Menu PSTIP

ตำนานรักนักบุญวาเลนไทน์

ตำนานรักนักบุญวาเลนไทน์

ตำนานรักนักบุญวาเลนไทน์

ตำนานรักนักบุญวาเลนไทน์

ในวันแห่งความรักที่ทำให้ทุกคนบนโลกมีความสุขกับความรักอันสดใสในปัจจุบันนี้ จะมีสักกี่คนคะที่รู้ว่าที่มาของวันวาเลนไทน์นี้ช่างโศกเศร้าเหลือเกิน วันนี้เราอยากจะเล่าเรื่องตำนานรักของนักบุญวาเลนไทน์ ผู้ก่อให้เกิดวันดีๆ อย่างวันแห่งความรักนี้ขึ้นทั่วโลกค่ะ

วันนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine's Day) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "วันวาเลนไทน์" (Valentine's Day) ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันประเพณีที่คู่รักจะบอกให้กันและกันทราบเกี่ยวกับความรักของพวกเขา โดยการส่งการ์ดวาเลนไทน์ซึ่งโดยมากจะไม่ระบุชื่อ ต่อมาวันนี้เริ่มเกี่ยวข้องกับความรักแบบชู้สาวในช่วงยุค High Middle Ages และในปัจจุบันก็มีการมอบของขวัญ อาจจะเป็นช่อดอกไม้ ช็อกโกแลต หรือของขวัญมีค่าต่างๆ แก่กัน เพื่อแสดงออกถึงความรักที่มีให้แก่กันค่ะ

เรื่องราวของวันวาเลนไทน์นี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 เกิดขึ้น ณ กรุงโรม หรืออาณาจักรโรมัน ในยุคของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) โดยที่จักรพรรดิพระองค์นี้มีนิสัยชอบกดขี่ข่มเหงผู้อื่น เขาได้สั่งให้ชาวโรมันทุกคนสักการะนับถือพระเจ้า 12 องค์ โดยผู้ที่ขัดขืนคำสั่งจะถูกทำโทษ รวมทั้งห้ามยุ่งเกี่ยวกับพวกคริสเตียนด้วย แต่นักบุญ ? วาเลนตินุส' (Valentinus) มีความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระคริสต์มาก เขาได้กล่าวไว้ว่าแม้กระทั่งความตายก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของเขาได้ เขาจึงได้ถูกตัดสินให้นำไปขังคุก

ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายในชีวิตของเขานั้นได้มีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้นขณะที่เขาถูกคุมขังอยู่นั้น ผู้คุมขังได้ขอให้วาเลนตินุสสอนลูกสาวเขาซึ่งตาบอดชื่อ ?จูเลีย' จูเลียเป็นคนสวยแต่น่าเสียดายที่เธอตาบอดตั้งแต่แรกเกิด วาเลนตินุสได้เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ต่างๆ สอนเลข และเล่าเรื่องพระเจ้าให้เธอฟัง จูเลียสามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ในโลกนี้ได้โดยคำบอกเล่าของวาเลนตินุส เธอเชื่อใจเขาและเธอมีความสุขมากเมื่ออยู่กับเขา

วันหนึ่งจูเลียถามวาเลนตินุสว่า "ถ้าเราอธิษฐาน พระผู้เป็นเจ้าจะได้ยินเราไหม" เขาตอบว่า "พระองค์เจ้าจะได้ยินเราแน่นอน ท่านได้ยินเราทุกคน" จูเลียกล่าว "ท่านทราบหรือไม่ว่าข้าอธิษฐานขออะไรทุกๆ เช้า ทุกๆ เย็น..ข้าหวังว่าข้าจะได้มองเห็นโลก เห็นทุกๆ อย่างที่ท่านเล่าให้ข้าฟัง" วาเลนตินุสจึงบอก "พระเจ้ามอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคน เพียงแค่เรามีความเชื่อมั่นในพระองค์ท่านเท่านั้นเอง"

จูเลียผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้าจึงได้คุกเข่า กุมมืออธิษฐานพร้อมกับวาเลนตินุส และในขณะนั้นเองก็ได้มีแสงสว่างลอดเข้ามาในคุก และสิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้น จูเลียค่อยๆ ลืมตา แล้วเธอก็มองเห็นเขา เธอจึงกล่าวขอบคุณต่อพระเจ้า และเรื่องมหัศจรรย์เรื่องนี้ได้แพร่หลายไปทั่วราชอาณาจักร

ในคืนก่อนที่วาเลนตินุสจะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า "From Your Valentine" เขาสิ้นชีพในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูกเก็บไว้ที่โบสถ์พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์หรืออัลมอนด์สีชมพูไว้ใกล้หลุมศพของวาเลนตินุส ผู้เป็นที่รักของเธอ โดยทุกวันนี้ต้นอามันต์สีชมพูจะเป็นตัวแทนแห่งรักนิรันดร์และมิตรภาพอันสวยงาม

เมื่อได้รู้เรื่องราวของนักบุญวาเลนไทน์แล้ว ทุกคนคิดเหมือนกันมั้ยคะว่า ถ้าหากความรักของเราเป็นรักที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ใจแล้ว ต่อให้ตัวนั้นต้องตายจากกันไป ความรักก็ยังติดตรึงอยู่ในใจทุกคนอยู่เสมอ ขอให้ทุกคนได้พบกับรักที่ยิ่งใหญ่เหมือนกับนักบุญวาเลนไทน์นะคะ

ขอขอบคุณ ที่มา : Spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

วันช้างไทย (13 มีนาคม)

ละครบัลเล่ต์จีเซลล์

ประวัติจังหวัด กาฬสินธุ์

ดาวหาง ดาวแห่งมรณะ

ประวัติจังหวัด ศรีสะเกษ

กิมย้ง (Jin Yong)