Menu PSTIP

โอนิกิริ ข้าวปั้นสุดคาวาอี้

โอนิกิริ ข้าวปั้นสุดคาวาอี้

โอนิกิริ ข้าวปั้นสุดคาวาอี้

โอนิกิริ ข้าวปั้นสุดคาวาอี้

จั่วหัวซะน่ารักแบบนี้ ต้องมาพูดเรื่องคิขุคิขุกันอย่างแน่นอน สาวๆ คงจะรู้จักข้าวกล่องญี่ปุ่นที่น่าตาน่ารับประทานแถมคาวาอี้แบบไม่กล้าลงมือกินใช่ไหมคะ วันนี้เจ้เลยนำเสนอเรื่องราวของ "เจ้าโอนิกิริ" ข้าวปั้นสไตล์พี่ยุ่น ก็เค้าปั้นๆ แล้วบรรจุไว้เบนโตะนี่แหละ

เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิม เกาะติดวิถีชีวิตของชาวซามูไรไปแล้วล่ะคะ สำหรับการทำเบนโตะเพื่อผูกสัมพันธ์ระหว่าง พ่อแม่-ลูก ภรรยา-สามี แล้วไหนจะเพื่อนๆ ที่โรงเรียนลูกๆ ที่เอาเบนโตะหน้าการ์ตูนเรื่องโปรดฝีมือคุณแม่มาอวดกันอีก แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงข้าวปั้นสามเหลี่ยม หรือโอนิกิริที่บรรจุอยู่ในกล่องข้าวญี่ปุ่น

โอนิกิริ หรือที่รู้จักกันอีกอย่างหนึ่งคือ โอมุซุบิ (ลูกบอลข้าว) ที่ทำมาจากข้าวญี่ปุ่นปั้นเป็นลูกกลมๆ ปัจจุบันมีทั้งรูปวงรี วงกลมและก็สามเหลี่ยม จะปั้นเป็นรูปหัวใจก็ไม่มีใครว่าค่ะ และขั้นตอนสุดท้ายก็ต้องมีการห่อสาหร่ายด้วย ถึงจะอร่อยตามสูตร โดยทั่วไปแล้วไส้ของโอนิกิริจะเป็นบ๊วยเค็ม ปลาแซลมอน, ปลาคัทซึโอะ, สาหร่ายทะเล ไข่ปลา และมีส่วนผสมที่มีรสเค็มหรือเปรี้ยวอื่นๆ

ความแตกต่างของข้าวปั้นกับซูชิ ก็คือข้าวปั้นทำมาจากข้าวธรรมดา แต่ซูชิจะมีการผสมน้ำส้มสายชู เกลือและน้ำตาลลงไปในข้าวด้วย ระวังอย่าสับสนนะคะ ในบันทึกของมุราซากิ ชิคิบุ ระบุไว้ว่าในศตวรรษที่ 11 ได้บันทึกไว้ว่าเมื่อก่อนโอนิกิริ มีชื่อว่า ทนจิคิ (Tonjiki) นิยมทานกันเป็นอาหารมื้อกลางวันหรือไม่ก็เอาไปปิกนิก

ต่อมาในศตวรรษที่ 17 พวกซามูไรมักเอาข้าวปั้นไปเป็นเสบียงในสนามรบแต่ความจริงเรื่องราวของโอนิกิริมันมีมานานก่อนที่มุราซากิเค้าจะจดบันทึกซะอีก แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่โอนิกิริเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นเค้า เวลาจะทานโอนิกิริเมื่อก่อนต้องใช้ช้อนตัดแบ่งกัน แต่พอมาถึงสมัยนาระก็มีการตัดเป็นคำเล็กๆ เพื่อความสะดวกในการรับประทาน

ตั้งแต่สมัยคามาคุระ จนถึงต้นเอโดะ โอนิกิริเป็นอาหารที่เรียกว่า "Quick Meal" เพราะมีวิธีการทำที่ง่ายและสะดวก พวกพ่อครัวแม่ครัว จึงแค่หยิบข้าวมาปั้นให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า โดยไม่ต้องใส่ใจเรื่องการบริการมากนัก ตอนนั้นโอนิกิริเป็นข้าวปั้นธรรมดาที่มีรสเกลือและสาหร่ายจึงไม่แพร่หลายกว้างขวาง

กลางยุคเอโดะจึงมีการทำฟาร์มสาหร่ายเพื่อรองรับปริมาณความต้องการของโอนิกิริที่จะทำขายในวงกว้างขึ้น มีความเชื่อว่าโอนิกิริไม่สามารถผลิตได้ด้วยเครื่องจักร เพราะถือว่าเป็นเรื่องยากเกินไปในตอนนั้น แต่พอช่วงปี 1980 ก็มีเครื่องมือที่ทำให้โอนิกิริเป็นรูปสามเหลี่ยมถูกสร้างขึ้น ตั้งแต่มีเจ้าเครื่องนี้ โอนิกิริก็จะถูกเสิร์ฟพร้อมกับสาหร่ายเลย

แต่พอทิ้งไว้สักพักสาหร่ายก็จะเริ่มชื้นและเหนียว ติดหนึบกับตัวข้าว จึงมีการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์โดยแยกสาหร่ายออกจากข้าวพอจะทานค่อยห่อสาหร่ายเข้ากับข้าวปั้น ณ บัดนาว คนญี่ปุ่นเค้านิยมทำข้าวปั้นเป็นข้าวห่อกันจากที่บ้าน หรือถ้าอยากจะสะดวกสบายหน่อย ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปที่ขายโอนิกิริค่ะ

ญี่ปุ่นนี่เค้าก็ช่างคิดช่างทำกันจริงๆ เลยนะคะ ถ้าไทยมีข้าวปั้นบ้างเจ้ว่าคงต้องเป็นข้าวเหนียวปั้นจิ้มแจ่วแน่นอน แซ่บกว่าเป็นไหนๆ

ขอขอบคุณ ที่มา : Spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

ประวัติจังหวัด สตูล

4 สุดยอดเทศกาลแปลกของโลก

ผู้หญิงกับสำนวนโบราณ

ประวัติจังหวัด ราชบุรี

วันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม

ประวัติจังหวัด ชุมพร