Menu PSTIP

หัดให้ลูกอ่านเขียน

หัดให้ลูกอ่านเขียน
หัดให้ลูกอ่านเขียน

หัดให้ลูกอ่านเขียน

การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้แก่ลูก เริ่มได้ตั้งแต่ลูกจำความได้ เด็กจะเริ่มเรียนรู้ได้ดี เมื่ออายุ 3 ขวบ เราสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านการอ่านได้ดังนี้

เด็กวัย 3 ขวบ บางคนอาจจะสนใจที่จะเรียน ก ไก่ ข ไข่ ดูซิว่า ลูกเปิดหนังสือหรือวารสารดูเองไหม ลูกจับดินสอมาเขียนเล่นบ้างไหม ลูกตั้งใจฟังแม่เล่านิทานไหม ถ้าลูกชอบ คือ ตอบว่าใช่ในทุกคนถาม แสดงว่า ลูกพร้อมที่จะเรียนการอ่านตัวหนังสือบ้างแล้ว แต่ถ้าลูกไม่แสดงท่าทีว่าสนใจจะเรียนการอ่านก็รอไปก่อน เขายังไม่พร้อมเหมือนกับเด็กก่อนวัยเรียนทั่วไป ต้องรอสักพักหนึ่งถึง 2 ปี ที่จะมีพัฒนาการทักษะด้านภาษา การรับรู้ทางตา และส่งไปที่สมองเป็นความจำจึงจะอ่านออกได้

เด็กอายุ 4 ขวบ บางคนอยากอ่านหนังสือจริง สามารถจดจำ คำที่คุ้นเคยได้หลายคำ อ่านตัวพยัญชนะที่คุ้นเคยได้ แต่ไม่ควรจะเคี่ยวเข็ญให้ลูกอ่าน ถึงแม้ว่าเขาจะอ่านออกตอนนี้ ก็อาจจะลืมไปเมื่อเข้าโรงเรียนจริง ๆ เด็กที่อ่านได้เร็วก็ไม่ได้เก่งกว่าคนอื่น เมื่อขึ้นชั้นประถม 2-3 เด็กคนอื่น ๆ ก็สามารถเรียนทัน

ปัจจัยที่สำคัญว่า ลูกจะเรียนเก่งหรือไม่ มิใช่ว่าลูกถูกหัดให้อ่านเขียนตั้งแต่อายุน้อย ๆ แต่ขึ้นอยู่กับตัวลูกเองว่าเขาอยากหัดอ่าน อยากเรียนรู้เอง การบังคับยัดเยียดให้ลูกเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย อาจรบกวนความกระตือรือร้นของลูกซึ่งยังไม่พร้อมถ้ายังงั้นควรจะให้ลูกเริ่มหัดอ่านเมื่อไรดี ให้ลูกทำอะไรที่อยากทำและสนุกกับสิ่งที่เขาทำ ไม่จำเป็นต้องให้เขาจดจำตัวพยัญชนะ ตัวเลข สี รูปร่าง และคำต่าง ๆ แต่ควรให้กำลังใจ ส่งเสริมความอยากรู้อยากเห็น และความอยากสำรวจด้วยตัวเขาเอง อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ถ้าเขาชอบฟัง แต่ไม่ควรผลักดันให้ลูกหัดจำคำต่าง ๆ หาของเล่นและประสบการณ์ที่ทำให้ลูกเรียนรู้อย่างสนุก ๆ

เมื่อลูกพร้อมที่จะเรียนการอ่าน มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่อาจหามาให้ลูก เช่น ในโทรทัศน์ก็มีรายการหัดอ่านโดยใช้ตัวหนังสือใหญ่ สีสันสวยงาม การเล่นเกมส์เพลงและหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเด็ก แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องอยู่ด้วยทุกรายการ ผู้ใหญ่ต้องมีส่วนร่วม ชี้แนะให้ลูกเข้าใจถึงแนวคิด ความหมาย ความจริง สิ่งสมมติ และจริยธรรมต่าง ๆ เรื่องเกมส์คอมพิวเตอร์ ควรคัดเลือกไม่ให้เป็นเกมส์ที่เครียด ตื่นเต้น หรือยากเกินไป จะทำให้เขาขาดความกระตือรือร้น เบื่อ และรู้สึกท้อแท้การเรียนรู้จะต้องมีบรรยากาศที่อบอุ่น และมีพ่อแม่คอยสนับสนุน เกื้อกูล จึงจะนำไปสู่ความสำเร็จได้

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสาร Modern Mom ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

ระวังเกลือในอาหารของลูกน้อย

นมแม่ช่วยป้องกันโรคหอบหืดได้

มานับลูกดิ้นกันเถอะ

อาหารเด็ก..กล้วยอะโวคาโด

คุมกำเนิดหลังคลอด คุณแม่ไม่ควรมองข้าม

เทคนิคฟิตเฟิร์มหลังคลอด