ท่องเที่ยว

ประวัติจังหวัด ยโสธร

ประวัติจังหวัด ยโสธร
ประวัติจังหวัด ยโสธร

ตราประจำจังหวัดยโสธร

รูปพระธาตุอานนท์ ปูชนียสถานสำคัญของจังหวัดยโสธร ขนาบด้วยรูปสิงห์ 2 ตัว เบื้องล่างของภาพดังกล่าวรองรับด้วยรูปดอกบัวบาน

คำขวัญประจำจังหวัดยโสธร

เมืองบั้งไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ

ประวัติจังหวัด จังหวัดยโสธร มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน เกี่ยวพันกับเมืองหนองบัวลุมภู "นครเขื่อนขัณฑ์กาบแก้วบัวบาน" (อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี ปัจจุบันคือจังหวัดหนองบัวลำภู) และเกี่ยวพันกับเมืองอุบล กล่าวคือตามพงศาวดารจดจารเมื่อ ร.ศ.1259 หรือประมาณ ปี พ.ศ.2440 สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อพระวรวงศา (พระเจ้าวอ) พร้อมผู้เป็นน้อง คือ เจ้าคำขุย เจ้าคำใส เจ้าคำสิง เจ้าคำผงและเจ้าฝ่ายหน้า อีกทั้งเจ้าก่ำ และเจ้าทิดพรมได้อพยพสมัครพรรคพวกไพร่พลทหาร และญาติพี่น้องยกทัพฝ่าหนีออกจากเมืองหนองบัวลุมภู หลังจากที่เจ้าตา เจ้าเมืองหนองบัวลำภูได้ถูกข้าศึกยิงด้วยอาวุธปืน และฟันด้วยดาบจนถึงแก่พิราลัย ขบวนทัพของเจ้าพระวอได้เดินทางตามลุ่มแม่น้ำชี มาพักกับเจ้าคำสูผู้ปกครองบ้านสิงห์ท่า (ปัจจุบัน อยู่ในเขตจังหวัดยโสธร) ภายหลังต่อมา เจ้าพระวอดำริว่าหากอยู่กับเจ้าคำสูแล้ว ถ้าเวียงจันทร์ยกทัพมาก็จะเป็นการลำบาก และจะเกิดศึกสงครามกันต่อไป เมื่อตกลงกันได้จึงได้พาไพร่พลทหาร อพยพลงไปตามลำน้ำมูล และสร้างเมืองใหม่ที่ดอนมดแดง เขตนครจำปาศักดิ์

เมื่อเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตทราบเรื่อง จึงแต่งตั้งพระญาสุโพให้ยกกองทัพไปปราบ และให้จับเจ้าพระวอฆ่าเสีย เจ้าพระวอได้เป็นแม่ทัพรบกับพระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุต จนถึงแก่ความตาย พระเจ้าตากสินมหาราชได้ส่งทัพลงมาช่วยสู้รบกับทัพจากเวียงจันทน์ ต่อมาเกิดเหตุน้ำได้ท่วมดอนมดแดง เจ้าคำผงน้องเจ้าพระวอ จึงมาสร้างเมืองใหม่ที่ดงอู่ผึ้ง และมีใบบอกไปยังกรุงธนบุรีให้ทราบ และได้ตั้งนามเมืองว่า "เมืองอุบลราชธานี" เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงเมืองเดิมของตน คือเมืองนครเขื่อนขันฑ์กาบแก้วบัวบาน หรือเมืองหนองบัวลุมภู ส่วนที่เหลืออพยพเรื่อยมาตามลำน้ำชี จนมาถึงบริเวณดงผีสิงซึ่งเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ด้วยน้ำท่า จึงตั้งบ้านเรือนและตั้งชื่อว่า "บ้านสิงห์ท่า" คาดว่าบริเวณนี้จะเป็นชุมชนมาแต่โบราณ มีการพบรูปสิงห์แกะสลักด้วยทรายแดง

จากนั้นเจ้าคำผงจึงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองคนแรกของเมืองอุบล ได้รับพระราชทินนามว่า "พระปทุมสุรราช" หลังจากนั้นต่อมา เจ้าฝ่ายหน้าน้องพระปทุมสุรราชเจ้าเมืองอุบลพร้อมกับนางอูสา ไพร่พลญาติวงศาอีกส่วนหนึ่ง ได้ขอแยกตัวไปอยู่บ้านสิงห์ท่า ได้ปรับปรุงและสร้างบ้านสิงห์ท่าจนเจริญรุ่งเรือง

พ.ศ.2324 เกิดกบฏแย่งชิงอำนาจ อ้ายเซียงแก้วเขาโองยกกำลังเข้าตี แล้วตั้งตนเป็นใหญ่ปกครองนครจำปาศักดิ์ พระเจ้าไชยกุมาร เจ้าเมืองได้หนีไปอาศัยเจ้าคำผงที่เมืองอุบลราชธานี พ.ศ. 2325 ทัพจากเมืองอุบลฯได้ยกไปปราบความไม่สงบในนครจำปาศักดิ์ พระปทุมสุรราชเจ้าฝ่ายหน้า พร้อมมีใบบอกไปทางกรุงเทพฯ ซึ่งพึ่งจะสถาปนาเป็นเมืองหลวง หลังจากที่เจ้าฝ่ายหน้าได้ไปช่วยปราบกบฎ ที่นครจำปาศักดิ์ จับอ้ายเซียงแก้วเขาโอง ส่งตัวเข้ากรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดเกล้าฯให้ พระปทุมสุรราชเจ้าฝ่ายหน้า ขึ้นเป็น "เจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยะวงศา" ครองนครจำปาศักดิ์

พ.ศ. 2354 เจ้าพระยาวิชัยราชขัตติวงศาถึงแก่พิราลัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดให้เจ้าหนู หลานเจ้านครจำปาศักดิ์เป็นผู้ครองนครจำปาศักดิ์สืบไป ฝ่ายเจ้าราชวงศ์สิงห์ บุตรเจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยวงศาไม่พอใจที่จะอยู่ในการปกครองของเจ้าหนู จึงขอกลับมาอยู่ที่บ้านสิงห์ท่า และนำอัฐิของเจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยะวงศากลับมาด้วย และนำมาก่อเจดีย์บรรจุไว้ที่วัดมหาธาตุ ใกล้กับพระธาตุพระอานนท์ซึ่งยังปรากฏอยู่จนปัจจุบัน

พ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกบ้านสิงห์ท่าขึ้นเป็น "เมืองยศสุนทร"(หรือ"เมืองยโสธร" ในปัจจุบัน) ให้เจ้าราชวงศ์สิงห์ ("ท้าวคำม่วง" ผู้น้องเจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยะวงศา) เป็นเจ้าครองเมืองมีราชทินนามว่า "พระสุนทรราชวงศา " เจ้าเมืองคนแรกของเมืองยโสธร

พ.ศ. 2433 สมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดรูปการปกครองใหม่ แบ่งหัวเมืองออกเป็นมณฑลอุบลราชธานี ลดฐานะเมืองยโสธรลงเป็นอำเภอยโสธร เมืองยโสธรได้รวมเป็นหัวเมืองตะวันออกเฉียงเหนือ มีกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เป็นข้าหลวง (คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด)ต่างพระองค์คนแรก ตั้งกองว่าราชการอยู่ที่เมืองอุบลขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ

พ.ศ. 2443 กระทรวงมหาดไทยได้รวมเข้ากับเมืองอุบลโดยแยกออกเป็น 2 อำเภอ คือ อำเภออุทัยยโสธร ภายหลังเป็นอำเภอ คำเขื่อนแก้ว และอำเภอประจิมยโสธร ภายหลังจึงรวมเป็นเป็นอำเภอยโสธรดังเดิม

พ.ศ. 2494 กระทรวงมหาดไทยได้ริเริ่มขอตั้งอำเภอยโสธรขึ้นเป็นจังหวัด จังหวัดยโสธรได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัด ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 70 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2515 ยกอำเภอยโสธรขึ้นเป็นจังหวัดยโสธร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2515 เป็นต้นมา เป็นจังหวัดที่ 71 ของประเทศไทย

เขตการปกครอง

การปกครองแบ่งออกเป็น 9 อำเภอ

1. อำเภอเมืองยโสธร

2. อำเภอทรายมูล

3. อำเภอกุดชุม

4. อำเภอคำเขื่อนแก้ว

5. อำเภอป่าติ้ว

6. อำเภอมหาชนะชัย

7. อำเภอค้อวัง

8. อำเภอเลิงนกทา

9. อำเภอไทยเจริญ

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดยโสธร ด้านเหนือส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงสลับกับพื้น ที่แบบลูกคลื่น ส่วนด้านใต้มีแม่น้ำชี ไหลผ่าน เป็นที่ราบต่ำสลับซับซ้อนของสัน ดินริมน้ำ มีหนองบึงอยู่ทั่วไป ลักษณะดิน ในเขตจังหวัดยโสธรมีหลายลักษณะ แต่ที่พบมาก เป็นชุดยโสธร ชุดดินร้อยเอ็ด ชุดดินโคราช ซึ่งเป็น ลักษณะเฉพาะแตกต่างกันออกไป ส่วนมากแบ่งพื้น ที่เป็นลักษณะต่างๆ สรุปได้ดังนี้

  • เป็นพื้น ที่เพื่อการเกษตรกรรม (พืชผลและปศุสัตว์ ) จำนวน 1,527,139 ไร่
  • เป็นพื้น ที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 712,820 ไร่
  • เป็นพื้นที่เขตเมือง (เทศบาล/ สุขาภิบาล) จำนวน 42,106 ไร่

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดมุกดาหาร

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี

ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดศรีสะเกษ

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดร้อยเอ็ด

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาพประกอบ wikipedia.org




บทความน่าสนใจ

รักที่บอกไม่ได้ของนางไม้เอ็คโค (Echo)

ประวัติจังหวัด ขอนแก่น

ประวัติจังหวัด สมุทรปราการ

หลากวิธีรักษาโรคฉบับปลาดิบ

ประวัติจังหวัด ยะลา

เลขดีเลขร้ายในหลายประเทศ