Menu PSTIP

ติ่มซำ อาหารแห่งหัวใจ

ติ่มซำ อาหารแห่งหัวใจ

ติ่มซำ อาหารแห่งหัวใจ

ติ่มซำ อาหารแห่งหัวใจ

ใครๆ ก็ชอบติ่มซำกันทั้งนั้น ยิ่งได้จิบน้ำชาร้อนๆ คู่ไปด้วยแล้ว แหม...ยิ่งอร่อยจนลืมเวลากันไปเลย แต่คุณๆ อาจไม่รู้ว่านอกจากจะช่วยบำรุงกระเพาะแล้วติ่มซำยังช่วยเยียวยาหัวใจของคนทานให้อบอุ่นอีกด้วยเพราะมันได้ชื่อว่าเป็น "อาหารแห่งหัวใจ"

ที่มีชื่ออย่างนี้เพราะคำว่า "ติ่มซำ" มาจากภาษากวางตุ้ง แปลว่า "Touch Heart" (สัมผัสที่หัวใจ) เพราะในการทำติ่มซำต้องค่อยๆ ปั้นไปทีละก้อนๆ และในแต่ละก้อนก็ต้องใส่ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความเอาใจใส่ และการประดิดประดอยให้สวยงามลงไปด้วย ถึงจะได้อาหารก้อนเล็กๆ แต่อร่อยลิ้นนี้ออกมา เรียกได้ว่าหัวใจสำคัญของการทำติ่มซำให้อร่อยก็คือ การใส่ใจในทุกๆ คำนั่นเอง

  • ถ้าจะเปรียบเป็นคนก็ต้องบอกว่าติ่มซำนั้นเหมือนกับเป็น "แม่นางซินเดอเรลล่า" คือมีชาติกำเนิดต่ำต้อยแต่เพราะความเฮงก็เลยได้ขึ้นไปเชิดหน้าชูตาเคียงข้างเจ้าชายอยู่ในวัง!!...แรกเริ่มเดิมทีติ่มซำเป็นอาหารที่ถูกคิดขึ้นมาโดยฝีมือคนงานและกรรมกรก่อสร้าง ระดับล่างเท่านั้นเอง กรรมกรพวกนี้มารับจ้างสร้างตึกในสมัยที่เกาะฮ่องกงเพิ่งถูกบุกเบิกให้เป็นเมือง ด้วยความที่ไม่มีอะไรจะกิน และไม่มีครัวให้ประกอบอาหาร พวกกรรมกรก็เลยเอาก้อนแป้งมาปั้นเป็นคำเล็กๆ แล้วเอาไปนึ่งในแข่งไม้ไผ่ เพื่อให้กินง่าย ทำง่าย สะดวกต่อสภาพชีวิตในตอนนั้น ต่อมาก็เริ่มมีการใส่ไส้ต่างๆ ลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติ จนติ่มซำกลายเป็นอาหารที่แพร่หลายและถูกอกถูกใจของชนชั้นสูง เจ้าอาหารคนงานก็เลยได้ขยับฐานะขึ้นไปอยู่ในร้านอาหารหรู และมีการดัดแปลงโมดิฟายรูปโฉมด้วยส่วนประกอบราคาแพงอย่างกุ้ง หมู ปู ปลา จนออกมาเป็นติ่มซำแสนอร่อยที่เราได้ลิ้มลองกันในทุกวันนี้...เห็นไหมว่าชีวิตเธอ "นางซิน" ซะไม่มี!!
  • แต่มีอีกประวัติหนึ่งเล่าถึงติ่มซำว่า กำเนิดที่แท้จริงของมันมาจากชาวจีนนกวางตุ้งในมณฑลกวางตุ้งของจีนต่างหาก ชาวกวางตุ้งมีวัฒนธรรมการกินติ่มซำกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษกันแล้ว โดยเขาถือว่ามันเป็นขนมอย่างหนึ่ง (คำว่าติ่มซำในภาษากวางตุ้งแปลว่าขนม) ที่คนจีนจะกินช้าๆ เพื่อใช้เวลาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ไม่ได้กินเอาอิ่มอย่างบ้านเรา เป็นวัฒนธรรมว่า ตอนเช้าๆ ชาวกวางตุ้งที่มีอันจะกินจะหิ้วกรงนกออกมาที่ร้านน้ำชาเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนๆ ระหว่างที่รอเพื่อนก็จะสั่งติ่มซำมากินรองท้องกันไป จากนั้นจึงจะตามด้วยอาหารเช้าจานหลักจริงๆ เช่น ผัดหมี่ ราดหน้า หูฉลามกันอีกที การที่ติ่มซำถือกำเนิดที่เมืองกวางตุ้งเริ่มมาจากในสมัยโบราณ เมื่อครั้งกวางตุ้งยังเป็นเส้นทางสายไหมที่พ่อค้าต้องลำเลียงผ้าไหมและสินค้าอื่นผ่านทางไปขาย ตอนนั้นตลอดเส้นทางก็จะมีพ่อค้าท้องถิ่นตั้งเพิงน้ำชาขายอาหารให้คนเดินทาง ส่วนชาวนาแถวนั้นเมื่อทำงานเสร็จก็จะแวะพักผ่อนและดื่มน้ำชายามบ่ายตามร้านน้ำชาเหล่านี้ด้วย พ่อครัวของร้านน้ำชาจึงต้องคิดค้นอาหารกินเล่นให้ลูกค้ากินกับน้ำชา เป็นที่มาของติ่มซำของกินเล่นที่ดังไกลดังนานไปทั่วโลกนั่นเอง
  • เห็นคำเล็กๆ อย่างนี้ เชื่อไหมว่าพ่อครัวอาหารจีนทุกคนยอมรับว่าติ่มซำเป็นอาหารจีนที่ทำยากที่สุดแล้ว จัดว่าเป็นเมนูปราบเซียนของพ่อครัวเลยก็ว่าได้ ใครที่เป็นพ่อครัวติ่มซำจะทำแต่ติ่มซำอย่างเดียวเท่านั้น จะไม่ไปปะปนกับพ่อครัวอาหารจีนอย่างอื่นเลย และกว่าจะมาเป็นพ่อครัวติ่มซำได้ ต้องใช้เวลาฝึกอย่างน้อย 3 ปี เพราะแค่ฝึกตบแป้งฮะเก๋าให้บางเฉียบได้มาตรฐานก็ต้องใช้เวลาฝึกถึง 2 ปีเข้าไปแล้ว!! พ่อครัวติ่มซำเล่าว่าฮะเก๋าถือเป็นติ่มซำที่ทำยากที่สุด เนื่องจากเนื้อแป้งจะต้องเนียนและบางเท่ากันทั้งแผ่น ส่วนรอยจีบกว่าจะจีบได้สวยก็ต้องใช้เวลาฝึกนานเช่นกัน นอกจากนี้ถ้าทำซาลาเปา ก็ต้องทำให้ทุกลูกมีน้ำหนักเท่าๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นแป้งหรือไส้จะต้องชั่งน้ำหนักพอดีเป๊ะ และปั้นให้ไส้อยู่ตรงกลางถึงจะเรียกว่าเป็นพ่อครัวติ่มซำที่มีฝีมือ ใครทำไม่ได้อย่างนี้ก็จะอับอายขายหน้า และไม่กล้าเรียกตัวเองเป็นพ่อครัวติ่มซำเด็ดขาด


หลักการกินติ่มซำที่ถูกต้องจะต้องค่อยๆ เลือก ค่อยๆ กิน จิบกับน้ำชาร้อนๆ และระหว่างนั้นจะต้องพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันไป ปัจจุบันนอกจากจะกินติ่มซำกับเพื่อนฝูงแล้ว เป็นประเพณีว่าคนจีนจะกินติ่มซำเวลาเจรจาธุรกิจ เลี้ยงลูกค้า รวมทั้งถ้าจะนัดดูตัวลูกสาวลูกชายบ้านไหนก็จะเลี้ยงติ่มซำเช่นกัน

ขอขอบคุณ ที่มา : spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

อาหารเด็ก..ตับและไข่แดงบด

ทรงผมของเด็กไทยสมัยโบราณ

อาหารเด็ก..ซุปมะเขือเทศใส่เนื้อปลา

อาหารเด็ก..พาสต้าครีมซอสตับ

วิธีนึ่งข้าวมันให้สวยน่ารับประทาน

น้ำหนักลดได้ด้วยอาหารหาง่ายใกล้ตัว