Menu PSTIP

7 เทคนิคพิชิตหน้าท้องแบนราบ

7 เทคนิคพิชิตหน้าท้องแบนราบ

7 เทคนิคพิชิตหน้าท้องแบนราบ

7 เทคนิคพิชิตหน้าท้องแบนราบ

พุงป่องๆ เป็นปัญหาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลาเพราะหน้าท้องเป้นที่สะสมไขมันอยู่แล้ว เผลอนิดเดียวพุงก็พร้อมจะยื่นได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าบริหารด้วยท่าเด็ด 7 ท่านี้เป็นประจำ คำว่าพุงคืออะไรคุณจะไม่ได้รู้จักเลย

ท่าที่ 1 ลดหน้าท้องระหว่างพักผ่อน ระหว่างนอนดูทีวี ให้นอนราบ วางขาทั้งสองข้างไว้บนเก้าอี้ เกร็งหน้าท้องพร้อมยกศีรษะ ไหล่ และหลังขึ้นมาจากพื้น นับ 1-5 แล้วค่อยๆ ปล่อยตัวนอนราบตามเดิม ทำซ้ำ 10-12 ครั้ง

ท่าที่ 2 ท่ายกสะโพกสูง นอนราบกับพื้น แขนวางแนบข้างลำตัว ชันขาขึ้นให้หัวเข่าทั้งสองตั้งฉากข้างกับพื้น จากนั้นเกร็งหน้าท้องแล้วค่อยๆ ยกสะโพกให้สูงขึ้นจากพื้นประมาณ 2-3 นิ้ว ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำสัก 10-12 ครั้ง

ท่าที่ 3 ลดหน้าท้องแบบทแยงมุม เริ่มต้นด้วยการนอนหงายเช่นเคย ใช้แขนรองไว้ใต้ต้นคอเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อคอ ชันขาทั้งสองข้างขึ้น วางข้อเท้าขวาไว้บนเข่าซ้าย ค่อยๆ เกร็งหน้าท้องพร้อมกับยกลำตัวขึ้น บิดลำตัวให้ข้อศอกขวาหันไปหาหัวเข่าซ้าย ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10-12 ครั้ง จากนั้นให้เปลี่ยนข้าง

ท่าที่ 4 ท่าสลับซ้ายขวา นอนหงายชันเข่า สูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมกับยกลำตัวท่อนบนขึ้นจากพื้น โดยวางมือลงบนขมับหรือบนต้นขา ก้มคอ โน้มตัวไปข้างหน้าให้มากที่สุด เกร็งหน้าท้องไว้แล้วบิดตัวไปทางซ้าย 1 ครั้ง ขวา 1 ครั้งสลับกัน จากนั้นค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนราบตามเดิม ควรทำ 10-15 ครั้ง เป็น 1 เซ็ต

ท่าที่ 5 ท่านอนคว่ำ นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น วางข้อศอกให้ตั้งฉากกับลำตัว จากนั้นค่อยๆ เกร็งหน้าท้องพร้อมกับยกลำตัวขึ้น โดยใช้ปลายเท้ายันพื้นไว้คล้ายกับท่าวิดพื้น แต่ต่างกันตรงที่ให้คุณใช้ข้อศอกค้ำลำตัวไว้แทน เกร็งหน้าท้องค้างไว้ 5-10 วินาที แล้วลดลำตัวลง ทำซ้ำ 10-12 ครั้ง

ท่าที่ 6 ท่าชูขาสูง นอนหงายสบายๆ วางแขนข้างตัว ค่อยๆ ยกขาทั้ง 2 ข้างชูขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับเกร็งหน้าท้อง ค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นก็ทำใหม่แต่เพิ่มเวลาให้นานขึ้นเป็น 10 วินาที ทำไปเรื่อยๆ โดยเพิ่มเวลาขึ้นครั้งละ 5 วินาที จนครบ 90 วินาที

ท่าที่ 7 ท่าไขว้ข้อเท้า นอนราบกับพื้นเช่นเดิม วางแขนสบายๆ ข้างลำตัว ค่อยๆ งอข้อศอกให้แขนรับน้ำหนักตัวแล้วยกแผ่นหลังขึ้นให้สูงที่สุด จนรู้สึกเกร็งที่หลังและหน้าท้อง จากนั้นไขว้เท้าซ้ายทับเท้าขวาค้างไว้ 10-15 วินาที แล้วนอนราบตามเดิม จากนั้นทำซ้ำใหม่โดยเปลี่ยนข้อเท้าที่ทับเป็นเท้าขวาแทน ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของท่านี้คือจะลดอาการปวดเมื่อยตามหลัง และลำตัวได้ดี

ขอขอบคุณ ที่มา : spicy ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 




บทความน่าสนใจ

สูตรมาส์กหน้ารับลมหนาว

Get Ombre Hair Trend at Home

แสกผมให้ดูเย้ายวน

วิธีเลือกซื้อชุดชั้นในให้พอดีกับตัวเอง

ถนอมผิวหน้าด้วยโยเกิร์ต

เทคนิคทำสีผมด้วยตัวเองแบบง่ายๆ