Menu PSTIP

ซีอุส มหาเทพจอมเจ้าชู้

ซีอุส มหาเทพจอมเจ้าชู้

ซีอุส มหาเทพจอมเจ้าชู้

ซีอุส มหาเทพจอมเจ้าชู้

ขึ้นชื่อว่าผู้ชายเจ้าชู้ ผู้หญิงหลายคนคงเซย์โนขอบายไม่สนใจ แต่ก็มีอีกหลายคนเลยค่ะ ที่ชอบผู้ชายประเภทนี้ก็เค้าว่า ผู้ชายเจ้าชู้น่ะมีเสน่ห์ท้าทายดี แหมๆ แต่พอลองคบกันก็ต้องเลิกเพราะทนไม่ไหว ใช่ไหมล่ะคะ? ไม่ใช่ว่านิสัยเจ้าชู้หน้าม่อไปเรื่อยจะมีแค่ปุถุชนคนธรรมดา เทพเบื้องบนเค้าก็มีเหมือนเราๆ ด้วยล่ะค่ะ!

เทพซุส ซีอุสหรือจูปิเตอร์ เป็นราชาแห่งทวยเทพ ผู้ปกครองเขาโอลิมปัสและเทพแห่งท้องฟ้า และฟ้าร้องของตำนานเทพปกรณัมกรีก สัญลักษณ์ประจำพระองค์คือสายฟ้า โคเพศผู้ นกอินทรี และต้นโอ๊ก นามของซีอุสแปลว่าความสว่างของท้องฟ้า

ซุสเป็นราชาของบรรดาเทพเจ้าทั้งหลายและเหล่ามนุษย์บนโลก มีอาวุธเป็น Thunderbolt เรียกแบบไทยๆ ว่า อัศนีบาต เทพซุสมีพี่น้องซึ่งเป็นเทพปกครองโลกร่วมกัน 5 องค์ ได้แก่ เทพโพไซดอน เทพีดีมิเทอร์ เทพีเฮร่า เทพฮาเดส และเทพีเฮสเทีย

นามในตำนานอีทรูสแคนคือ เทพไทเนีย พระองค์เป็นพระโอรสองค์สุดท้องของโครนัสและรีอา ซึ่งเป็นเทพไททัน ในหลายๆ ตำนานกล่าวว่าพระองค์ได้สมรสกับเทพีเฮร่า แต่ก็มีสถานศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองดอโดน่า ที่อ้างว่าคู่สมรสของเทพซุสแท้จริงแล้วคือเทพีไดโอนี นอกจากนี้มหากาพย์อีเลียด ยังกล่าวไว้ว่าเทพซุสเป็นพระบิดาของเทพีอโพรไดต์ที่กำเนิดจากเทพีไดโอเน่อีกด้วย เทพซุสมักมีชื่อเสียงในพฤติกรรมนอกลู่นอกทางเรื่องชู้สาวของพระองค์ ซึ่งยังรวมไปถึงความสัมพันธ์กับเด็กหนุ่มนามแกนีมีดด้วยเช่นกัน!! หลายพันปีมาแล้ว ชนชาวกรีกและโรมัน เชื่อกันว่าเทพเจ้าทั้งหลายนั้นทรงประทับอยู่บนยอดขุนเขา โอลิมปุส ในประเทศกรีซ โดยมีเทพผู้เป็นประมุขนามว่า ซุส รูปเคารพของซุสมักมีสายฟ้า หรืออสุนีบาตเป็นศาสตราวุธ เพราะพระองค์ทรงเป็นเทพแห่งสายฝนและฟ้าผ่า กวีเอกคนหนึ่งของกรีกเขียนไว้ว่า ซุสเป็นบุตรองค์ที่สามของเทพโครนุส แต่ตามตำนานของมหากวีโฮเมอร์ ระบุว่าซุสแป็นบุตรองค์โต ส่วนบุตรองค์รองลงมาได้แก่ โพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทร และเฮเดส เทพแห่งยมโลก โดยซุสนั้นปกครองสวรรค์ทั้งปวงด้วย ที่ประทับที่สำคัญซึ่งชาวกรีกสร้างถวายซุสนั้นยังมีซากเหลืออยู่ให้เห็นคือวิหารโอลิมเปียใกล้ๆ เขาโอลิมปุสที่เมืองอิลิสเป็นที่ซึ่งใช้แข่งกีฬาโอลิมปิกโบราณทุกๆ 4 ปี

แต่เขาตระหนักดีว่า การที่จะปกครองทั้ง 3 ภพ และทะเลให้ทั่วถึงมิใช่เรื่องง่ายเพื่อป้องกันการแก่งแย่งและกระด้างกระเดื่อง จึงจัดสรรอำนาจยอมยกให้เทพภราดร มีเอกสิทธิ์ในการปกครองอาณาเขตดังนี้ เนปจูน หรือโพไซดอนได้ครองทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และแม่น้ำทั้งปวง พลูโตหรือฮาเดส เป็นเจ้าแห่งตรุทาร์ทะธัส และแดนบาดาลทั้งหมดอันรัศมีของแสงอาทิตย์ไม่เคยส่องลอดไปถึงเลย ส่วนตัวซุสเองปกครองทั้งสวรรค์และพิภพ แต่ก็มีอำนาจที่จะสอดส่องดูแลทั่วไปในเขตแดนของเทพภราดรทั้งสองได้บ้าง

หากพูดถึงบทบาทของเทพซุสแล้วต้องยอมรับว่า มีบทบาทขัดแย้งในองค์เองมากที่สุดในบรรดาเทพด้วยกันเนื่องจากทรงเป็นมหาเทพผู้ทรงอำนาจสูงสุด และมีผู้เคารพนับถือโดยทั่วไปเป็ฯที่ยำเกรงของสามโลก ทรงไว้ซึ่งฤทธิ์อำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดิน แต่กลับทรงมีอุปนิสัยเหมือนบุรุษหนุ่มธรรมดาๆ บางคนนั่นคือ ความเกรงใจที่มอบให้แก่มหาเทวีฮีร่า พระชายาอย่างมาก หากพูดกันตามประสา ก็คือ "กลัวเมีย" นั่นเองค่ะ

ด้วยเหตุนี้การที่มหาเทพซุสมีอะไรแย้งๆ กันในองค์เอง อาจเป็นเพราะชาวกรีกโบราณที่สร้างเหล่าทวยเทพขึ้นนับถือ มีความเป็นนักปรัชญาอยู่เต็มตัว เขาจึงสร้างทวยเทพของเขาให้ละม้ายแม้นกับมนุษย์ปุถุชน มีทั้งข้อดีและจุดบกพร่อง

คุณงามความดีอันสำคัญของมหาเทพซุสเป็นอีกอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่า ผู้ที่เคารพนับถือไท้เธอ เป็นนักปราชญ์มากกว่านักสงครามก็คือ ซุสทรงรักสัจจะและความเป็นธรรมอย่างที่สุด ทรงเกลียดชังคนโกงและคนโกหกอย่างที่สุด การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเพื่อถวายแด่พระองค์ นักกีฬาจึงต้องแข่งกันอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด

ดังที่กล่าวมาแล้วแต่ต้นว่า ซุสเป็นมหาเทพที่เจ้าชู้ที่สุดองค์หนึ่งในวงศ์โอลิมเยน เรื่องราวความรักของซุสมีมากหลายเรื่องเป็นตำนานเล่าสืบทอดกันมากมาย ซุสออกจะถนัดในการล่อลวงสตรีสาวสวยยิ่งกว่าเหล่าเทพองค์ใดๆ เท่าที่เคยมีมา อย่างการปลอมเป็นวัวสีขาวสง่างามไปหลอกโฉมงามนางยูโรปาไปเชยชมที่เกาะครีต

นอกจากนี้ยังแปลงเป็นหงส์ไปก้อร่อก้อติกสาวงามนาม ลีดา จนนางตั้งครรภ์และคลอดออกมาเป็นไข่ ครั้นไข่แตกออกแทนที่จะเป็นตัวประหลาดครึ่งคนครึ่งหงส์โผล่ออกมาอย่างตำนานทั่วไป กลับกลายเป็นฝาแฝดชายคู่หนึ่ง คือ คัสเตอร์ กับ โพลิดียูซิส สิ่งที่ทำให้ทารกคู่นี้เป็นพยานความสัมพันธ์ระหว่างเทพกับมนุษย์คือ คนหนึ่งมีกายเป็นอมตะดั่งเทพแต่อีกคนหนึ่งตายได้ อย่างมนุษย์สามัญธรรมดา

นอกจาก ฝาแฝดชายคู่นี้แล้ว ลีดายังมีแฝดหญิงอีกคู่หนึ่ง ซึ่งเลื่องชื่อที่สุดในตำนานกรีกโบราณหนึ่งนั้นนามว่า เฮเลน เดอะบิวติฟูล ต้นเหตุของมหาสงครามกรุงทรอย อีกหนึ่งคือ ไคลเตมเนสตร้า ซึ่งต่อมาได้เป็นมเหสีของ อกาเมมนอนแห่งไมซีนี่ (สัมพันธ์สวาทของนางลีดากับพญาหงส์ปลอมที่มหาเทพซุสจำแลงมานั้น เป็นไปอย่างซ่อนเร้น เพราะลีดาเป็นมเหสีทินดาริอุส แห่งสปาร์ต้าเมื่อลีดาให้กำเนิดเฮเลนและไคลเตมเนสตร้า ทินดาริอุสก็นึกว่าเป็นธิดาของพระองค์)

ยังมีเรื่องพิศวาสระหว่างซุสกับนวลอนงค์อื่นๆ อีกมาก อย่างสัมพันธ์รักกับนางไอโอ ที่เป็นยายของวีรบุรุษ เฮอร์คิวลิส รักกับไดโอนีและมีธิดา นามว่าอโฟรไดท์ พิสมัยกับไมอาและมีโอรสนามว่า เฮอร์มิส ฯลฯ

โอ๊ย ถ้าเทพซุสเป็นมนาย์นี่ผู้หญิงอย่างเราคงทนกันไม่ได้ แฟนกิ๊กเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหวแบบนี้ ไม่เอาเป็นพ่อของลูกหรอก เชอะ!

ขอขอบคุณ ที่มา : Spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

หญิงสาวกับตำนานแห่งความงดงาม

รถมอเตอร์ไซค์ คันแรกในโลก

ประวัติจังหวัด กระบี่

ความสวยเป็นเหตุสปายี้มาแรงระดับโลก

วันสตรีสากล (8 มีนาคม)

8 อาชีพอาถรรพ์ที่คนจีนส่ายหน้า