Menu PSTIP

อย่าตื่นตระหนกกับเนื้องอกในมดลูก

อย่าตื่นตระหนกกับเนื้องอกในมดลูก

อย่าตื่นตระหนกกับเนื้องอกในมดลูก

อย่าตื่นตระหนกกับเนื้องอกในมดลูก

หากถึงเวลาตรวจภายในแล้วคุณหมอบอกว่าคุณมี "เนื้องอกในมดลูก" ก็ไม่ต้องตกใจไปมันถือเป็นโรคปกติอย่างหนึ่งของลูกผู้หญิงเลยล่ะ ได้เวลาที่จะทำความรู้จักกับมันกันซะทีนะ หลายคนคงรู้จัก "เนื้องอกในมดลูก" บางคนถึงกับเคยประสบกับโรคนี้กันมาแล้วด้วยซ้ำ ความจริงก็คือมันเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงทุกคนด้วยโอกาสที่สูงมากแต่อย่าตกใจหากคุณพบว่าตัวเองมี "เนื้องอกในมดลูก" เพราะมันอาจไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิดและรักษาหายได้หากคุณไปพบแพทย์ทันเวลา

เนื้องอกมดลูกคืออะไร เนื้องอกมดลูก เป็นก้อนเนื้อผิดปกติของกล้ามเนื้อเรียบของมดลูก เป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็งซึงพบได้บ่อยที่สุดของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีแต่ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบสาเหตุแท้จริงว่าทำไมจึงเกิด แม้จะมีหลักฐานสนับสนุนว่าฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) เป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้เนื้องอกชนิดนี้โตขึ้น เช่น คนท้องซึ่งมีฮอร์โมนมากก็อาจจะพบเนื้องอกชนิดนี้โตขึ้น ส่วนคุณผู้หญิงที่กำลังเข้าสู่วัยทองก็จะพบว่าเนื้องอกค่อยๆ เล็กลง โดยเราอาจจะแบ่งเนื้องอกมดลูกออกได้เป็น 3 ชนิดดังนี้

1. เนื้องอกที่อยู่ที่ผนังด้านนอกของตัวมดลูก (Subserous Myoma) มันคือเนื้องอกที่เกิดขึ้นด้านนอกของมดลูก มันอาจยื่นออกไปกดอวัยวะต่างๆ เช่น กดกระเพาะปัสสาวะทำให้มีปัญหา อย่างเช่น ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย หากมันยื่นออกไปทางด้านหลังก็อาจไปกดลำไส้ตรง ทำให้ท้องผูกหรือถ้ากดกระดูกสันหลังก็จะทำให้ปวดหลัง แม้โดยส่วนใหญ่แล้วอาจไม่มีอาการอะไรเลย แต่หากเนื้องอกมีขนาดใหญ่มากก็อาจมีอาการได้ดังนี้

  • ปวดอุ้งเชิงกราน ปวดหลัง หรือปวดท้องมาก
  • ท้องผูกและบวม
  • รู้สึกหน่วงๆ และถูกกดที่ท้อง
  • ปัสสาวะบ่อย
  • ไตเสียหายเนื่องจากถูกกด

เพราะเนื้องอกชนิดนี้เกิดขึ้นที่ผนังด้านนอกของมดลูก มันจึงไม่ส่งผลกระทบต่อประจำเดือนของเรามากนัก แต่อาจจะส่งผลกระทบกับการมีบุตรอยู่บ้างตั้งแต่กระบวนการปฏิสนธิไปจนถึงการเจริญของตัวอ่อนในครรภ์

2. เนื้องอกที่อยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก (Intramural Fibroids) เนื้องอกชนิดนี้มักจะเริ่มต้นเป็นเม็ดเล็กๆ อยู่ในกล้ามเนื้อของผนังมดลูก ในช่วงนี้มันยังไม่อันตราย แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็อาจขยายตัวเข้าสู่ด้านในของโพรงมดลูก (Submucosal Fibroids) หรือว่าขยายตัวออกกลายเป็น Subserous Myoma ก็ได้ โดยปกติแล้วผู้ป่วยจะไม่มีลักษณะอาการ แต่ผู้ป่วย 3% ที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่ หรือมีอยู่เป็นจำนวนมาก ก็อาจจะประสบปัญหามีบุตรยาก โดยเฉพาะเมื่อเนื้องอกอยู่ที่ปากมดลูก ทำให้โพรงมดลูกขยายใหญ่ขึ้น จนอสุจิต้องเดินทางไกลมากขึ้นกว่าจะไปถึงรังไข่ นอกจากนี้ หลังจากการปฏิสนธิแล้ว เนื้องอกก็อาจไปขัดขวางการส่งเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อนก็เป็นได้

3. เนื้องอกที่อยู่ในโพรงมดลูก (Submucosal Fibroids) หรืออาจเรียกว่า Submucosal Fibroids บ่อยครั้งเกิดมาจาก Intramural ที่โตจนขยายตัวเข้ามาในโพรงมดลูก แต่ในขณะที่อีกสองชนิดพบได้บ่อยมาก เรากลับพบเนื้องอกในโพรงมดลูกเพียง 5% ของเนื้องอกทั้งหมด และก็มักจะมีอาการปรากฏเช่น

  • ประจำเดือนมานานหรือมามากกว่าปกติ
  • ปวดท้องเมนส์มากกว่าปกติ
  • เลือดออกทางช่องคลอด ทั้งที่ไม่ได้มีประจำเดือน
  • ปวดอุ้งเชิงกราน ปวดหลัง รู้สึกหน่วงๆ ท้อง

เป็นที่ทราบกันดีว่าเนื้องอกมดลูกชนิดนี้คือสาเหตุสำคัญของการมีบุตรยาก มันอาจไปขวางทางท่อรังไข่ ทำให้อสุจิไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ หรือตัวอ่อนที่ผสมแล้วอาจฝังตัวอยู่กับเนื้องอกแทนที่จะฝังตัวกับผนังมดลูก นอกจากนี้ในการตั้งครรภ์ เนื้องอกจะเจริญเติบโตขึ้นด้วยจนไปกินพื้นที่ที่ตัวอ่อนควรจะใช้ เป็นเหตุทำให้เกิดความพิการหรือแท้ง

ขอขอบคุณ ที่มา : Lisa ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

5 เพื่อนซี้ช่วยฟิตแอนด์เฟิร์ม

สมุนไพร ข่า

อาหารต้านริ้วรอยย่น

อายแชโดว์ของคุณปลอดภัยแล้วรึยัง

แนะวิธีขจัด เซลลูไลท์ ศัตรูตัวร้ายของผู้หญิง

ปรับชีวิตให้ยืนยาวได้ด้วย 5 เคล็ดลับง่ายๆ