพาะโรงเรียนอนุบาล ใช้สีสันฉูดฉาด อย่างสีแดง สีม่วง ส้ม เป็นต้น ซึ่งสีเหล่านั้นไม่ใช่สีกลาง และจะไปตัดพลังการเรียนรู้ของ เด็กคนใดคนหนึ่งในชั้นเรียน ดังนั้น ชุดนักเรียน หรือสีโต๊ะเก้าอี้ ควรเป็นสีธรรมชาติอย่างสีไม้ สีนวล ๆ อย่างสีขาว ถ้าเป็นชุดนักเรียน เสื้อนั้นควรเป็นสีขาว และกางเกงเป็นสีน้ำเงิน สีเขียว หรือสีในกลุ่มเอิร์ธโทน จะช่วยในเรื่องการเรียนรู้ของเด็กได้เป็นอย่างดี

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสารรักลูก ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

ให้ลูกน้อยนอนเตียงเด็กเถอะ

อาหารเด็ก..ไก่นึ่งอะโวคาโด

เม็ดแม่เหล็กลดอาการเจ็บคลอด

อาหารเด็ก..ไข่ต้มฟรุตสลัด

อาหารเด็ก..โยเกิร์ตมะละกอ

หลักง่ายๆ ในการเลี้ยงทารก