Menu PSTIP

สะพานเชื่อมระหว่างบ้านกับโรงเรียน

สะพานเชื่อมระหว่างบ้านกับโรงเรียน
สะพานเชื่อมระหว่างบ้านกับโรงเรียน

สะพานเชื่อมระหว่างบ้านกับโรงเรียน

เมื่อลูกเข้าโรงเรียนคุณพ่อคุณแม่ จะต้องหันมาสนใจสถานที่หล่อหลอมลูก เพราะลูกจะต้องปรับค่านิยมจากบ้านตนเอง มาให้สัมพันธ์กับของเพื่อนและโรงเรียน ดังนั้นเมื่อลูกเข้าโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นอนุบาล ชั้นประถมหรือมัธยม ก็ควรถือโอกาสเข้าไปอาสาสมัครร่วมกิจกรรมของโรงเรียน ซึ่งเป็นการแสดงที่ดีที่แสดงให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่สนใจการศึกษาของลูก และโรงเรียนเป็นสถานที่ที่มีคุณค่าสำหรับลูกเป็นบ้านที่สอง พ่อแม่สามารถปรับปรุงสิ่งแวดล้อมความสะอาด หรืออาชีพอื่นก็อาจช่วยจัดหากองทุนสำหรับกิจกรรมนักเรียน และสร้างสิ่งที่จะเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของลูก ถ้าคุณพ่อคุณแม่สนใจกิจกรรมของโรงเรียนบ้างแล้ว มาดูกันซิว่าจะเริ่มอย่างไรดี 

ประการแรก ถามตนเองว่าทำไมเราจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมก็คุณพ่อคุณแม่เป็นครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยของชุมชน ถ้าคุณยังหนุ่มสาวก็จะช่วยแสดงเป็นตัวอย่างที่ดีต่อเด็กโต และวัยรุ่น คือการมีส่วนร่วมของชุมชน ในแต่ละครอบครัวมีทรัพยากรทางปัญญา ทางวัตถุต่าง ๆ ที่จะประสานสนับสนุนให้โรงเรียนได้อย่างดี

ประการที่สอง คุณจะได้รู้จักครู ผู้บริหาร และผู้ปกครองของเพื่อน ๆ ของลูกถ้าคุณให้เวลาไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนเป็นประจำ ทำให้คุณเข้าใจและเห็นด้วยตาตนเองถึงกิจวัตรประจำวันของลูก โดยที่ไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่สอดส่องเรื่องส่วนตัวของลูกที่โรงเรียน เมื่อพ่อแม่รู้ว่าถูกใช้เวลาที่โรงเรียนแบบไหนอย่างไร คุณก็จะได้เห็นชัดถึงพฤติกรรมของลูกในส่วนดี และส่วนที่ต้องละเว้น และพูดคุยกับลูกให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่ลูกเติบโต จากวัยเด็กเล็ก-เด็กโต-วัยรุ่นได้อย่างเหมาะสม

ประการที่สาม เข้าเป็นคู่เรียนของลูกโดยอาสาร่วมกิจกรรมของโรงเรียน ตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยมปลายถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่เคยเข้าไปร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนมาแล้ว ก็ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มเสียแต่วันนี้ ยังดีกว่าปล่อยให้ล่วงเลยจนลูกเรียนในชั้นมัธยม เริ่มด้วยการใช้เวลาเข้าอาสาทำกิจกรรมให้โรงเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน แล้วปรับตัวจัดเวลาเพิ่มขึ้นเป็นการได้พบปะกับลูกและสังคมของลูกไปพร้อม ๆ กับลูกเข้าสู่วัยรุ่น ถ้าพ่อแม่ทำได้ให้ดูบทเรียนบทสอนตรวจสอบหรือให้คำแนะนำแก่ลูก เสมือนหนึ่งเป็นคู่เรียนของลูกไปด้วยได้ก็จะดีมาก แต่ก็ควรทำตามความพอดี ไม่ทุ่มเทมากเกินไปจนหมดแรง เหนื่อยล้าเสียก่อนที่ลูกอยู่ในช่วงเรียนเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือทำไปแล้วเกิดความรู้สึกว่า โรงเรียนไม่ต้องการคุณพ่อคุณแม่ลูกโตเข้าชั้นมัธยม บทเรียนต่าง ๆ ก็เป็นแบบที่แตกต่างกับที่พ่อแม่เคยเรียนมาก่อน ก็เลยหมดความสนใจทำงานอาสาสมัครน้อยลงหรือหยุดไปก่อนลูกจบ

ประการที่ 4 คุณพ่อคุณแม่อยากเข้าไปช่วยทำกิจกรรมให้โรงเรียน แล้วหาโอกาสเข้าไปตอนไหนดี

  •  จุดเริ่มต้นที่ดีคือ เมื่อวันแรกที่ลูกเข้าโรงเรียนมีการมอบตัวเกือบทุกโรงเรียน จะมีช่วงเวลาการประชุมครู ผู้ปกครอง ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไปส่งลูกพร้อมด้วยกันในโอกาสสำคัญนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่จะพูดคุยกับครูของลูกหรือครูใหญ่ ถึงงานอาสาสมัครที่โรงเรียนต้องการให้ผู้ปกครองเข้าร่วม ถ้าพ่อแม่มีอะไรจะเสนอหรือลองสอบถามโครงการที่มีอยู่แล้ว ถ้าพอทำได้ก็ค่อยถามครูประจำชั้นหรือครูใหญ่ว่าจะต้องพบใคร ทำอะไรอย่างไร
  •  เมื่อโรงเรียนจัดงานจะเป็นนิทรรศการหรืองานรื่นเริง ถ้าคุณพ่อคุณแม่สอบถามดูก็จะพบว่ามีสิ่งที่คุณช่วยได้เสมอ
  •  ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีความสามารถพิเศษเช่น การกีฬา ดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ ก็แจ้งให้ครูทราบเมื่อมีการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นการเสริมหลักสูตร เราก็ช่วยได้ตามโอกาสและเวลา

เมื่อเป็นอาสาสมัครแล้วควรทำอะไรบ้าง

  •  เมื่อปวารณาตนเองเช้าช่วยกิจกรรมโรงเรียน ต้องสอบถามดูว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไร เวลาไหนวันไหน ทุกวันหรือบางวัน บางวันในบางช่วง หรือต่อเนื่องตลอดปี
  •  สอบถามถึงงบประมาณสนับสนุนว่าเท่าไร มาจากไหน มีแล้วหรือต้องหาเอง
  •  เมื่อได้ทำกิจกรรมไปแล้วควรขอคำติชมจากครูและผู้ร่วมงาน ว่าที่ทำไปแล้วมีประโยชน์มากน้อยเพียงไร ควรจะปรับเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร ควรพูดคุยกับครู ผู้บริหาร นักเรียน และ
  •  ผู้ปกครองอาสาสมัครด้วยกัน เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะซึ่งมีความสำคัญยิ่ง จะได้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ตอบสนองความต้องการของนักเรียนและโรงเรียน
  •  อย่างไรก็ตาม งานอาสาสมัครเป็นงานที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องทำด้วยความสบายใจ แต่ถ้ามีภารกิจมาก มีลูกเล็กจะต้องดูแล ไม่สามารถจัดตัวเองให้มีเวลาไปทำงานอาสาสมัครที่โรงเรียนได้ ก็ยังรอไปก่อนหรือปฏิเสธได้เมื่อถูกขอมา

ข้อควรปฏิบัติ เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทำงานเป็นอาสาสมัครที่โรงเรียน อย่าปฏิบัติต่อลูกตนเองเป็นพิเศษ หรือยอมให้ลัดคิว ถ้าลูกรู้สึกอึดอัดเมื่อคุณพ่อคุณแม่มาร่วมกิจกรรมของชั้นเรียนของลูก ก็ควรบอกลูกให้ชัดเจนว่าที่พ่อแม่มานี้ก็เพื่อช่วยโรงเรียน ไม่ได้มาดูแลกำกับลูกและคุณก็ทำอย่างนั้นจริง คือตั้งใจทำงานต่าง ๆ กับเพื่อน ๆ ของลูก จนไม่มีเวลามาดูเขาแบบเจาะจง เหนือสิ่งใดก็คือ จำไว้ว่าคุณทำงานช่วยโรงเรียน ให้นักเรียนได้มีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์สนับสนุนเป็นกำลังใจแก่ทุกคน รวมทั้งลูกด้วย ให้เด็กได้มีทักษะความมั่นใจและเห็นคุณค่าของตนเองในวัยเรียน ซึ่งจะติดต่อไปตลอดกาล นี่ละเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะทำได้เมื่อลูกอยู่ในวัยเรียน

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสารรักลูก ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

พัฒนาการของทารกอายุ 6-9 เดือน

เมื่อผิวหน้าลูกน้อย เป็นผดผื่น

ลูกน้อยร้องไห้ บอกอะไรพ่อแม่

การให้นมและอาหารเสริมในทารกอายุ 6-12 เดือน

เทคนิคป้อนข้าวให้ลูกน้อย

วิธี Exercise สำหรับคุณแม่คนใหม่