เรื่อง..แม่ลูกอ่อน

เวลาเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ไปแล้ว แสงตะวันยามเย็นสีแดงจัด เวลาส่องผ่านหมู่เมฆบนหัวแล้วทำให้เหมือนกับสีเลือดนก สีแดงเข้มเป็นมันปลาบ เวลาจะมองไปทางไหนก็รู้สึกให้สังเวชใจเป็นที่สุด

บริเวณใกล้โรงฆ่าสัตว์แถวบ้านบึง จังหวัดนครสวรรค์ ที่แถวนี้คนส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากจะมา

1. ที่แถวนี้มีกลิ่นเหม็นเน่าของซากสัตว์ พวกวัว ควาย เน่าเหม็นไปหมด

2. อีกอย่างก็เมื่อประมาณ 2 เดือนเกิดเหตุร้ายในบ้านพักของงคนงานโรงฆ่าสัตว์ เมียของคนงานคนนึง เกิดลื่นหกล้มหัวฟาดพื้นตายคาห้องน้ำพร้อมกับลูกที่อยู่ในท้อง 7 เดือน ไหลทะลักออกมาข้างนอก มูลนิธิที่มาทำหน้าที่เก็บศพ บางคนเห็นแล้วยังทำใจสลดสังเวชไม่ได้ ตำรวจชันสูตรทั้งพยาน และหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้วสรุปสำนวนว่า เป็นการลื่นหกล้มเสียชีวิตโดยหัวฟาดกับพื้นห้องน้ำเอง

สามีของผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่า ?ยา? เห็นว่าเสียสติจนแทบจะเป็นบ้า ทั้งชาวบ้านแถวนั้นต้องช่วยกันพาไปส่งโรงพยาบาลเพราะทำใจไม่ได้ที่เมียตัวเองจะต้องตายแบบกะทันหันแบบนี้ นอนสติเพ้อคลั่งถึงบาปกรรมที่ตัวเองทำไปกับเหล่าสัตว์ วัว ควาย ตัวแล้วตัวเล่าที่ตัวเองเป็นคนฆ่า

มีอยู่ตัวนึงที่เขาจดจำได้และมันก็เกิดขึ้นมานาน นานจนเกือบจะลืมไปแล้วถ้าไม่เกิดเหตุการณ์กับเมียตัวเองเสียก่อน

ย้อนหลังไปก่อนที่เมียเขาจะท้องได้ไม่นาน เถ้าแก่โรงฆ่าสัตว์เรียกเขาไปพบแล้วบอกว่า

?ยา ลื้อขับรถไปตลาดวัวที่บ้านดอนลากหน่อย อั๊วมีวัวอยู่ 10 กว่าตัว ให้คนเตรียมไว้ให้แล้ว ลื้อขับรถไปเอามาได้เลย?

เถ้าแก่สั่งแล้วก็โยนพวงกุญแจรถสิบล้อมาให้

?ครับเถ้าแก่ แล้วจะให้เอาไปเข้าคอกไว้ก่อน หรือจะเอาไปโรงฆ่าเลยครับ?

ยาถามพร้อมกับหยิบพวงกุญแจใส่กระเป๋ากางเกงไว้

?เอาไปโรงฆ่าสัตว์ได้เลยแล้วเอ็งก็คอยอยู่ดูแลด้วยเอ็งมันทำงานเรียบร้อยดีข้าชอบ? เถ้าแก่พูดจบก็นั่งลง

?รีบไปรีบกลับล่ะ วันมะรืนนี้ก็วันพระแล้ว ไม่รีบทำให้เสร็จวันนี้ เดี๋ยวไม่มีเนื้อไปส่งเขาแล้วพวกเอ็งก็จะไม่มีเงินใช้กัน?

?ครับ ผมจะรีบไปรีบกลับ? ยารับคำเถ้าแก่แล้วเดินออกไปอย่างไว อ่านต่อตอน2...

ตอน 2

ฝูงวัวที่ยาขนมานั้นมีทั้งหมด 11 ตัว เป็นวัวใหญ่ขนาดรุ่นๆ 10 ตัวและวัวเล็กเพิ่งเกิดได้ไม่นานอีก 1 ตัว เจ้าของเก่าขายให้เถ้าแก่เขาแล้วก็แถมลูกวัวเล็กให้อีกเพราะเถ้าแก่เขาใจกว้างให้การซื้อแต่ละครั้งก็ให้ราคาดี ใครมาทำการค้าด้วยก็จะชอบนิสัยใจคอกัน ยาขนวัวมาถึงแล้วก็พากันต้อนลงจากหลังรถทันที พวกคนงานก็จะใช้แส้เส้นใหญ่หนัก ฟาดหลังวัวให้ลงไวๆ บางตัวที่ดื้อๆ ไม่ยอมลงก็จะถูกรุมตีจนหลังแอ่น ถึงจะลงมาได้เหมือนกับจะรู้ชะตาชีวิตตัวเองว่าขืนลงไปยังไงก็คงไม่รอดแน่

บางตัวถึงกับน้ำตาไหลเหมือนจะร้องขอชีวิต ขอความเห็นใจจากยมทูตที่อยู่เบื้องหน้า แต่ก็คงจะได้แต่ผิดหวังจึงต้องดิ้นรนหาที่หนี หาทางสู้สุดชีวิต แต่สู้ไม่ได้ ก็คงจะได้แต่ยอมรับชะตาชีวิตกันไปเท่านั้นเอง

บางตัวที่ดิ้นรนมากๆ เข้าจนคนดูแลไม่ไหวใช้แส้ตียังเอาไม่อยู่ เขาจะใช้ตะขอเหล็กรูปร่างคล้ายเบ็ดอันใหญ่สับเข้าที่สันหลัง แล้วเกี่ยวให้เดินตามไปอย่างว่าง่าย เวลาที่จะเชือดวัวก็ประมาณตี 1 ตี 2 กว่าจะเสร็จก็ประมาณตี 5

วัว 3 ตัวโดนเชือดไปก่อนหน้านั้นเรียบร้อยแล้ว ตัวต่อมาก็เป็น วัวแม่ลูกอ่อนยังไม่หย่านม ยาเห็นจึงสงสารเหมือนกันแต่จะให้ทำยังไงได้

?เฮ้ย ไอ้นวล เอ็งเอาตัวอื่นมาก่อนไม่ได้เหรอว่ะ ข้าสงสารวะลูกมันยังไม่หย่านมเลย?

ยาบอกลูกน้องที่กำลังลับมีดให้คมกริบเสียงลับมีดดัง เซกๆ ฟังแล้วเสียวฟันไม่หาย

?ไม่ได้หรอกพี่ มีออเดอร์ร้านอาหารเข้ามา เขาอยากได้นมวัวไปย่างเลี้ยงแขก นี่เขาสั่งมาเป็นพิเศษเลยน่ะ บอกว่าแม่ลูกอ่อนนี่แหละ เวลาย่างนมวัวแล้วจะหอม? พูดไปนวลก็ทำท่าสูดอากาศเข้าเต็มปอด เหมือนกับได้กลิ่นหอมนมย่างซะเอง

?ทำไมเหรอพี่? นวลถามกลับบ้าง

?เปล่าไม่มีอะไรหรอก แค่สงสารมันเท่านั้นแหละ? นวลเหลือบไปมองวัวแม่ลูกอ่อนก่อนจะหันมาทางยาแล้วบอกว่า

?ทำไงได้ล่ะพี่ ขืนไม่ทำเราก็อดตายกันพอดี อาชีพใครอาชีพมันพี่?

?เออ แกก็พูดถูกว่ะ เอ้า...ลากเข้าหลักให้ดี? ยาสั่งให้ลูกน้อง 4-5 คนดึงเชือกสนตะพายแม่วัวเข้ามาพันหลักแล้วมัดไว้ทั้ง 4 ด้าน แต่กว่าจะเอาเข้าได้ก็ทั้งลาก ทั้งดึงกันแทบตายเพราะสัญชาตญาณการรักษาชีวิตของสัตว์ ทุกคนหรือทุกตัวต่างก็รักชีวิตด้วยกันทั้งนั้น การรักษาชีวิตก็คือการต่อสู้ขัดขืนแต่ก็แพ้ด้วย

อาวุธทุกอย่างที่อยู่ในมือทั้งทุบ ทั้งตี ทั้งฟาดเสียงวัวร้องเสียงระงมทั้งแม่วัวลูกวัวน้ำตาแห่งความเป็นแม่ไหลออกมาไม่ขาดสาย เหมือนกับจะบอกว่าฉันรักลูก ฉันห่วงลูก อย่าทำกับฉันเลย อ่านต่อตอน3...

ตอน 3

ถ้ามันพูดได้คงจะพูด ให้ได้ยินกัน แต่เสียงที่ออกมาคือเสียงแห่งความโหยหวนของคนที่คิดว่าเป็นแค่สัตว์ที่เป็นอาหารไม่มีความรัก ไม่มีชีวิตจิตใจ พอจับพันหลักได้ก็ให้คนงานจับคอแหงนขึ้นให้เห็นเส้นเลือดใหญ่ แล้วใช้มีดเล่มขนาดพอประมาณที่ลับคมจนได้ที่แล้วก็เอามาจ่อพร้อมกับกดมีดลงไปบนคอเลือดพุ่งสวนใบมีดออกมาเปื้อนไปหมด

คนงานลูกน้องยาเอาถาดรองเลือดมารองอีกที ทั้ง 5 คนช่วยกันแก้เชือกที่มัดออกแล้วจับกดแม่วัวให้นอนลง แต่ก็ยังดิ้นอยู่เพราะยังไม่หมดลมหายใจทันที จับกดได้สักพักก็เงียบไปไม่มีอาการต่อสู้ของแม่วัวอีกมีแต่การชักกระตุกของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของสัตว์ที่ใกล้ตายเต็มที่แล้ว ก็ช่วยกันลอกหนังวัวออกมาก่อน

พวกเขาค่อยแล่หนังออกมาตั้งแต่คอแล้วก็ผ่าไล่จากคอลงไปจนถึงหน้าท้องเนื้อสีแดงสด เต้นตุบๆ อยู่พอเริ่มแล่หนังออกไปได้สักพัก วัวแม่ลูกอ่อนก็ทำเสียงครึกๆ อยู่ในลำคอแล้วก็กระโจนลุกพรวดขึ้นมา คนงานรวมทั้งยาตกใจจนต้องร้องตะโกนออกมาว่า

?เฮ้ย รีบจับไว้เร็ว?

แต่ช้าไปด้วยความตกใจต่างคนก็ต่างทำอะไรไม่ถูก ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรกันวัวแม่ลูกอ่อนก็วิ่งออกมาหน้าโรงฆ่าสัตว์ทั้งที่ตัวเองถูกลอกหนังออกมาจนแทบจะหมดตัวแล้วเห็นแต่เนื้อแดงๆ เหมือนแผลถลอก

วัวตัวนั้นวิ่งมาหาลูกของตัวเองที่ถูกจับผูกกับหลักไว้ แต่ด้วยความห่วงลูกตัวเองจะหิวนมเพราะยังเล็กนัก พอฟื้นขึ้นมาได้ก็รวบรวมกำลังทั้งหมดของชีวิตตัวเอง วิ่งออกมาหาลูกตามเสียงร้องด้วยความหิวโหย พอมาถึงวัวน้อยก็รีบดูดนมแม่ด้วยความหิว โดยที่ไม่รู้เลยว่าแม่ของตัวเองนั้นกำลังจะตายด้วยพิษบาดแผลทั้งตัว

คนงานวิ่งตามมาทันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ทุกคนไม่มีใครกล้าเข้าไปดึงมันออกมาคงจะเป็นเพราะสงสารมันเป็นครั้งสุดท้ายแต่มันก็ต้องตายอยู่ดี

ลูกวัวดูดอย่างเอร็ดอร่อยทั้งน้ำนมวัวแม่และน้ำเลือดที่ออกมาผสมกับกลิ่นเลือดเหม็นคลุ้งไปหมด วัวแม่ลูกอ่อนให้นมไปได้สักพักก็เข่าอ่อนทรุดลงขาดใจตายตรงนั้นเอง

เสียงลูกวัวร้อง มอ...มอ...เหมือนกับจะบอกว่าแม่เป็นอะไร ลุกขึ้นมาก่อน ลุกขึ้นมาก่อน

จากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปได้ไม่นาน เมียของยาก็เริ่มตั้งท้องอ่อนๆ ช่วง 3 เดือนแรกมีอาการแพ้ท้องมาก อาเจียนตลอด กินอะไรก็ไม่ได้บอกว่าเหม็นไปหมดโดยเฉพาะตัวของยานั้นจะเข้าใกล้ไม่ได้เลย บอกว่าเวลายากลับมาบ้านก็ได้กลิ่นเข้ามาก่อนแล้วมันเหม็นไปหมด เหมือนกับเหม็นสาบสางอะไรสักอย่าง

ยาเองฟังแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะคิดว่าคงจะแค่อาการของคนแพ้ท้องเท่านั้นเอง อีกสักพักก็คงหาย แล้วยาเองตั้งแต่เมียตั้งท้องเขาก็รักเมียเพิ่มมากขึ้น อาจจะเพราะเป็นลูกคนแรกก็เลยออกอาการเห่อความเป็นพ่อใหม่ อ่านต่อตอนจบ...

ตอนจบ

เมียจะทำอะไรจะกินอะไรก็พยายามจะหามาให้หมด พอครรภ์เริ่มโตมากขึ้นอาการแพ้ท้องของเมียก็ค่อยหายไป ย่างเข้าเดือนที่ 8 ใกล้คลอดเต็มที

คืนนี้ ยาเองก็ต้องไปทำงานที่โรงฆ่าสัตว์เหมือนเดิม ก่อนออกจากบ้านก็สั่งเมียซะดิบดี

?เมียจ๋า ลูกจ๋า พ่อไปทำงานก่อนน่ะ?

ยาพูดไปก็เอามือลูบท้องเมียด้วยความรักลูก เมียเห็นยารักลูกแบบนี้ก็ยิ้มด้วยความสบายใจที่ครอบครัวมีความอบอุ่น

?พี่รีบไปทำงานเถอะ ไปสายเดี๋ยวเถ้าแก่เขาว่าเอาน่ะ? เมียของยาพูดแล้วก็เอามือมาลูบหัวยา

?ไปแล้วจ้าเมียจ๋า ดูแลตัวเองด้วยน่ะตอนกลางคืนปิดประตูบ้านให้ดีแล้วกัน อยู่คนเดียวมันอันตราย?

ยาพูดแล้วก็ปิดประตูบ้านเรียบร้อยแล้วก็รีบไปทำงาน หลังจากที่ยาไปทำงานได้ไม่นาน เมียยาก็เกิดปวดท้องหนักอยากจะถ่ายท้องขึ้นมากะทันหัน พอทำธุระเสร็จก็จะลุกขึ้นยืนอาจเป็นเพราะราดน้ำลงโถส้วมมากไป

ชั่วขณะที่กำลังจะลุกยืนนั้น ขาซ้ายก็พลาดเกิดลื่นไถลเอาหัวฟาดกับพื้น ท้องฟาดกับขอบโถส้วมเข้าอย่างจัง แรงกระแทกเหมือนกับจะไม่มาก แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นช่วงจังหวะที่กระแทกนั้นเอง ลูกได้ทะลักออกมาจากท้อง แต่เธอไม่รู้เรื่องเพราะสลบไม่ได้สติไป กว่าจะมีใครรู้เรื่องนี้ขึ้นก็เมื่อยากลับมาบ้านเรียกเมียแล้วไม่มีใครออกมาเปิดประตูบ้านก็เลยพังเข้าไป เห็นเมียและลูกตัวเองเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำตรงหน้าใจสั่นเข่าอ่อนสลบอยู่ตรง นั้นเอง

ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงเรียกเมียของยาที่ดังมากจนคนอื่นตกใจก็รีบวิ่งออกมาดู

พอเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า บางคนก็ถึงกับเป็นลมไปเลยก็มี ตัวของยาเองกว่าจะฟื้นสติได้ก็นานพอสมควร พอฟื้นขึ้นมาก็ไม่พูดไม่จาเอาแต่ร้องไห้ ร้องบอก

?ขอโทษ เราขอโทษ ต่อไปเราจะเลิก เราจะไม่ทำอาชีพนี้อีกแล้ว เอาลูกเอาเมียของเราคืนมา? พูดอยู่แบบนี้อยู่ตลอด จนเดี๋ยวนี้เวลาใครผ่านไปผ่านมาแถวนั้นแล้วเห็นลุงแก่ๆ คนนึงนั่งพูดอยู่คนเดียว ชี้มือชี้ไม้ไปตามเรื่องตามราว

ถ้าใครไม่รู้ก็จะนึกว่าเป็นคนบ้าธรรมดา แต่วันดีคืนดีถ้าเขาคืนสติได้ ตายาคนนี้ก็จะเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังแล้วก็อดรู้สึกสงสารแล้วก็เห็นใจไม่ได้แต่จะให้ทำยังไงได้ กรรมของใครก็กรรมของมัน

โดย : พยุงศักดิ์ จินดาศรี ขอขอบคุณ นิตยสาร รวมกฎแห่งกรรม