Menu PSTIP

นู๋น้อย จำได้ จำดี

นู๋น้อย จำได้ จำดี
นู๋น้อย จำได้ จำดี

นู๋น้อย จำได้ จำดี

ลูกน้อยในช่วงวัย 3-6 ปี เป็นวัยที่กำลัง “จำ” เรื่องราวต่างๆที่พบเจอ เป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและลูกกำลังจะเปิดโลกการเรียนรู้สู่สังคมนอกบ้านมากขึ้น เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นที่คุณแม่ต้องใส่ใจ เตรียมความพร้อมด้านสติปัญญาให้แก่ลูกน้อย นั่นเพราะ ความจำ คือพื้นฐานสำคัญในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่ลุกได้สัมผัสเรียนรู้ไว้ในคลังสมองน้อยๆ เป็นเหมือนห้องสมุดแห่งชีวิต เพื่อจะได้ดึงออกมาใช้ในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ที่สำคัญ ความจำที่เป็นระบบจะช่วยให้ลุกสามารถนำข้อมูลที่เก็บไว้มาใช้และต่อยอดไปสู่ความรู้ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น

เด็กแต่ละคนมีความสามารถในการจำแตกต่างกันไปตามวัย คุณภาพของสมองแต่ละคน รวมถึงโอกาสการเรียนรู้ ปัจจัยเหล่านี้ คือ กุญแจสำคัญที่ทำให้เด็กแต่ละคน “ฉลาด” ไม่เท่ากัน

ความจำของเด็กวัย 3-6 ปี มีข้อจำกัดหลายอย่าง จะให้ความจำดีแม่นจำเหมือนผู้ใหญ่คงเป็นไปไม่ได้ แต่ เราสามารถฝึกฝนและพัฒนาความจำให้ลูกได้

เช่นในช่วงวัย 3-4 ปี เด็กน้อยจะมีการรับรู้ทางสายตาที่ดี จะจดจำภาพได้ดี เทคนิคฝึกความจำให้ลูกน้อยวัยนี้ คือ ทำซ้ำเรื่องสั้นสนุกๆ เช่น อ่านนิทานสั้นๆ ให้ลูกฟังก่อนนอน นิทานที่มีภาพใหญ่ๆ สีสันสดใส หรือนำทานคำกลอนที่มีจังหวะในการเล่าจะช่วยให้ลูกจดจำได้ง่ายขึ้น หรือเล่นเกมจับคู่ต่างๆ เช่นเกมจับคู่ภาพกับเงา จับคู่ตัวเลข จับคู่ภาพกับภาชนะ กิจกรรมการเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น และเปิดรับต่อการจดจำในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้รวดเร็วขึ้น

วัย 4-5 ปี ความจำจะดีขึ้นกว่าช่วงปีก่อน เพราะเด็กเริ่มเข้าโรงเรียน เด็กๆ จะได้เรียนรู้ระเบียบวินัย จากการทำซ้ำๆ กันทุกวัน รวมถึงการเรียนรู้ในห้องเรียนที่ครูให้ท่องพยัญชนะ นับเลข เด็กวัยนี้จะเข้าใจลำดับก่อนหลัง กิจกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้

ลูกจะมีความจำดีมีคุณภาพหรือไม่ ขึ้นอยู่กับบรรยากาศการเรียนรู้ สิ่งที่ทำให้เด็กในวัยนี้มีความจำที่แตกต่างกันไปก็ขึ้นอยู่กับ “ความประทับใจ” และ “สมาธิ” เช่นการพาลูกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ สวนสนุก หรือไปทัศนศึกษากับเพื่อน จะช่วยให้ลูกได้เห็นและจำสิ่งใหม่ๆ ได้ดีขึ้น เพราะอะไรที่เป็นครั้งแรก มักถูกตราตรึงไว้ในความทรงจำได้ง่าย

วัย 5-6 ปี การจำของเด็กวัยนี้ดีขึ้นตามลำดับแห่งวัยและโอกาสการเรียนรู้ในช่วงที่ผ่านมา เด็กวัยนี้สามารถจัดหมวดหมู่สิ่งต่างๆ สามารถเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของเวลา เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ เรียกได้ว่าระบบความจำพัฒนาขึ้นมากเลยทีเดียว

กิจกรรมฝึกสมาธิช่วยเพิ่มความจำ ควรสนับสนุนส่งเสริมให้ลูกได้ทำอย่างต่อเนื่องนะคะ เพื่อให้ความทรงจำดีๆ ติดแน่นทนนาน สิ่งที่คุณแม่สามารถมอบให้ลุกเพื่อเสริมความทรงจำ ก็คือการให้ลูกได้ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ครบตามหลักโภชนาก การฝึกให้ลูกทำสมาธิ ฝึกสมาธิ เช่นการวาดรูป ฟังเพลง หรือกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งนานๆ ให้ลูกได้ออกกำลังกาย และการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อความ “จำ” ที่ดีของลูกน้อยนะคะ

ขอขอบคุณ ที่มา : ModernMom Vol.17 No.203 September 2012 ภาพประกอบจาก bangkokbiznews.com




บทความน่าสนใจ

อาหารเด็ก..Cranberry Delight

อาหารเด็ก..เต้าหู้แก้มแดง

โยเกิร์ตประโยชน์ชั้นยอด เพื่อคนท้อง

อาหารเด็ก..ซุปกะหล่ำดอก

ขวดนมปลอดสารพิษเพื่อลูกน้อย

อาหารเด็ก..อกไก่สอดไส้