Menu PSTIP

เป็นเนื้องอกมดลูกทำไงดี

เป็นเนื้องอกมดลูกทำไงดี

เป็นเนื้องอกมดลูกทำไงดี

เป็นเนื้องอกมดลูกทำไงดี

เนื้องอกมดลูกเป็นเนื้องอกที่พบบ่อยของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี ส่วนมากจะพบในสตรีที่อยู่ในช่วงอายุ 40-50 ปี เนื้องอกมดลูกนี้เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์กล้ามเนื้อปกติของมดลูกอาจเกิดจากพันธุกรรม หรือฮอร์โมนเพศหญิงและตัวเร่งการเจริญเติบโตที่มดลูกซึ่งมีส่วนเร่งให้เนื้องอกนี้โตขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมดลูกเป็นเนนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง มีโอกาสเปลี่ยนแปลงเป็นเนื้อร้ายเพียงร้อยละ 0.25-1.08 ซึ่งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ขนาดของเนื้องอกจะโตเร็วและมีอาการตกเลือดร่วมด้วย เนื้องอกชนิดนี้มักเกิดหลายก้อนในกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้มดลูกโตไม่สม่ำเสมอ ผิวมักจะเป็นลอน ลักษณะค่อนข้างแข็ง มีขนาดแตกต่างกันได้มากมีบางมดลูกอาจโตได้เท่ามดลูกของสตรีตั้งครรภ์ 6-7 เดือน ทั้งนี้ เนื้องอกมดลูกจะมีสัญญาณอันตรายและอาการที่พบบ่อย ดังนี้

1. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
ส่วนใหญ่มักจะมีเลือดระดูออกมากขึ้น เมื่อปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมากจนซีด มีอาการเหนื่อยง่าย หรือหน้ามืดเป็นลมได้บ่อย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบระดู ซึ่งมักจะพบความผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น การอักเสบติดเชื้อ การเปลี่ยนเป็นเนื้อร้ายหรือมีมะเร็งของเยื่อบุมดลูก เป็นต้น
2. อาการจากการกดเบียดของมดลูกที่โตขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไม่สบายบริเวณหัวหน่าว ปัสสาวะบ่อยขึ้น หรืออาจกดบริเวณทวารหนัก ทำให้ท้องผูก
3. ผู้ป่วยบางรายอาจคลำพบก้อนในท้อง หรือรู้สึกท้องโตขึ้น โดยไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ
4. เจ็บปวดบริเวณท้องน้อย แต่โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกจะไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด นอกจากจะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น เช่น เลือดออกภายในก้อน หรือเกิดการอักเสบของก้อนเนื้องอก

ทั้งนี้ เนื้องอกมดลูกมีผลต่อการตั้งครรภ์และคลอด ร้อยละ 25-35 ของสตรีที่มีเนื้องอกมดลูกจะพบร่วมกับภาวะมีบุตรยาก ถ้าตั้งครรภ์อาจเกิดการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ เนื่องจากการฝังของไข่ที่ได้รับการผสมจากเชื้ออสุจิแล้วกับเยื่อบุมดลูกไม่ดี และก้อนเนื้องอกไปขัดขวางการเจริญเติบโตของมดลูกขณะตั้งครรภ์ หรือทำให้เกิดการบีบตัวอย่างผิดปกติของมดลูก นอกจากนี้ทารกในครรภ์อาจอยู่ในตำแหน่งหรือท่าผิดปกติเนื้องอกมดลูกอาจไปขัดขวางทางคลอด ทำให้คลอดยากและอาจตกเลือดภายหลังการคลอดได้
ใครที่พบว่าเป็นเนื้องอกมดลูก ทางที่ดีก็ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำ หรือรับการรักษาที่ถูกวิธี

ขอขอบคุณ นิตยสารเรื่องผู้หญิง

 




บทความน่าสนใจ

แปรงฟันอย่างไรให้ถูกวิธี

5 ของกินเล่นที่ให้โปรตีนจริงๆ

สมุนไพร บัวสาย

พลาสติกเลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

เหงื่อบำบัด

กีฬา ยารักษาโรคชั้นเลิศ