Menu PSTIP

หลังคลอดคุมกำเนิดแบบไหนดี

หลังคลอดคุมกำเนิดแบบไหนดี
หลังคลอดคุมกำเนิดแบบไหนดี

หลังคลอดคุมกำเนิดแบบไหนดี

หลังการคลอดลูกคุณแม่ต้องวางแผนให้ดีนะคะ เพราะคุณแม่บางคนระหว่างให้นมลูกจะไม่มีประจำเดือนซึ่งถือได้ว่าเป็นการคุมกำเนิดไปในตัวอยู่แล้ว แต่ฮอร์โมนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนไม่มีประจำเดือนแต่ก็สามารถตั้งครรภ์ได้เหมือนกันค่ะ เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าหลังคลอดควรจะคุมกำเนิดแบบไหนดี

1. ยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ใช้กันมาก มีความปลอดภัย ภาวะแทรกซ้อนต่ำ หาซื้อง่าย แต่มีข้อแนะนำสำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกอยู่นะคะ ควรเป็นยาเม็ดคุมกำเนิดแบบโปรเจสเตอโรนอย่างเดียว เช่นยี่ห้อ Exluton, Cerazette เพราะไม่ทำให้น้ำนมแม่ลดลง ไม่มีฤทธิ์กดการหลั่งน้ำนม ไม่ทำให้คุณภาพน้ำนมเปลี่ยนแปลง

2. ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิดมีฤทธิ์กดการตกไข่ โอกาสตั้งครรภ์มีน้อยมากถ้าฉีดตรงเวลา ถือว่ามีประสิทธิภาพดี เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ให้ลูกกินนมแม่ เนื่องจากไม่มีผลต่อคุณภาพและปริมาณของน้ำนม ยาฉีดคุมกำเนิดจะเริ่มฉีดใน 4 สัปดาห์หลังคลอด ในการฉีดแต่ละครั้งสามารถคุมกำเนิดได้นาน 12 สัปดาห์ เมื่อถึงเวลานัดจึงควรมาฉีดให้ตรงเวลา

ข้อพึงระวัง อาจมีปัญหาประจำเดือนมาไม่เป็นปกติ มีประมาณ 50% ที่ไม่มีประจำเดือนมาเลย อีก 25% มีประจำเดือนมากะปริดกะปรอย บางทีอาจมีเลือดออกทั้งเดือน ถ้าเลือดออกไม่มากนัก พอยอมรับได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเลือดออกมาก ออกนานจนมีผลต่อสุขภาพ ก็ควรเปลี่ยนไปคุมวิธีอื่นจะดีกว่า คนที่ฉีดยาคุมแล้วไม่มีประจำเดือนมา ต่อมาหยุดฉีดยาประจำเดือนกลับมาเป็นปกติ สามารถตั้งครรภ์ได้ ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4-6 เดือนหลังหยุดฉีดไปแล้ว

3. ยาคุมกำเนิดชนิดฝัง หลอดยาชนิดฝังจะมีขนาดเล็กประมาณเท่าก้านไม้ขีด ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ตัวยาที่บรรจุข้างในเป็นยาชนิดเดียวกับยาคุมกำเนิดแบบฉีด โดยจะฝังไว้ใต้ท้องแขนท่อนบน ตัวยาจะค่อย ๆ ปล่อยออกมา มีฤทธิ์กดการตกไข่ มีผลคุมกำเนิดได้นาน 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวน พอครบกำหนดแล้วก็ต้องผ่าเอาออกหรือเปลี่ยนใหม่ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมเนื่องจากมีการพัฒนายาจากอดีตจำนวนแท่งยามี 6 แท่ง สามารถคุมกำเนิดได้ 5 ปี แต่ปัจจุบันเพียง 1 แท่งสามารถคุมได้ถึง 3 ปี

ข้อพึงระวัง เนื่องจากเป็นยาคุมแบบเดียวกับยาฉีด คือทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือมาแบบกะปริดกะปรอยได้ และเนื่องจากเป็นการคุมที่มีระยะเวลายาวกว่าการฉีด จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนวิธี โดยการผ่าออกหากคุณแม่มีเลือดออกมาก

4. ห่วงคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิดเป็นพลาสติกซิลิโคน แกนกลางจะมีขดลวดทองแดงพันอยู่ โดยจะสอดเข้าไปไว้ในโพรงมดลูกผ่านทางช่องคลอด เพื่อป้องกันการฝังตัวของตัวอ่อน การใส่ห่วงแต่ละครั้งจะคุมได้นานประมาณ 5 ปี โอกาสตั้งครรภ์ก็พอ ๆ กับยาคุมกำเนิดแบบฉีด สิ่งสำคัญคือ การไปพบคุณหมอทุกปีเพื่อตรวจเช็กห่วงพร้อมกับการตรวจประจำปี

ข้อพึงระวัง อาจมีประจำเดือนมากกว่าปกติ มีเลือดออกกะปริดกะปรอยในระหว่างรอบได้ หรือมีอาการปวดประจำเดือนมากกว่าเดิมได้ อาการเหล่านี้มักเป็นในช่วง 3 เดือนแรก หลังจากนั้นอาการมักจะดีขึ้นแล้วหายไปเอง คุณแม่ที่เลือกวิธีนี้ต้องระวังการเลื่อนหลุดของห่วงอนามัยด้วย โดยให้คอยสังเกตช่วงมีประจำเดือน

5. การทำหมันถาวร หากคิดว่ามีลูกพอแล้วแน่นอน อาจตัดสินใจทำหมันถาวร การทำหมันจะทำให้เป็นหมันอย่างถาวร หากเกิดเปลี่ยนใจก็ต้องผ่าตัดแก้หมัน โดยปกติแล้วสามารถทำหมันได้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ทางการแพทย์จะยืนยันเสมอว่า การทำหมันไม่ได้มีผลต่อสุขภาพ และไม่มีผลต่อความรู้สึกทางเพศแต่อย่างใด

ไม่ว่าคุณแม่จะเลือกการคุมกำเนิดวิธีไหนก็ตาม คุณหมอจะเป็นผู้แนะนำอีกครั้งและให้คุณแม่ตัดสินใจ โดยวิธีการนั้น ๆ จะต้องไม่ส่งผลกระทบกับภาวะร่างกาย ภาวะแทรกซ้อน หรือโรคประจำตัว เมื่อไม่พบภาวะแทรกซ้อนในวิธีที่เลือก แนะนำให้คุมกำเนิดโดยวิธีนั้น ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ควรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพราะอาจไม่เหมาะกับคุณแม่

ขอขอบคุณ ที่มา : Mother&Care ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




บทความน่าสนใจ

พัฒนาการเด็กอายุ 4-5 ปี

การดูแลเบื้องต้นสำหรับหญิงตั้งครรภ์

เข็นรถลูกอย่างไรให้ปลอดภัย

อาหารหญิงตั้งครรภ์

เคล็ดลับป้องกันกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์

อาหารเด็ก..Happy Rice