Menu PSTIP

บ้านน้ำท่วมระวัง งู

บ้านน้ำท่วมระวัง งู

บ้านน้ำท่วมระวัง งู

บ้านน้ำท่วมระวัง งู

ช่วงนี้สถานการณ์น้ำท่วมได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างมาก และมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบภัยกับปัญหานี้อยู่ นอกจากประชาชนจะต้องต่อสู้กับมวลน้ำก้อนใหญ่แล้ว ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษก็คือพวกสัตว์มีพิษต่างๆ ซึ่งมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่บ้านน้ำท่วมถูกงูกัดในขณะที่เดินลุยน้ำออกไปขอความช่วยเหลือ

ในช่วงที่น้ำท่วมงูมักจะหนีน้ำเข้ามาหลบอยู่ในตู้ ในลิ้นชัก หรือในรองเท้าภายในบ้านของเราได้ เพราะงูจะชอบอาศัยอยู่ในที่แห้งๆ เมื่อเราไม่ระมัดระวังก็อาจทำให้เราถูกกัดได้ ถ้าเป็นงูมีพิษกัดอาจทำให้ราเสียชีวิตได้ทันที ทางที่ดีเวลาหยิบจับสิ่งของก็ควรเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าไม่มีสัตว์แปลกๆ อยู่ในนั้น เวลาใส่รองเท้าก็ควรเคาะรองเท้าก่อนสวมใส่ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นทางที่ดีในช่วงน้ำท่วมเราควรศึกษาข้อมูลการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกงูกัดกันไว้ก่อนก็ดีนะคะ ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้

ตั้งสติให้มั่น เวลาที่เราถูกงูกัดก่อนอื่นต้องมีสติเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป ถ้าขืนมัวแต่ร้องเอะอะโวยวาย อาจทำให้พิษวิ่งสู่หัวใจได้เร็วขึ้น สำหรับผู้ที่โดนงูกัดพิษของงูจะไม่แสดงอาการออกมาทันที อย่างน้อยต้องรอประมาณ 30 นาทีอาการจะค่อยๆ แสดงออกมา และเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น จนไปถึงเสียชีวิตได้ในทันที

ถูกงูกัดให้รีบล้างด้วยแอลกอฮอล์ ทิงเจอร์ หรือน้ำสะอาด เวลาที่ถูกงูกัดห้ามดูดแผล กรีดแผล ประคบน้ำแข็ง นำสมุนไพรมาพอกแผล ทานยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพริน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้การรักษาดีขึ้น แต่จะยิ่งทำให้แผลของเราติดเชื้อ เนื้อเน่าตาย ส่งผลให้เราเสียชีวิตได้ทันที ทางที่ดีเมื่อถูกงูกัดควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการนำเชือกรัดเหนือแผลที่ถูกงูกัด ล้างด้วยแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ จากนั้นราดทิงเจอร์ แล้วรีบไปพบแพทย์โดยด่วน ยิ่งกว่านั้นถ้าเราถูกงูกัดห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มชูกำลังเป็นอันขาด

นอนนิ่งๆ จัดท่าให้ส่วนที่ถูกงูกัดอยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ

ถ้าเราโดนงูกัดแล้วห้ามเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกงูกัด เพื่อเป็นการชะลอการดูดซึมของพิษงู ที่จะเดินทางเข้าสู่ท่อน้ำเหลืองและเส้นเลือดดำในร่างกายของเรา ถ้าพิษแล่นเข้าสู่เส้นเลือดดำเมื่อไรก็จะวิ่งเข้าสู่หัวใจทันที ดังนั้นทางที่ดีถ้าโดนงูกัดให้หาไม้มาดามบริเวณที่ถูกงูกัดแล้วใช้ผ้าพันให้แน่นๆ พันเหนือแผลที่ถูกงูกัดประมาณ 5-15 ซม. นอกจากนั้นห้ามทำการขันชะเนาะเป็นอันขาด

นำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ถ้าโดนงูกัดหลังจากปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ควรรีบนำตัวผู้ป่วยส่งให้ถึงมือแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยในตัวผู้ป่วย แต่ถ้าอยู่ในระหว่างการเดินทาง แล้วผู้ป่วยเกิดอาการหยุดหายใจ ให้เรารีบทำการช่วยหายใจให้กับผู้ป่วยทันทีด้วยวิธีเม้าท์ทูเม้าท์ซึ่งวิธีนี้จะช่วยชีวิตผู้ป่วยได้นานพอ

วิธีการป้องกันไม่ให้ถูกงูกัดในช่วงน้ำท่วม

  1. หลีกเลี่ยงการเดินในพื้นที่รกร้าง เช่น โพรงไม้ หญ้าสูง ซอกหิน ซอกแคบๆ
  2. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำถ้าจำเป็นที่จะต้องเดินลุยก็ควรสวมกางเกงขายาวและรองเท้าบูทเพื่อความปลอดภัยอีกนิดให้หาหนังยางมามัดตรงรองเท้าบูทเพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์มีพิษเข้ามาอยู่ในรองเท้าขณะที่เราเดินได้
  3. ถ้าต้องเดินลุยนน้ำในตอนกลางคืนควรพกไฟฉายหรือไม้ด้ามยาว เพื่อไว้แหวกหญ้าหรือชี้นำทางในขณะที่เราเดินลุยน้ำ
  4. หมั่นเดินสำรวจภายในบริเวณบ้าน จัดสรรบ้านให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้รกรุงรัง โดยเฉพาะในกองผ้า ในลิ้นชัก เพราะงูมักจะชอบเข้าไปอาศัยอยู่
  5. ถ้าเกิดคนในครอบครัวถูกงูกัดควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที

สำหรับงูพิษที่มีอันตรายมากๆ ถ้าถูกกัด เช่น งูจงอาง ถ้าถูกงูพวกนี้กัดจะทำให้ร่างกายของเราเป็นอัมพาตทั้งตัว นำไปสู่หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้ทันที แต่ถ้าถูกงูแมวเซา งูกะปะ งูเขียวหางไหม้กัด ก็จะทำให้เลือดไหลออกตามผิวหนัง อาเจียนและปัสสาวะเป็นเลือด ถ้าอาการรุนแรงมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ทันที

เพราะฉะนั้นเวลาไปพบแพทย์ก็ควรแจ้งให้หมอทราบด้วยว่างูที่กัดเรามีลักษณะเป็นอย่างไร กัดตรงส่วนไหนของร่างกาย และกัดเมื่อไร เพื่อแพทย์จะได้ทำการรักษาให้เซรุ่มได้อย่างถูกต้อง ถ้าผู้ป่วยมีโรคประจำตัว หรือเคยมีประวัติแพ้ยาหรือสารใดๆ ให้แจ้งแพทย์ทราบด้วย สำหรับผู้ถูกงูกัดไม่จำเป็นต้องได้รับเซรุ่มแก้พิษงูทุกรายแพทย์จะให้เซรุ่มแก้พิษงูเฉพาะในรายที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสารเรื่องผู้หญิง ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

เรื่องน่ารู้ของสาวออฟฟิศ

8 เรื่องต้องรู้ก่อนสู้แสงแดด

สมุนไพร นมสวรรค์

ฟังเพลงช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ

ว่านหางจระเข้แก้ปวดไขข้อ

ประโยชน์ดีๆ ของน้ำพริกกะปิ