Menu PSTIP

โรคร้ายที่ควรระมัดระวังในเด็กเล็ก

โรคร้ายที่ควรระมัดระวังในเด็กเล็ก

โรคร้ายที่ควรระมัดระวังในเด็กเล็ก

โรคร้ายที่ควรระมัดระวังในเด็กเล็ก

คุณแม่มือใหม่หลายคนคงกังวลเกี่ยวกับการดูแลลูกน้อยของเรา โดยเฉพาะลูกน้อยวับแบเบาะ ที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบซึ่งต้องอาศัยการเลี้ยงดูที่เป็นพิเศษสักหน่อย เพราะเด็กในวัยนี้มีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้สูงมาก เพราะเด็กยังมีภูมิต้านทานต่ำ เชื้อโรคสามารถเข้ามาฟักเชื้อได้ง่าย สำหรับโรคสุดฮิตที่มักจะเกิดขึ้นกับเด็กในวัยนี้ก็คือ โรคปอดบวม โรคไอพีดี และโรคหูชั้นในอักเสบ ดังนั้นคุณแม่มือใหม่ก็ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อที่จะได้หาวิธีป้องกันไม่ให้ลูกน้อยของเราเป็นโรคเหล่านี้ได้

เชื้อโรคที่มักพบในเด็กเล็ก เชื้อนิวโมคอคคัสและเอ็นทีเอสไอ ซึ่งเชื้อโรคทั้ง 2 ชนิดนี้ มักพบได้ในโพรงจมูกและลำคอของเด็ก โดยทั่วไปแล้วเชื้อนี้จะไม่ค่อยมีพิษมีภัยเท่าไรนัก แต่ถ้าตราบใดลูกน้อยของเราร่างกายอ่อนแอ ก็จะทำให้เชื้อทั้ง 2 กำเริบขึ้นมาได้ทันที และทำให้ลูกน้อยของเราเกิดอาการเจ็บป่วยทันที ป่วยเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ โรคปอดบวม และโรคไอพีดี นอกจากนั้นเชื้อทั้ง 2 ตัวนี้ ยังสามารถแพร่กระจายผ่านทางน้ำลาย น้ำมูก การไอ การจามได้ดี อีกทั้งยังสามารถลอยตัวอยู่ในอากาศได้นานอีกด้วย

โรคที่มักพบในเด็กเล็ก

  • โรคปอดบวม จากข้อมูลการประเมินขององค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟพบว่าโรคปอดบวมเป็นโรคร้ายแรงอันดับต้นๆ ที่ทำให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เสียชีวิต โดยมีเด็กเสียชีวิตสูงสุดถึง 2 ล้านคนต่อปี เนื่องจากโรคปอดบวมจะทำให้ปอดอักเสบ เกิดภาวะน้ำหรือหนองในช่องเยื่อหุ้มปอดในตัวเด็กได้ นอกจากนั้นอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อในกระแสเลือด อาจทำให้เด็กเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้ในทันที
  • โรคไอพีดี ชื่อโรคอาจจะดูไม่คุ้นหูกันสักเท่าไรนัก แต่ททว่าโรคนี้เกิดขึ้นจากการติดเชื้อรุนแรงของเชื้อนิมโมคอคคัสซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ ถ้าเด็กได้รับเชื้อนี้เข้าไปอาจส่งผลให้สมองพิการ จนถึงเสียชีวิตได้ในที่สุด
  • โรคหูชั้นกลางอักเสบ เป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ จากการติดเชื้อนิวโมคอคคัสและเอ็นทีเอชไอ ซึ่งเด็กจะได้รับเชื้อนี้ได้อย่างง่าย พอเชื้ออยู่ในตัวเด็กแล้วก็จะแพร่กระจายเข้าสู่ท่อยูสเตเชี่ยน ซึ่งเป็นท่อเล็กๆ เชื่อมระหว่างหูชั้นกลางกับโพรงหลังจมูกยิ่งถ้ามีการอักเสบเกิดขึ้นที่หูชั้นกลางก็จะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เช่น จากหูไปสู่สมอง ก่อให้เกิดฝีในสมอง รวมถึงมีโอกาสเสี่ยงที่เยื่อหุ้มสมองจะอักเสบได้ เป็นเรื่องที่อันตรายมากเลยทีเดียว

สำหรับโรคนี้พบมากในเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ และมีโอกาสเกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบอย่างน้อย 1 ครั้ง และยิ่งครอบครัวไหนที่มีลูกน้อยวัยที่ยังพูดไม่ได้ ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้หูอักเสบมากขึ้น ส่งผลให้เด็กปวดหูและทำให้เด็กต้องสูญเสียการได้ยินในทันที

ทั้ง 3 โรค มียารักษา เชื่อว่าตอนนี้คุณแม่หลายคนคงกังวลไม่น้อยว่าทั้ง 3 โรคที่พูดถึงนี้จะมียารักษาไหม ขอตอบเลยค่ะว่ามียารักษาแน่นอน และตัวยาที่รักษาก็จะเป็นยาปฏิชีวนะร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือถ้าลูกเกิดอาการเจ็บป่วยควรรีบพาไปพบแพทย์จะดีที่สุดค่ะ เพื่อให้แพทย์ทำการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที เพราะปัจจุบันพบว่าเชื้อนิวโมคอคคัสมักเกิดการดื้อยา ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากขึ้นแต่อย่าเพิ่งเครียดกันค่ะ ถึงแม้เชื้อจะดื้อยา แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคนนะคะ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ควรป้องกันไว้ก่อน ด้วยการส่งเสริมให้ลูกน้อยมีภูมิต้านทานด้วยการให้ลูกน้อยดื่มนมแม่ เพราะน้ำนมแม่จะเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายนี้ทั้ง 3 โรคที่เรากล่าวมา ไม่ว่าจะเป็นโรคปอดบวม โรคไอพีดี และโรคหูชั้นกลางอักเสบ สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนเสริมสามารถสอบถามได้ที่สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยหรือแพทย์โรงพยาบาลใกล้บ้านก็ได้ค่ะ คุณแม่ทั้งหลายถ้าไม่อยากให้ลูกน้อยเจ็บป่วยเป็นโรคทั้ง 3 ก็อย่าลืมพาลูกน้อยไปฉีดวัคซีนกันนะคะ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของลูกน้อยค่ะ

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสารเรื่องผู้หญิง ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

คุณแม่หลังคลอดขี้หนาว

อาหารเด็ก..บวบซ่อนกุ้ง

คุณแม่ให้นมลูกระวังขาดสารอาหาร

ทารกนอนคว่ำช่วยพัฒนาการเคลื่อนไหว

รักษาฟันน้ำนมดีเกินไป..เลยเกิดปัญหาจริงหรือ

ตั้งครรภ์หรือเปล่า