Menu PSTIP

ก่อนจะมาเป็นลายสัก Tattoo

ก่อนจะมาเป็นลายสัก Tattoo
ก่อนจะมาเป็นลายสัก Tattoo

ก่อนจะมาเป็นลายสัก Tattoo

การสักทุกคนคงจะรู้จักกันดี การสักนั้นถือเป็นศิลปะอีกอย่างหนึ่งซึ่งจะถ่ายทอดออกมาบนร่างกายของมนุษย์ การสักนั้นมีหลายรูปแบบ มีทั้งสักยันต์ สักรูปกราฟฟิกเพื่อความสวยงาม หรือรูปแบบต่างๆ ตามที่เจ้าของเรือนร่างต้องการ แต่มีใครรู้บ้างคะว่าศิลปะในรูปแบบนี้มีมายาวนานหลายพันปีแล้ว ตั้งแต่สมัยกรีกโรมันจนบัดนี้การสักได้แพร่กระจายไปทั่วโลก

รอยสักหรือแทททู ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า ตีหรือเคาะซึ่งที่มาของชื่อก็มาจากขั้นตอนการสักนั่นเอง อาจด้วยเครื่องสัก หรือเข็มที่มีด้ายร้อยเคลือบแทงผ่านบริเวณที่ต้องการสักลงไปบนผิวหนัง ปัจจุบันเครื่องมือที่ใช้ในการสักได้เปลี่ยนไปเป็นการใช้วัสดุติดกับเครื่องไฟฟ้าและสักสีลงไปใต้ผิวหนัง

รู้ไหมคะว่า รอยสักที่วัยรุ่นหันไปนิยมกันเนี่ยมีจุดประสงค์ยังไง ในทางสังคมเชื่อว่าเป็นเรื่องของความอยากเด่นอยากดังของคนสัก ส่วนในทางไสยศาสตร์เชื่อว่าการสักช่วยป้องกันอันตรายและยังช่วยให้ชีวิตมีอะไรดีๆ เข้ามา ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับลวดลายที่จะสักด้วย

ในประเทศไทย การสักหรือสักเลกนั้นเป็นการทำเครื่องหมายที่ข้อมือ เพื่อแสดงการขึ้นทะเบียนเป็นไพร่หลวงที่มีสังกัดกรมกอง แต่ถูกยกเลิกไปในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนที่หน้าผากหรือการสักท้องแขนใช้กับผู้ต้องโทษจำคุก แต่ยกเลิกใน พ.ศ.2475 รวมทั้งการสักยันต์เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังตามความเชื่อ

ที่กรีก การสักเป็นการทำสัญลักษณ์เฉพาะใบหน้าของทาสและอาชญากร ต่อมาเริ่มแพร่หลายในทวีปยุโรป ค.ศ. 787 การสักบนใบหน้าถือเป็นการลบหลู่ต่อพระผู้เป็นเจ้า

วัฒนธรรมการสักมีอยู่ทุกมุมทั่วโลก อย่างประเทศที่เห็นกันได้ชัดว่ามีการสักมาอย่างยาวนานก็คือ ญี่ปุ่น ในตอนแรกเป็นของพวกยากูซ่า ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ยากูซ่าจะสักรอยสักไว้ที่ตัว ที่มาของรอยสักของยากูซ่ามาจากพวกบาคุโตะ ที่สักวงแหวนสีดำรอบๆ แขน เพื่อแสดงถึงอาชญากรรมแต่ละครั้งที่ได้ทำลงไป ต่อมากลายมาเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็ง

อีกทั้งรอยสักยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า คุณเต็มใจที่จะเข้าร่วมในสังคม กฎเกณฑ์ และแบบแผน แต่ในปัจจุบันนั้นแสดงให้เห็นถึงสังกัดที่อยู่

นอกจากจะสร้างความงามบนเรือนร่างแล้ว ใครที่ไปสักก็ต้องระวังอันตรายจากอุปกรณ์การสักกันด้วยค่ะ ซึ่งอันตรายจากการสักจะทำให้เป็น วัณโรค ติดเชื้อไวรัส หรือได้รับสีที่ใช้ในการสักที่เป็นอันตรายอย่างสารปรอท โคบอลท์ หรือแร่เหล็ก และเวลาอยากจะลบรอยสักขึ้นมาก็ต้องยุ่งยากไปผ่าตัด หรือใช้กรดไนตริกกำจัดอีก เรียกว่าอันตรายเหมือนกันค่ะ เพราะงั้นก่อนจะสักหรือจะทำอะไรเกี่ยวกับร่างกายก็ตัดสินใจและคิดให้ดีๆ

การสักถือเป็นความชอบส่วนบุคคลค่ะ ถ้ามักมองพวกที่สักว่าเป็นคนไม่ดีหรือเป็นตัวอันตราย อย่าไปเข้าใกล้ แต่มันก็เป็นเพียงสิ่งที่แสดงออกมาภายนอกเท่านั้น เรื่องของจิตใจเราต้องไปศึกษาดูว่าพวกเขาเป็นคนยังไง เพราะงั้นอย่าตัดสินคนจากภายนอกนะคะ คนดีๆ ชอบทำตัวแรงๆ มีถมไป

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสาร Spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

ประวัติจังหวัด นครสวรรค์

วิธีเปลี่ยนโชคร้ายให้กลายเป็นดี

ประวัติจังหวัด เพชรบุรี

ประวัติจังหวัด อุดรธานี

ประวัติจังหวัด ชุมพร

ประวัติจังหวัด นครราชสีมา