Menu PSTIP

หลุมพรางที่เรามักหลงเชื่อระหว่างการลดน้ำหนัก

หลุมพรางที่เรามักหลงเชื่อระหว่างการลดน้ำหนัก
หลุมพรางที่เรามักหลงเชื่อระหว่างการลดน้ำหนัก

หลุมพรางที่เรามักหลงเชื่อระหว่างการลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักนั้นจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากนะคะ เพราะทุกอย่างนั้นล้วนอยู่ที่ใจเราทั้งสิ้น บางคนลดน้ำหนักแล้วได้ผล ผอมสวยอย่างใจต้องการ แต่บางคนลดเท่าไหร่ก็ยังอ้วนฉุเหมือนเดิม แถมยังมีโรคเครียดตามมาอีกด้วย วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุให้การลดน้ำหนักของเรานั้นไม่ได้ผล

หลุมพรางหลุมแรก : ไม่ยอมนับจำนวนพลังงาน (กิโลแคลอรี) ที่กินเข้าไปในแต่วัน การประมาณจำนวนแคลอรีจากอาหารที่เรากินเข้าไป เป็นเรื่องพื้นฐานเบื้องต้นของการลดน้ำหนัก เนื่องจากเป็นวิธีการที่สะดวก และทำได้ด้วยตนเอง แต่ถ้าคุณผู้อ่านไม่สะดวกในการนับจำนวนพลังงานที่กินเข้าไป แนะนำให้ลองควบคุมการบริโภคไขมันเพียงอย่าง เดียวก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น การหลีกเลี่ยงไม่กินของทอด เปลี่ยนเป็นการย่างหรือการอบแทน เปลี่ยนจากการบริโภคไส้กรอบเป็นเนื้อปลา ต้มหรือย่าง หรือในกรณีที่อยากกินข้าวมันไก่ ก็เปลี่ยนจากข้าวหุงด้วยน้ำมันเป็นข้าวสวยธรรมดา เราก็สามารถลดพลังงานได้ราว ๆ 3,500 กิโลแคลอรีต่อสัปดาห์แล้ว

หลุมพรางหลุมที่ 2 : การอดอาหาร ทั้งการอดเป็นบางมื้อและการอดหลาย ๆ มื้อ ซึ่งนอกจากจะไม่ใช่วิธีการที่ดีแล้ว มันยังเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างเลวร้ายที่สุดของ การลดน้ำหนักอีกด้วย เนืองจากน้ำหนักตัวที่ลดลงในช่วงแรกของการอดอาหารนั้น เกิดจากการที่ร่างกายสูญเสีย "ของเหลว" ออก จากร่างกาย ทั้งจากทางเหงื่อและปัสสาวะ เนื่องจากภายในร่างกายไม่มีระบบของกากอาหารที่ช่วยควบคุมการดูดซึม หรือช่วยชะลอการ สูญเสียของเหลวในส่วนนี้ ส่งผลเสียต่อไตและระบบขับถ่ายโดยตรง โดยสรุปแล้วหลังจากจบคอร์สการอดอาหาร น้ำหนักตัวที่หวังจะให้ ลดลงจะกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นน้ำหนักจากไขมันในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะดูผอมลงจะกลับดูอ้วนเผละเอาได้

หลุมพรางหลุมที่ 3 : ฉันลดน้ำหนักได้ ไม่ต้องง้อการออกกำลังกาย ดูเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเหลือเกิน ทำงานก็หนักมาทั้งวันแล้ว ยังจะจำกัดอาหารที่อยากกิน แล้วสุดท้ายยังจะให้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายอีกหรือ เหนื่อย เหนอะหนะ ร้อนก็ร้อน ไม่ไหวหรอก!!

อย่าเพิ่งคิดแบบนั้น.... ถ้าหยุดคิดฟุ้งซ่านแล้วทำใจให้เป็นกลาง เราจะเห็นชัดเจนว่าอันที่จริงหลังจากที่เรากลับไปถึงที่พัก เราก็ ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรที่จำเป็นสักเท่าไหร่ จะไม่ว่าเลยถ้ากิจกรรมนั้น ๆ มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น ซักผ้า ทำงานบ้าน เล่นกับลูก ๆ หรือรดน้ำต้นไม้ อันนี้พอที่จะผ่อนผันได้ แต่กับบางรายที่ชอบอ้างว่าไม่มีเวลา ทั้ง ๆ ที่กลับถึงที่พักแล้วก็นั่งบนโซฟาดูละคร ฟังข่าว ซุบซิบดารา...แบบนี้ก็น่าถอนหายใจ

ต่อไปนี้ให้ถือว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นกฎเหล็กที่จำเป็นต้องทำ ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องเลยต้องทำความเข้าใจใหม่ทั้ง หมดว่า การออกกำลังกายของเรานั้นจะส่งผลต่อน้ำหนักตัวที่ลดลงในระยะยาว ผลโดยตรงของการออกกำลังกายก็คือ การที่เราจะมี มัดกล้ามเนื้อมากขึ้น ร่างกายแข็งแรง และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลไปถึงอันตราการเผาผลาญของร่างกายอีกต่อหนึ่งทำให้ร่างกายมี การเผาผลาญที่มากขึ้น ดังนั้นถ้าคุณผู้อ่านเลือกวิธีการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ผลที่เกิดขึ้นเป็นอันดับแรกก็คือ คุณผู้อ่านเองจะรู้สึก ว่าร่างกายของตนเองนั้นแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และตามปกติแล้วน้ำหนักตัวก็จะค่อย ๆ ลดลงตามมาเป็นลำดับเป็นผลสืบเนื่องกัน

หลุมพรางหลุมที่ 4 : เขาบอกว่าการกินอาหารเย็นทำให้อ้วน... ถ้าอย่างนั้นก็งดมันซะเลย!!! ตามหลักการแล้ว ผู้ที่ลดน้ำหนักนั้นไม่ควรจะงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เนื่องจากทุกมื้อมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ตามหลักการ แล้วเราจำเป็นต้องนับจำนวนพลังงานจากอาหารที่เรากินเข้าไปตลอดทั้งวัน หักลบกับพลังงานที่ร่างกายของเราใช้ระหว่างวัน ผลที่ได้คือ พลังงานที่เหลือ ร่างกายจะนำพลังงานนั้นมาสะสมเป็นพลังงานสำรองของร่างกาย ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องไปกินหนักในตอนเช้าหรือตอน เที่ยง และงดอาหารค่ำ เนื่องจากสุดท้ายแล้ว พลังงานคงเหลือก็จะถูกคำนวณด้วยหลักการเดียวกัน แต่กระนั้นก็ดีการกินอาหารค่ำแบบ ดึกมาก ๆ ตั้งแต่หลังสามทุ่มเป็นต้นไปก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างการลดน้ำหนัก

ขอขอบคุณ ที่มา : นิตยสาร แม่บ้าน ภาพประกอบจาก hatyailike.com




บทความน่าสนใจ

มะเขือเทศกับนม สูตรสวยจากธรรมชาติ

เติมความชุ่มชื้นด้วยกล้วย

ลดน้ำหนักด้วยสูตร Chocolate Diet

คุณแก่ก่อนวัยหรือแก่ตามวัย

10 วิธีกินของหวานแบบไม่อ้วน

ศาสตร์แห่งกลิ่นหอมระเหยเพื่อบำบัดสุขภาพ