Menu PSTIP

โรคตาอันตรายที่เกิดขึ้นได้จากการทำงาน

โรคตาอันตรายที่เกิดขึ้นได้จากการทำงาน

5an-life-health-49
โรคตาอันตรายที่เกิดขึ้นได้จากการทำงาน

การทำงานของหลายๆ คนในปัจจุบันนี้ล้วนแล้วแต่ต้องใช้สายตาในการทำงานแทบทั้งสิ้นนะคะ ซึ่งลักษณะการทำงานของบางคนก็อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและดวงตาได้เราจึงควรที่จะทราบถึงสาเหตุและการป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตา เพื่อความปลอดภัยของเราเองคะ

อันตรายกับตาที่อาจเกิดขึ้น ประเภทของงานที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตาที่พบบ่อย ได้แก่ การทำงานก่อสร้าง งานอุตสาหกรรม งานกลางแจ้ง และอาจจำแนกอันตรายต่อตาจากการทำงานได้ดังนี้

  • อันตรายจากสารเคมี ทั้งสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่าง โดยด่างจะมีอันตรายมากกว่ากรด พบมากในคนที่ทำงานในห้องทดลอง ในโรงงานทำน้ำยาทำความสะอาด ในโรงงานที่เกี่ยวกับสารเคมี เป็นต้น
  • มีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา อาจเป็นเพียงฝุ่นละออง หรือเศษวัสดุจากการทำงานในโรงงาน เช่น เศษเหล็ก เศษไม้ เศษแก้ว ซึ่งการเอาออกโดยเร็วและป้องกันการติดเชื้อเป็นการรักษาที่ดีที่สุด
  • เกิดเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ มักพบในงานทำอาหาร เกษตรกรรม ในคนงานที่แพ้สารบางตัว หากตรวจพบอาจต้องเลี่ยงงานที่สัมผัสกับสิ่งที่แพ้
  • แรงกระแทกจากวัสดุต่างๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยไม่มีการฉีกขาดของลูกตา หากแรงกระแทกถูกดวงตาโดยตรง อาจทำให้เกิดเลือดออกภายในดวงตา มีการเคลื่อนที่ของอวัยวะภายในตา เช่น ม่านตาฉีกขาด แก้วตาเคลื่อนที่ เลือดออกภายในตา จอประสาทตาช้ำ บวม

โดยการบอบช้ำของอวัยวะภายในลูกตาจะทำให้สายตามัวลงได้ ทั้งทันทีหรือมัวตอนหลัง ขึ้นอยู่กับลักษณะของอุบัติเหตุดังนี้

  • เลือดออกในช่องหน้าลูกตา (hyphema) พบบ่อยจากการที่วัสดุกระแทกเบ้าตาในผู้ที่ใช้เชือกกระตุกเครื่องยนต์ แล้วปลายเชือกอาจตวัดถูกตา ทำให้เกิดการฉีกขาดของหลอดเลือดบริเวณมุมตา หรือฐานของม่านตา ทำให้มีเลือดออกทันที โดยในระยะแรกอาจมีเลือดออกไม่มาก แต่ต้องระวังภาวะเลือดออกซ้ำ ซึ่งมักจะเกิดในช่วง 2?5 วันหลังอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เกิดต้อหินแทรกซ้อนตามมา
  • แก้วตาหลุดจากที่ (lens dislocation) เป็นอีกภาวะหนึ่งที่อาจเกิดหลังโดนกระแทกบริเวณตา ทำให้ตามัวลง เนื่องจากไม่มีแก้วตาในการรวมแสง อีกทั้งแก้วตาที่หลุดอาจมีการกระแทกถูกแก้วตา ทำให้เกิดต้อกระจกในภายหลัง หรือในบางครั้งอาจเกิดภาวะต้อหินแทรกได้
  • เลือดออกในน้ำวุ้นตา จากการฉีกขาดของหลอดเลือดจอตา ทำให้ตามัวลงอย่างฉับพลัน หรือมัวลงไม่มาก ขึ้นอยู่กับจำนวนเลือดที่ออก
  • จอตาหลุดลอก โดยแรงกระแทกทำให้จอตาฉีกขาดบางจุด แล้วมีจอตาหลุดลอกตามมา
  • ต้อหิน ในบางครั้งแรงกระแทกบริเวณมุมตาทำให้บริเวณนั้นบวม มีการอักเสบ และอาจเกิด ต้อหินภายหลังจากเกิดอุบัติเหตุหลายๆ ปี (ซึ่งเจ้าตัวอาจลืมไปแล้ว) แต่แพทย์สามารถตรวจพบร่องรอยความผิดปกติได้ที่บริเวณมุมตา
  • การได้รับแรงกระแทกบริเวณเส้นประสาทตาที่อยู่หลังลูกตา ทำให้ประสาทตาขาด หลอดเลือดที่มาเลี้ยงประสาทตาขาด หรือมีเลือดออกไปกดประสาทตา ตลอดจนมีเศษกระดูกแตกไปกดประสาทตา โดยจะขึ้นอยู่กับความรุนแรง บางรายอาจทำให้ตามัวลงทันทีหรือค่อยๆ มัวลงก็ได้
  • อุบัติเหตุบริเวณเบ้าตาซึ่งเป็นกระดูกห่อหุ้มดวงตา ที่พบบ่อยคือ กระดูกเบ้าตาส่วนฐาน (fracture floor of orbit) เป็นบริเวณที่กระดูกค่อนข้างบาง พบว่าลูกตาข้างนั้นจะยุบลง มีอาการชารอบๆ เบ้าตา เห็นภาพเป็น 2 ภาพ จากการที่กล้ามเนื้อกลอกตาถูกกระดูกเบ้าตารัดไว้ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการผ่าตัดซ่อมกระดูกเบ้าตา
  • ลูกตาแตกหรือมีรอยฉีกขาดทะลุเข้าลูกตา อาจเกิดจากแรงกระแทกหรือของมีคมบาดตา เช่น เศษเหล็ก เศษหินเจีย เศษปูน ตะปูบาด การฉีกขาดของลูกตา และอาจทำให้มีสิ่งแปลกปลอม เศษเหล็ก เศษหิน ฝังอยู่ในลูกตา ก่อให้เกิดการติดเชื้อ อักเสบภายในลูกตา หรือเศษเหล็กที่ฝังในลูกตาไปทำให้อวัยวะภายในลูกตาถูกเบียดด้วยสนิมเหล็ก จึงสูญเสียการมองเห็นในภายหลัง หรือบางครั้งอาจทำให้ลูกตาฉีกขาดเป็นรูเล็กๆ และรูนี้อาจอุดหายเอง แต่มาทราบภายหลังจากการเป็นสนิมภายในตา ดังนั้นหากลูกตาฉีกขาดต้องได้รับการตรวจดูแล รักษา และติดตามอย่างดีจากจักษุแพทย์ทุกราย เพราะหากรับการรักษาไม่ทันอาจมีโอกาสสูญเสียสายตาได้มาก นอกจากนี้ การมีลูกตาข้างหนึ่งฉีกขาดจากอุบัติเหตุ บางรายอาจเกิดภาวะการอักเสบของตาอีกข้างที่เรียกกันว่า sympathetic ophthalmia จึงควรได้รับการตรวจรักษาในทันที

อันตรายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งคลื่นแต่ละชนิดมีอันตรายกับตาที่แตกต่างกันดังนี้

  • แสงที่เห็นได้ด้วยตาที่มีขนาดความยาวคลื่น 400?700 นาโนมิเตอร์ อาจทำให้เกิดภาวะต้อเนื้อ ต้อกระจก กระจกตาเสื่อม จอตาเสื่อมได้ ดังนั้นในชาวประมง หรือผู้ทำงานในที่สูง ทำงานกลางแจ้งนานๆ ต้องระวัง
  • รังสียูวี ทั้งที่มาจากแสงแดด หรือหลอดไฟบางชนิด โดยพบว่าทั้งรังสียูวีเอและยูวีบีทำให้เกิดต้อเนื้อ กระจกตาเสื่อม ส่วนยูวีบีทำให้เกิดต้อกระจก
  • รังสีอินฟาเรด พบในอุตสาหกรรมแก้วและโลหะ โดยรังสีอินฟาเรดที่ออกมาทำให้ม่านตาร้อน น้ำในลูกตาร้อน ก่อให้เกิดต้อกระจกได้ ลักษณะที่บอกว่าเป็นผลจากรังสีอินฟาเรดคือ การมีผิวแก้วตาหลุดลอกออกมาที่เรียกว่า true exfoliation ตามด้วยต้อกระจกในที่สุด
  • ไมโครเวฟ แม้จะพบว่าทำให้เกิดต้อกระจกในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันในคน โดยเฉพาะการใช้เตาไมโครเวฟในครัวเรือน ซึ่งสัมผัสกับรังสีที่ออกจากไมโครเวฟน้อยมาก แต่ทหารที่ใช้เครื่องเรดาร์ที่อาจมีรังสีนี้ออกมาตรงๆ คงต้องระวัง เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อดวงตาได้
  • รังสีจากการเชื่อมโลหะ (welding arc) ซึ่งให้รังสีตั้งแต่ 200?1400 นาโนมิเตอร์ จึงทำให้เกิดการอักเสบทั้งของเยื่อบุตาและผิวกระจกตา ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดมาก ตลอดจนทำให้เกิดต้อกระจกและจอตาเสื่อมได้

ภยันตรายในเกษตรกรรม ที่พบบ่อยได้แก่ ใบไม้ กิ่งไม้ เกี่ยวถูกตา ทำให้มีแผลถลอกบริเวณกระจกตา อุบัติเหตุจากเศษใบไม้ กิ่งไม้ มักจะนำไปสู่การติดเชื้อราที่กระจกตาซึ่งยากแก่การรักษา เพราะยาฆ่าเชื้อรามีประสิทธิภาพไม่ดีนัก ที่ต้องไม่ลืมอีกอย่างก็คือ การใช้สารเคมีเป็นปุ๋ย ยาฆ่าวัชพืช ซึ่งอาจพลาดพลั้งเข้าตา ดังนั้นจึงควรให้การปฐมพยาบาลเมื่อสารเคมีเข้าตา

6 วิธีป้องกัน

จะเห็นว่าอันตรายต่อตาจากการทำงานมีมากมายตามแต่สภาพของงาน แต่ก็มีคนศึกษาพบว่า กว่าร้อยละ 90 ของอันตรายดังกล่าวสามารถป้องกันได้ จึงควรเน้นการป้องกันไว้ก่อนดังนี้

1. การตรวจวัดสายตาและแก้ไขสายตาผิดปกติ เพื่อให้พนักงานมีสายตาดี ซึ่งจะลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
2. จัดแสงสว่างให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
3. ควรให้พนักงานใช้หน้ากากนิรภัยซึ่งทำจากสารที่ทนต่อแรงกระแทก แม้ในระยะแรกอาจจะไม่ถนัด แต่เมื่อใช้ไปก็จะทำให้ปรับตัวได้ และมีความปลอดภัยในการทำงานมากกว่า
4. แว่นตานิรภัย ต้องมีเพียงพอสำหรับพนักงานที่อาจได้รับฝุ่น หรือเศษวัสดุกระเด็นเข้าตา โดยเลนส์แว่นตาควรทำจากสาร polycarbonate ซึ่งเหนียวและทนต่อแรงกระแทกได้ดี
5. ใช้แว่นที่เหมาะสม ในบางกรณีเลนส์แว่นตาที่ใช้อาจจะต้องป้องกันแสงบางคลื่นได้โดยเฉพาะ เช่น ในห้องทดลอง หรือห้องที่ใช้แสงเลเซอร์
6. ควรมีน้ำเกลือสำรองไว้ในโรงงานที่มีสารเคมี เมื่อมีสารเคมีกระเด็นเข้าตาจะได้รีบล้างออกในทันที

ถ้ารู้ทั้งวิธีป้องกันและแก้ไขเช่นนี้ น่าจะช่วยให้ตาของเราปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณ ที่มา : HealthToday ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 



บทความน่าสนใจ

ฟันร้าวฟันแตกอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

เป็นคนสวยสุขภาพเริ่ดองุ่นช่วยได้

เทคนิคออกกำลังกายอย่างไร ไม่น่าเบื่อ

จัดห้องแบบนี้สมองยิ่งชอบ

ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้เหนื่อยเร็ว

รู้เท่าทันมะเร็งเต้านม