Menu PSTIP

ดีท็อกซ์สวนทวาร 7 กลุ่มนี้ห้ามทำ

ดีท็อกซ์สวนทวาร 7 กลุ่มนี้ห้ามทำ

5an-life-health-45

ดีท็อกซ์สวนทวาร 7 กลุ่มนี้ห้ามทำ

การทำดีท็อกซ์แบบสวนทวารหลายๆ คนคงเคยได้ยินกันนะคะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและความสวยความงาม ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะช่วยล้างพิษ ช่วยขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ภายในลำไส้ของเราได้ แต่วิธีการสวนทวารนี้ต้องได้รับความดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดเท่านั้นนะคะ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกโรงเตือนการทำดีท็อกซ์สวนทวาร เสี่ยงเกิดอันตรายจากอาการข้างเคียงได้ ห้ามทำโดยเฉพาะ 7 กลุ่มผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ อาจทำให้ลำไส้แตก ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เด็ก สตรีมีครรภ์ ต้องระวัง ทำทุกครั้งต้องมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ประชนที่ไม่มีความรู้ไม่ควรทำ วิธีการขับพิษจากร่างกายที่ดีและปลอดภัยที่สุดคือให้รับประทานอาหารพวกผัก ผลไม้ เพิ่มกากใย ทำให้ท้องไม่ผูก

จากกรณีที่มีชายวัย 47 ปี อยู่ที่จังหวัดปทุมธานี เสียชีวิตหลังทำดีท๊อกซ์สวนล้างลำไส้ ทำให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไปจนช็อค หมดสติ และเสียชีวิต เป็นอุทาหรณ์ให้ประชาชนระมัดระวังในการดูแลสุขภาพโดยใช้การสวนล้างลำไส้ หรือดีทอกซ์ (Detoxification) ซึ่งขณะนี้ได้รับความนิยมมาก และใช้ตามความเชื่อ การบอกปากต่อปาก เช่นช่วยลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง เพิ่มความสวยงามผิวพรรณ ขับสารพิษจากร่างกายทางอุจจาระ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ปัญหาระบบขับถ่าย

ข้อเท็จจริงคือ การดีทอกซ์เป็นวิธีการล้างพิษของการแพทย์ทางเลือก โดยการสวนล้างลำไส้ อาจใช้น้ำอย่างเดียว หรือใช้น้ำร่วมกับสารบางอย่าง เช่น กาแฟ เพื่อทำให้เกิดการขับสารพิษออกจากร่างกาย แต่จะต้องทำด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมเท่านั้น และห้ามทำใน 7 กลุ่ม ได้แก่

1. ผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบลำไส้ใหญ่ เช่นลำไส้ใหญ่อักเสบ อุดตัน มะเร็งลำไส้ เพราะเมื่อใส่น้ำเข้าไปจะทำให้ลำไส้บีบตัวมากขึ้น อาจทำให้ลำไส้แตกและเสียชีวิตได้
2. ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดลำไส้โดยเปิดลำไส้ให้ขับถ่ายทางหน้าท้อง
3. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรุนแรง
4. เด็ก
5. สตรีมีครรภ์
6. ผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลียมาก
7. ผู้ป่วยช่องท้องอักเสบ

การทำดีท็อกซ์จะใช้ในกรณีการสวนล้างลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง จะต้องอยู่ในความดูแลและได้รับการแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีขั้นตอนการทำตามหลักการแพทย์ แต่อย่างไรก็ดี วิธีการในการขับพิษจากร่างกายที่ดีและปลอดภัยที่สุด คือการป้องกันท้องผูกโดยไม่ต้องพึ่งการดีท็อกซ์ ทำได้โดยการออกกำลังกายเพื่อให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่นผัก ผลไม้ และดื่มน้ำวันละไม่ต่ำกว่า 8 แก้ว เพื่อให้ระบบการขับถ่ายปกติ ดังนั้นจึงไม่ควรเลือกใช้การสวนล้างลำไส้ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาท้องผูกที่ปลายทาง หากต้องสวนล้างลำไส้ขอให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือก ไม่ควรทำเองจะเกิดอันตรายได้

ขอขอบคุณ ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

หมากฝรั่งตัวการท้องอืดจริงหรือ

ดื่มชามากระวังกระดูกอ่อน

สมุนไพร ส้มกบ

11 เทคนิคลดความเค็มเพื่อสุขภาพไต

6 โรคที่ตามมาหากต้องอยู่ในรถนานๆ

5 อาการจากดวงตาบอกสุขภาพ