Menu PSTIP

อาหารในฮาเร็มความหรูหราของสุลต่าน

อาหารในฮาเร็มความหรูหราของสุลต่าน

อาหารในฮาเร็มความหรูหราของสุลต่าน

อาหารในฮาเร็มความหรูหราของสุลต่าน

อาหารสามมื้อสำหรับเราอาจจะใส่มาในจานกระเบื้อง มีช้อนส้อมพร้อมน้ำอีกแก้ว แค่นั้นก็หรูสุโค่ย โซ้ยไปก็ปลาบปลื้มกับวาสนาตัวเองไปด้วยแล้ว แต่สำหรับสาวๆ ที่อยู่ในฮาเร็ม ของที่ไม่ได้ใส่มาในจานเงิน ไม่เรียกว่าอาหารค่ะ

ห้องครัวในพระราชวังท็อปกาปิของมหาราชามีทั้งหมด 20 ห้อง แบ่งเป็นของเครื่องคาว 10 ห้อง ห้องของหวานอีก 10 ห้อง เครื่องใช้ไม้สอยในครัวทั้งหมดนี้ไม่มีครกอ่างศิลา ตะหลิวตลาดนัด กระทะตกทอดมาจากรุ่นแม่ และอื่นๆ อีกมากมายที่คนธรรมดาอย่างเราใช้กัน เพราะของสำหรับมหาราชาต้องอลังการงานสร้างเสมอเครื่องครัวในวังจึงทำมาจากทองแดงบริสุทธิ์ทุกชิ้น และแต่ละชิ้นก็ใหญ่เบิ้มทั้งนั้น จึงจะใช้ทำอาหารสำหรับสุลต่าน พระมหาเทวี เจ้าจอม นางใน นางทาส ยูนุค (ขันที) ทั้งวัง รวมแล้วก็พันกว่าคนได้ เมื่อคนกินเยอะพ่อครัวก็ต้องแยะไปด้วย คนครัวในห้องเครื่องทั้งหมดมี 150 คน แต่คนที่เก่งที่สุดเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติให้ทำเครื่องเสวยสำหรับสุลต่านถ้าจะเทียบก็คงคล้ายๆ กงซุนสูงสุดในห้องเครื่องเกาหลีแบบแม่นางแดจังกึมขวัญใจชาวไทยเรานั่นเอง

มื้อเช้า กลางวัน เย็น ปกติสาวๆ ในฮาเร็มกินจุมาก แต่สำหรับมื้อเช้าพวกเธอจะกินแค่คล็อต (หัวน้ำนมจับตัวเป็นก้อนเหลว) ครีม น้ำผึ้ง ฟีต้าชีส แยมกับมะกอกเท่านั้น โดยจะเปิบกันด้วยมือเหมือนคนไทยสมัยโบราณ ถือว่าเป็นศิลปะชาววังอย่างหนึ่งที่ต้องฝึกกันอย่างจริงจัง แม้แต่นางทาสก็ยังต้องอบรมมารยาทการกินให้นุ่มนวลเรียบร้อย ใครกินมูมมามเลอะเทอะจะถูกนินทาจนหมอไม่รับซ่อมแก้วหู สาวชาววังจึงต้องระวังเรื่องนี้กันสุดฤทธิ์

วิธีกินที่ถือว่าผ่านมาตรฐานจะใช้นิ้วมือขวาเพียงสามนิ้ว และอนุญาตให้เปื้อนแค่ปลายนิ้ว ห้ามเล่นซะเขรอะทั้งมือเหมือนเราจกข้าวเหนียวส้มตำ การส่งอาหารเข้าปากต้องมีจังหวะจะโคนดูงามสง่าสมกับเป็นผู้หญิงของสุลต่าน ส่วนมือซ้ายถือว่าเป็นมือที่เอาไว้จับของสกปรก ห้ามเอามาหยิบของกิน

ถ้าใครบังเอิญได้มากินข้าวเช้ากับนางในคงคิดว่าสาวๆ พวกนี้กินกันน้อยเหลือเกิน แต่ถ้าอยู่ต่อไปจนถึงมื้อกลางวันและเย็น แขกคนเดิมก็จะเก็ททันทีว่าทำไมนางในฮาเร็มแต่ละคนถึงได้ทั้งอึ๋มทั้งอวบระยะสุดท้าย เพราะนับจากมื้อกลางวันเป็นต้นไปจะเป็นการตะลุยกินอย่างบ้าคลั่ง อาหารจะถูกตั้งเรียงไว้บนโต๊ะยาวเหยียดราวกับมีงานเลี้ยงขนาดย่อม โดยเฉพาะมื้อค่ำจะยิ่งหรูหราอะโลฮ่าที่สุด อาหารทุกอย่างจะใส่มาในถาดเงิน วางบนโต๊ะเงินแท้ปูด้วยผ้ากำมะหยี่ปักดิ้นเงิน ผ้าเช็ดมือเป็นผ้าไหมเนื้อดีปักลายอย่างประณีต รัดด้วยปลอกผ้าเช็ดมือที่เป็นเปลือกหอยมุกประดับเพชร แม้แต่ขอบถาดอาหารก็ยังฝังเพชรแท้เอาไว้หลายเม็ด ดูระยิบระยับแพรวพราวในแสงเทียน

อาหารที่เอามาถวายสุลต่านจะต้องมีผู้กล้าหาญทำหน้าที่เสี่ยงตายชิมดูก่อน เพื่อป้องกันการถูกวางยาพิษ หลังจากชิมแล้วถ้าคนชิมยังอยู่รอดปลอดภัย ไม่ลงไปดิ้นกระแด่วๆ อาหารก็จะถูกลำเลียงเข้าไปในห้องตั้งเครื่อง ถ้าคนกินเป็นแค่นางสนมธรรมดา นางข้าหลวงก็จะยกถาดอาหารทูนหัวเข้าไปวางบนโต๊ะยาว

จากนั้นพวกนางก็จะมาเลือกตักของที่ตัวเองชอบกันเอง แต่ถ้าเป็นนางสนมคนโปรดของสุลต่าน เจ้าจอม หรือพระมหาเทวี จะมีสำรับของตัวเองแยกไว้บนโต๊ะต่างหาก และจะมีนางทาสมาคอยปรนนิบัติรับใช้ระหว่างเสวยด้วย สาวๆ ในฮาเร็มจะมีนิสัยเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือจะชอบกินขนมหวานกันมากหลังมื้อเช้าแล้วตลอดวันจะมีการเสิร์ฟน้ำหวานกับขนมหวานกันไม่ขาดระยะ พอถึงมื้อค่ำแต่ละนางก็ยังซดโฮกได้อีก แล้วจะไม่ให้พวกเธอมีเนื้อนมไข่เหลือเฟือได้ไง

หลังมื้ออาหาร เมื่ออิ่มหมีพีมันกันแล้ว นางทาสก็จะยกเหยือกเงินและอ่างเงินมาให้เจ้านายล้างมือ พอล้างเสร็จจะไม่มีการสะบัดๆ พอเป็นพิธี หรือเอามือเช็ดกับเสื้อแบบคนธรรมดา (ที่ซกมก) อย่างเราๆ แต่พวกสนมจะเช็ดมือด้วยผ้าไหมปักดิ้นเงินดิ้นทอง แล้วตบท้ายด้วยการดื่มกาแฟตุรกีเข้มๆ อีกแก้วเป็นอันเสร็จพิธี แต่หลังจากนั้นในตอนค่ำก็จะมีการเสิร์ฟของหวานกับผลไม้อีกรอบ ซึ่งคนกลัวอ้วนคงขนพองสยองเกล้า แต่สำหรับสาวๆ ของสุลต่านขอบอกว่าเธอยังกินได้อีกค่ะพี่น้อง สรุปว่าผู้หญิงที่นี่จะหยุดกินก็เฉพาะตอนนอนเท่านั้นเอง นี่ล่ะชีวิตนางในฮาเร็มล่ะ

ขอขอบคุณ ที่มา : Lisa ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

ตำรับแมวให้ลาภของชาวล้านนา

ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday)

หลอดไฟฟ้าหลอดแรกของโลก

ประวัติจังหวัด ราชบุรี

ปริศนาภาพวาดโมนา ลิซ่า Mona Lisa

Nymphs นางไม้รักซ้อนซ่อนเร้น